
"สาวบึงนาราง-หนุ่มฝรั่งเศส"โยนวุ่นปัดฆ่าชายอิตาลี
"รุธจิรา-หนุ่มฝรั่งเศส" โยนกลองกันวุ่น ต่างฝ่ายปัดสังหารเผานั่งยางชายอิตาลี ตร.ไม่ปักใจเชื่อแจ้งข้อหาหนักทั้งคู่ เผยปมฆ่าเคลียร์ไม่ลงตัวรักสามเส้า
จากกรณีพบศพชายถูกฆ่าเผานั่งยางบริเวณป่าข้างบึงทับจั่น หมู่ 3 ต.แหลมรัง อ.บึงนาราง จ.พิจิตร ใกล้กับองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)แหลมรัง เมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่ผ่านมา ต่อมาทราบว่าผู้เสียชีวิตคือ นายจูเซปเป้ เดอ สเตฟานี ชาวอิตาลี วัย 61 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนว่ากลุ่มผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับคดีและออกหมายจับ น.ส.รุธจิรา เอี่ยมละม้าย อายุ 38 ปี ภรรยาของผู้ตาย และนายอาโมรี ริโก ชาวฝรั่งเศส แฟนหนุ่ม อายุ 34 ปี ซึ่งหลบหนีออกจากพื้นที่ไป
จนกระทั่งเมื่อคืนวันที่ 28 มกราคม เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสพบรถยนต์สีบรอนซ์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส ทะเบียน กค 1374 สมุทรสงคราม โดยมีการใช้สีสเปรย์พ่นรถเป็นสีดำและเปลี่ยนทะเบียนรถปลอมในพื้นที่ อ.วังเจ้า จ.ตาก ซึ่งคาดว่าผู้ต้องหาหลบหนีอยู่ในพื้นที่ป่าบ้านวังเจ้า จึงกระจายกำลังค้นหาจนพบหลักฐานบะหมี่สำเร็จรูป อาหารกระป๋องและเครื่องมือในการจับสัตว์ป่า ซึ่งใช้ในการดำรงชีพในป่า ต่อมาสามารถจับกุมนายอาโมรีได้ในพื้นที่หมู่ 22 ต.โกสัมพี อ.โกสัมพีนคร จ.กำแพงเพชร ซึ่งเป็นเขตรอยต่อระหว่าง จ.กำแพงเพชร กับ จ.ตาก พบผู้ต้องหาในสภาพมอมแมม ผอมโซ แต่งกายด้วยเสื้อแจ็กเก็ตสีดำ กางเกงขายาว นำตัวไปสอบสวนและควบคุมที่ สภ.โกสุมพี โดยมี พ.ต.อ.ชัยเสถียร มณีจักร ผกก.สภ.บึงนาราง พื้นที่เกิดเหตุเข้าร่วมสอบปากคำด้วย ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังคงกระจายกำลังติดตามตัว น.ส.รุธจิราที่คาดว่ายังหลบซ่อนอยู่ในป่าดังกล่าว
ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 มกราคม ที่ สภ.บึงนาราง จ.พิจิตร เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายอาโมรี ผู้ต้องหา ไปสอบสวนหาสาเหตุการลงมือสังหารและเผานั่งยางทำลายศพ โดยมี พล.ต.ต.ธวัชชัย มวญนรา ผบก.ภ.จว.พิจิตร พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชัยเสถียร ร่วมสอบสวนด้วย
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยแจ้งผ่านล่ามว่าไม่รู้และไม่ทราบว่านายจูเซปเป้อยู่ในประเทศไทย และไม่ทราบว่า น.ส.รุธจิราเป็นคนร้ายลงมือฆ่านายจูเซปเป้ สาเหตุที่หลบหนีไปพร้อมกับ น.ส.รุธจิราเนื่องจากถูกชักชวนให้ไปด้วยกัน โดยไม่รู้ว่า น.ส.รุธจิราได้ก่อเหตุและหลบหนีไปยัง จ.กำแพงเพชร และ จ.ตาก หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจึงทราบว่า น.ส.รุธจิราก่อเหตุฆ่านายจูเซปเป้ โดยเห็นภาพจากสื่อมวลชนในการติดตามรถ จึงได้นำสีสเปรย์สีดำมาพ่นอำพรางรถ เพื่อให้ยากต่อการติดตาม
นอกจากนี้ยังได้ซื้อสิ่งของยังชีพในป่า อาหารสำเร็จรูป อุปกรณ์เครื่องดักจับสัตว์ พร้อมเสื้อผ้า เครื่องนอน ไปอาศัยพื้นที่ป่าข้างลำธารคลองวังเจ้า ในเขต อ.โกสัมพีนคร จ.กำแพงเพชร เป็นแหล่งซ่อนตัวจนมาถูกจับได้
พล.ต.ต.ธวัชชัย กล่าวว่า จากการสอบสวนนายอาโมรี ยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยให้การว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับเหตุฆาตกรรมที่เกิดขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากมีหลักฐานค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะยางที่นำมาใช้ในการเผานั่งยาง ซึ่งเป็นยางที่มีพยานยืนยันได้ว่านำมาจากบ้านของนายอาโมรี ที่เคยเห็นที่บ้านเช่าในเขต ต.ทุ่งใหญ่ อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ซึ่งเป็นพื้นที่ติดต่อกับที่เกิดเหตุ และมั่นใจว่าจะมีผู้ร่วมลงมือสังหารในครั้งนี้ด้วยแต่จะมีกี่รายและใครบ้างเจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนจากผู้ต้องหาทั้งสองคนก่อน ซึ่งกำลังเร่งขยายผลติดตามอยู่
สำหรับนายอาโมรี เคยเป็นทหารหน่วยสไนเปอร์ในกองทัพฝรั่งเศส โดยรับราชการทหารเป็นเวลา 5 ปี จึงมีความชำนาญในการดำรงชีพในป่าซึ่งเป็นเหตุผลที่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนหลบหนีและเข้าไปอาศัยในป่า เพราะเชื่อมั่นว่าจะสามารถหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้
ต่อมาเวลา 11.00 น. กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดล้อมป่าที่พบร่องรอยการหลบหนีในเขตรอยต่อ อ.โกสัมพีนคร จ.กำแพงเพชร และ อ.วังเจ้า จ.ตาก ตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 28 มกราคม จนถึงช่วงสายวันที่ 29 มกราคม ตำรวจจึงสามารถจับกุม น.ส.รุธจิรา ขณะหลบซ่อนตัวอยู่บนต้นลำไยกลางสวนลำไย ต.เชียงทอง อ.วังเจ้า จ.ตาก ในสภาพอิดโรย ในมือถือถุงพลาสติกที่แอบลงมาซื้อของกินในร้านของชำในหมู่บ้าน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวบันทึกจับกุมไว้ที่ สภ.วังเจ้า จ.ตาก ก่อนนำตัวไปสอบสวน ที่ สภ.บึงนาราง จ.พิจิตร สถานที่เกิดเหตุ
จากนั้นเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บึงนาราง ได้สอบสวน น.ส.รุธจิรา เพิ่มเติม โดยเบื้องต้นยังคงให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ลงมือก่อเหตุ แต่เป็นนายอาโมรี สามีชาวฝรั่งเศส เป็นผู้ลงมือทั้งหมด ส่วนตนเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์และช่วยอำพรางศพเท่านั้น
พ.ต.ต.ชัยเสถียร กล่าวว่า จากคำให้การเบื้องต้นของ น.ส.รุธจิรา ทราบว่า เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2561 ทั้ง 3 คนได้นั่งรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีบรอนซ์ ทะเบียน กค-1374 สมุทรสงคราม ขับไปยังบริเวณถนนคันคลอง ห่างจากจุดเผาศพ 10 กิโลเมตร เพื่อเคลียร์ปัญหาแต่ตกลงกันไม่ได้ จนเป็นเหตุให้นายอาโมรี เป็นผู้ลงมือฆ่า จากนั้นได้ช่วยกันยกศพนายจูเซปเป้ขึ้นหลังรถเพื่อไปเผาทำลายหลักฐาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งปมสังหารเรื่องชู้สาว เนื่องจากทั้งสองคนต่างเป็นสามีของน.ส.รุธจิรา และนายจูเซปเป้ ผู้ตาย เคยจ้างนายอาโมรีให้เลิกกับฝ่ายหญิง เป็นเงินจำนวน 1 แสนบาท แต่นายอาโมรีไม่ยอมเลิกจนนำมาสู่การหึงหวงและก่อเหตุขึ้น ส่วนอาวุธสำคัญที่พบคือมีดที่คาดว่าเป็นอาวุธสังหารที่พบเจอในที่ซ่อนตัว ซึ่งขณะนี้ได้ส่งตรวจพิสูจน์แล้ว
“อย่างไรก็ตาม คำให้การของทั้ง 2 คนขัดแย้งไม่สอดคล้องกัน ต่างโยนความผิดให้กัน โดยนายอาโมรีให้การว่าไม่รู้ไม่เห็นการฆ่านายจูเซปเป้ ส่วน น.ส.รุธจิรา ให้การว่านายอาโมรีเป็นผู้ลงมือสังหาร ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อในพยานหลักฐานที่เก็บได้ทั้งวัตถุพยานที่เกิดเหตุและพยานสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้จะดำเนินคดีเอาผิดกับผู้ต้องหาทั้ง 2 คนได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองเพิ่มเติมต่อไป” ผกก.สภ.บึงนาราง กล่าวและว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและปิดบัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ หรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตาย
ฉบับ นสพ.คมชัดลึก



