แจ้งจับสาวตุ๋นโอนเงินซื้อของทางเน็ต!

อาชญากรรม  :  15 พ.ย. 2560
 สาวตุ๋นเงิน, หลอกขายของทางอินเตอร์เน็ต, เฟซบุ๊ก

สาวอ้างเป็นครู หลอกโอนเงินซื้อของทางอินเตอร์เน็ต เหยื่อ 3 ราย สูญเงินนับแสน เจ้าตัวยอมรับผิด ลั่นมอบตัว 20 พ.ย.นี้



               ผู้สื่อข่าวได้รับรายงาน จากผู้เสียหายรายหนึ่งว่า ได้ถูกฉ้อโกงทรัพย์ ผ่านการค้าขายทางออนไลน์ และทางโทรศัพท์ มูลค่ากว่า 130,000 บาท โดยคนร้ายเป็นหญิงสาว อายุ 24 ปี ทราบชื่อภายหลังคือ น.ส.ทิพวรรณ หรือหวาน หัตถบูลย์ อ้างตัวว่าเป็นครู โรงเรียนระดับมัธยมศึกษา แห่งหนึ่งใน จ.อุทัยธานี โดยมีการนำหลักฐานบัตรประชาชน เอกสารต่างๆ ที่ระบุตัวตนจริง แล้วหลอกขายเครื่องทำกาแฟ อุปกรณ์เบเกอรี่ โทรศัพท์มือถือ รถจักรยานยนต์
               โดยมีการให้โอนเงินแล้วอ้างว่ากำลังดำเนินการขนส่ง ทั้งยังมีการใช้คำพูดลวงหลอกให้เชื่อโดยใช้จิตวิทยา หลอกให้โอนเงินต่อเรื่อยๆ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ของใดๆ ซึ่งทราบว่ามีผู้เสียหายหลายรายโดนในลักษณะคล้ายคลึงกัน แต่ละรายเสียหายหลักหมื่น และหลักแสนบาท ซึ่ง น.ส.ทิพวรรณ เอง ยังคงมีการรับโทรศัพท์โดยตลอด ใช้สื่อในโลกออนไลน์ติดต่อสื่อสาร และใช้ชีวิตตามปกติ ทั้งยังมีการโพสต์ขายของในสื่อโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่มีการคืนเงินที่โกงไป และมีการขอผ่อนผันโดยตลอด แต่สุดท้ายก็ไม่มีการคืนเงินซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย
               น.ส.ณัฐกานต์ หนึ่งในผู้เสียหาย ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ทำธุรกิจเกี่ยวกับร้านกาแฟและเครื่องดื่ม รวมทั้งการค้าขาย โดยมีการซื้อขายที่ใช้ช่องทางสื่อออนไลน์ เป็นหลัก โดยเฉพาะการซื้อขายผ่านอินเตอร์เน็ต จากการโพสต์ขายของในกลุ่มค้าขายต่างๆ ในเฟซบุ๊ก ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีปัญหาใดๆ และมีการระมัดระวังตัว เช็คข้อมูลและหลักฐานของผู้ที่ทำการติดต่อค้าขายด้วยอย่างดี เพื่อไม่ให้ถูกหลอกได้
               กระทั่งเมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา ได้พบกับการเสนอขายสินค้าของ เนื่องจากหญิงคนดังกล่าวได้โพสต์ขายเครื่องกาแฟ อุปกรณ์เบเกอรี่ ในกลุ่มซื้อขายเครื่องชงกาแฟและอุปกรณ์มือสองในเฟซบุ๊กในราคาถูกกว่าคนอื่น จึงสนใจสั่งซื้อเครื่องกาแฟสดและอุปกรณ์เบเกอรี่ และได้โอนเงินไปรอบแรกเกือบ 1 หมื่นบาท
               โดยหญิงคนดังกล่าวมีการส่งชื่อและหลักฐาน สำเนาบัตรประชาชนตัวจริง ให้ดู รวมไปถึงอ้างว่ามีอาชีพเป็นครู จึงเชื่อใจไว้ใจ และสั่งของหลายชิ้น ซึ่งมีทั้งของที่ตนสั่งและลูกค้ารายอื่นๆ ที่ตนบอกต่อและเป็นคนกลางให้ เพื่อให้ทยอยส่งของข้ามจังหวัดมา มูลค่ารวมกว่า 130,000 บาท
               กระทั่งเมื่อถึงเวลารับของ ก็มีการแจ้งว่า เกิดปัญหาต่างๆ ระหว่างทาง โดยมีข้ออ้างที่น่าเชื่อถือ และบางครั้งก็ขอให้โอนเงินเพิ่ม อาทิ อ้างว่าโดนจับที่ด่านตรวจระหว่างทาง เนื่องจากรถยนต์ที่ขนมาไม่มีทะเบียน และต้องถูกจำคุก 2 วัน และของที่ขนมาถูกส่งตีกลับ ต้องไปรับของเองที่ จ.นครสวรรค์ ซึ่งเมื่อตนเดินทางไป กลับไม่มี 
               จนท้ายที่สุด เมื่อถูกตามของอย่างต่อเนื่อง น.ส.ทิพวรรณ จึงยอมรับว่า ไม่มีของจริง และหลอกลวงมาตั้งแต่ต้น โดยได้นำเงินที่ได้ไปใช้จ่ายหมดแล้ว โดย น.ส.ทิพวรรณ อ้างว่ายอมรับผิดแล้ว และจะคืนเงินทั้งหมดให้ แต่กลับโอนมาให้เพียง 4,000 บาท เท่านั้น ส่วนเงินที่เหลือ อ้างว่าจะผ่อนจ่ายให้ทีหลัง จากนั้นก็มีข้ออ้างสารพัด มีการอ้างว่าจะโอนวันนั้น วันนี้ แต่เมื่อเช็คแล้วเงินก็ยังไม่เข้าตามที่บอก รวมไปถึงการส่งเช็คปลอมมาหลอก 
               กระทั่งตนได้ไปแจ้งความดำเนินคดีไว้ ที่ สภ.แม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เพื่อให้ช่วยติดตามผู้กระทำความผิด มาลงโทษตามกฎหมาย และตนก็ได้มีการเผยแพร่เรื่องราวไปตามช่องทางต่างๆ รวมทั้งสื่อสังคมออนไลน์ กระทั่งทราบว่ามีผู้เสียหาย ที่โดน น.ส.ทิพวรรณ หลอกลวง ฉ้อโกง อีกอย่างน้อย 2 ราย 
               ด้านนางปาณิสรา ผู้เสียหายอีกราย เปิดเผยว่า หลังจากที่เห็น น.ส.ทิพวรรณ ประกาศขายของในอินเตอร์เน็ต ยอมรับว่าขณะนั้นไว้ใจว่า จะไม่โดนหลอก แม้ว่าญาติๆ จะคอยเตือนว่าการซื้อขายผ่านทางอินเตอร์เน็ต นั้นมีความเสี่ยงสูง แต่เนื่องจาก น.ส.ทิพวรรณ มีเอกสารการประกอบวิชาชีพครู และมีบัตรประชาชน มาแสดงให้ดู เลยเชื่อใจ และไว้ใจสั่งของ รวมมูลค่ากว่า 50,000 บาท ถึงกระนั้น เมื่อรู้ว่าถูกหลอก แต่ก็ยังยอมให้ น.ส.ทิพวรรณ ค่อยๆ ผ่อนจ่าย จนเวลาล่วงเลยไปกว่า 3 เดือน สุดท้ายก็ไม่สามารถแจ้งความคดีอาญาได้ และได้รับเงินคืนมาเพียงแค่ 6,000 บาท เท่านั้น
               ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้ติดต่อ น.ส.ทิพวรรณ โดยกล่าวว่า ยอมรับผิดทุกอย่าง ยอมรับว่าหลอกขาย ทำผิดจริง เนื่องจากครอบครัวมีปัญหาด้านการเงิน จึงต้องทำทุกอย่างเพื่อหาเงินมาปลดภาระหนี้สิน ที่ผ่านมา ทำแค่ 3 รายเท่านั้น และผู้เสียหายที่ จ.ชลบุรีนั้น จ่ายคืนไปหมดแล้วทุกบาททุกสตางค์ ส่วน นางปาณิสรา ตนตกลงที่จะค่อยๆ ผ่อนจ่าย ซึ่งก็ตั้งใจจะชำระคืนทั้งหมด ขณะที่ในราย น.ส.ณัฐกานต์ มีการเคลียร์ปัญหากัน แต่ทางน.ส.ณัฐกานต์ จะเอาเงินก้อนทีเดียวทั้งหมด ตนไม่รู้จะหามาจากไหนคืนให้ จนมีหมายเรียกมาถึงบ้าน จึงรู้ว่าจะต้องมอบตัว และหาเงินที่จะคืนไว้แล้ว โดยตั้งใจที่จะเดินทางไปที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อมอบตัวในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 ที่จะถึงนี้ ที่ สภ.แม่โจ้ ก่อนที่จะมีหมายจับอยู่แล้ว และจะคืนเงินที่ค้างไว้ทั้งหมด


เปิดอ่าน