ตุ๋นแชร์เฟซบุ๊ก 800 รายสูญเงิน 25 ล้าน

800 ราย ถูกหลอกเล่นแชร์ออนไลน์ สูญเงินกว่า 25 ล้านบาท

 

               7 ธ.ค. 60  ข้าราชการ แม่ค้า นักธุรกิจ และประชาชนจาก จ.บุรีรัมย์ สุรินทร์ นครราชสีมา ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา ภูเก็ต และสุราษฎร์ธานี นำหลักฐานทั้งสลิปการโอนเงิน และบทสนทนาผ่านเฟซบุ๊ก เข้าร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ โดยกล่าวหาว่า น.ส.เอ (นามสมมติ) แม่ค้าเมืองบุรีรัมย์ เท้าแชร์ ได้หลอกให้ร่วมเล่นแชร์ผ่านกลุ่มเฟซบุ๊ก อ้างว่าจะระดมทุนไปทำธุรกิจ โดยจะมีผลตอบแทนให้สูง โดยมีให้เลือกทั้งแบบราย 4 วัน 8 วัน 12 วัน 16 วัน หรือ 24 วัน แล้วแต่ลูกแชร์จะเลือก

               หากลูกแชร์คนไหนลงเงินไป 50,000 บาท แล้วเลือกผลตอบแทนแบบราย 4 วัน ก็จะได้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยกลับคืนมา 52,500 บาท แต่หากเลือกแบบ 24 วัน ก็จะได้ผลตอบแทนทั้งต้นและดอกกลับคืนมา 65,000 บาท โดยช่วงแรกๆ ก็จะได้ผลตอบแทนตามที่เท้าแชร์ระบุ แต่พอระยะหลังมีลูกแชร์จากหลายจังหวัด รวมถึงจากต่างประเทศที่หลงเชื่อ มาร่วมเล่นแชร์ด้วยเฉลี่ยรายละตั้งแต่ 50,000 บาท ไปจนถึงกว่า 500,000 บาท กลับไม่ได้เงินทั้งทุนที่ลงไปและผลตอบแทน เมื่อทวงถามเท้าแชร์ก็พยายามบ่ายเบี่ยง

               ล่าสุด เท้าแชร์ได้ปิดโทรศัพท์ รวมทั้งปิดร้านขาย ไม่สามารถติดต่อได้ จึงรู้ว่าถูกหลอก โดยจากข้อมูลพบว่า หลังจากมีการเปิดวงแชร์เพียง 6 เดือน ได้มีข้าราชการ แม่ค้า นักธุรกิจ และประชาชนจากหลายจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงผู้ที่อยู่ต่างประเทศตกเป็นเหยื่อถูกหลอกร่วมเล่นแชร์ออนไลน์ดังกล่าวมากกว่า 800 ราย สูญเงินรวมกันทั้งสิ้นกว่า 25 ล้านบาท

               น.ส.บี (นามสมมติ) ชาว จ.ชลบุรี บอกว่า ถูกหลอกให้ร่วมเล่นแชร์กับ น.ส.เอ กว่า 140,000 บาท แต่กลับไม่ได้เงินคืน สาเหตุที่หลงเชื่อนำเงินเก็บที่มีไปร่วมเล่นแชร์ เพราะเห็นว่าเท้าแชร์มีธุรกิจที่น่าเชื่อถือ มีบ้านเป็นหลักแหล่งชัดเจน ทั้งยังมีผลตอบแทนที่จูงใจ จึงหลงเชื่อ กระทั่งรู้ว่าถูกหลอก ได้พากันมาร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมให้ช่วยเหลือ โดยอยากให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัว น.ส.เอ มาดำเนินคดีและนำเงินมาคืน ทั้งอยากเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อกลุ่มคนที่มาชักชวนให้ร่วมเล่นแชร์ต่างๆ อาจจะถูกหลอก

               นายชุมพล ภูผานิล ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า หลังจากรับเรื่องร้องเรียน ก็ได้แนะนำให้ผู้ที่ถูกหลอกไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน เพื่อไม่ให้คดีหมดอายุความ โดยจากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้น พบว่า พฤติการณ์ของ น.ส.เอ เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ซึ่งจากจำนวนผู้เสียหายที่มีจำนวนมาก และมูลค่าความเสียหายสูงถึงกว่า 25 ล้านบาท ก็จะได้แนะนำให้ไปร้องกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เพื่อรับเป็นคดีพิเศษในอีกทางหนึ่งด้วย

 

 

 

 

 


เปิดอ่าน