ข่าว

เณรคำยอมถอย!!สละจีวร พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

เณรคำยอมถอย!!สละจีวร พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

20 ก.ค. 2560

หลังถูกศาลเเคลิฟอร์เนียตัดสินผู้ร้ายข้ามเเดน-เณรคำเลือกไม่ยื่นอุทธรณ์อยากกลับเข้าเมืองไทย ระบุพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

คืบหน้ากรณีที่เจ้าหน้ากรมสอบสวนคดีพิเศษ  หรือ ดีเอสไอ เจ้าหน้าทีอัยการ เดินทางไปสหรัฐอเมริกาเพื่อนำตัวนายวิรพล สุขผล อดีตพระภิกษุชื่อพระวิรพล ฉัตติโก หรือเณรคำ อดีตประธานสงฆ์สำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ กลับมาดำเนินคดีในข้อหาพรากผู้เยาว์ ,กระทำชำเราเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ,ฉ้อโกงประชาชน ,และฟอกเงิน หลังศาลของศาลรัฐเเคลิฟอร์เนียมีคำสั่งให้ส่งตัวนายวิรพลเป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย โดยภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่นำตัวนายวิรพลกลับมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิในเวลา 22.30 น.แล้วนั้น ก็จะนำไปควบคุมในห้องขังของดีเอสไอที่เตรียมไว้แล้วเพื่อสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาก่อน ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวจะใช้ระยะเวลาไม่นาน เนื่องจากดีเอสไอได้ดำเนินการทางหลักฐานครบถ้วนและได้ส่งให้อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องไปแล้วตั้งแต่ปี 2556 เหลือเพียงการสอบปากคำและตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ในการสอบสวนนั้นทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) จะเดินทางมาร่วมด้วย เนื่องจากบางคดีเป็นการอาบัติปาราชิก ในส่วนของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอนั้นจะคัดค้านการประกันตัว ส่วนการขอประกันตัวขึ้นอยู่กับผู้ต้องหาจะใช้สิทธิ์หรือไม่ ซึ่งมีสิทธิ์ที่จะใช้สิทธิ์ขอประกันต่ออัยการในชั้นศาล 

เณรคำยอมถอย!!สละจีวร พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 19 กรกฎาคม ที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ เป็นผู้อำนวยการท่าอากาศยาน พ.ต.อ. สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว ผกก.6บก.ทท พร้อมด้วยเจ้าที่เกี่ยวข้องมารอรับตัวนายวิรพล สุขผล หรือเณรคำ ผู้ต้องหาคดีการกระทำชำเราเด็กหญิงและพรากผู้เยาว์ และ ความผิดฐานฟอกเงินกรณีการเบียดบังเงินบริจาคไปซื้อทรัพย์สินและการนำเงินไปฝากในต่างประเทศ  ซึ่งนายวิรพลจะเดินทางมาด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG677 สนามบินนานาชาตินาริตะปลายทางสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ถึงเวลาประมาณ 21.55 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีนักข่าวจากหลายสำนักทั้งไทยและต่างประเทศมารอทำข่าวเป็นจำนวนมาก

เณรคำยอมถอย!!สละจีวร พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
    ต่อมาเวลา 21.00 น. พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่านายวิรพล ยังสวมจีวรสงฆ์อยู่ ซึ่งในก่อนที่ นายวิรพล จะหลบหนีออกนอกประเทศนั่นยังไม่ได้รับคำสั่งปราชิกจึงยังไม่มีความผิด แต่ขณะนี้มีคำสั่งปราชิก จากเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษแล้ว เมื่อเดินทางถึงไทยก็ต้องดูเจตนาว่านายวิรพลจะถอดจีวรหรือไม่ หากไม่ก็ต้องให้ทำตามก็จะให้ทางสำนักพุทธดำเนินคดี ในข้อหาแต่งการเลียนแบบพระสงฆ์ ทางด้านเจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้เตรียมแพทย์ในการตรวจร่างกายและทนายความที่ร่วมทำการสอบสวน ทั้งนี้ทางด้านอัยการได้ร่างคำสั่งฟ้องศาลไว้เรียบร้อย อย่างไรก็ตามนายวิรพลได้โดนหมายจับตอนปี 2556 และทางเจ้าที่ตำรวจอเมริกาสามารถควบคุมตัวได้เมื่อปี 2559 ซึ่งทางดีเอสไอได้ประสานงานในทุกขั้นตอนจนกระทั่งศาลมีคำสั่งให้สามารถส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ จึงได้ส่งนายวิรพลกลับมายังประเทศไทย สำหรับขั้นตอนจากนี้จะทำการสอบปากคำเพิ่มเติมโดยละเอียดในคืนนี้เพื่อที่จะนำตัวไปส่งให้อัยการ และจะชี้แจ้งอีกครั้งอย่างละเอียดที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ 
     หลังจากนั้นเวลา 22.05 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิรพล หรือเณรคำ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เจ้าหน้าที่อัยการ เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่จะนำตัวนาย วิรพลออกจากอาคารผู้โดยสารขาเข้า ทางช่องทางพิเศษด้านอาคารเอ ฝั่งตะวันออก ซึ่งช่องทางดังกล่าวพนักงานใช้ในการเข้า-ออก เท่านั้น 

เณรคำยอมถอย!!สละจีวร พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
    คืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 23.30 น. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ลงมาให้สัมภาษณ์กับทางสื่อมวลชนว่าทางเจ้าหน้าที่ได้ไปรับตัวพระเณรคำที่สนามบินสุวรรณภูมิ จากคดีเมื่อปี 2553 มีการร้องทุกข์ดำเนินคดีกับพระเณรคำจำนวน 6 ข้อกล่าวหา ในระหว่างที่กำลังดำเนินคดีอยู่นั้นพระเณรคำได้หลบหนีไปยังต่างประเทศ โดยข้อหาคือ พ.ร.บ.ระบบคอมพิวเตอร์ ข้อหาอนาจาร และข้อหาพรากผู้เยาว์ ทางพนักงานอัยการสูงสุดได้ร่วมมือกับดีเอสไอเดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อชี้แจ้งเหตุผลขอรับตัวผู้ร้ายข้ามแดนตามพ.ร.บ.การส่งผู้ร้ายข้ามแดน ในที่สุดศาลศาลอเมริกาก็มีคำสั่งให้ส่งตัวพระเณรคำเกิดมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย ในส่วนการดำเนินคดีขณะนี้พระเณรคำยังคงแต่งกายเป็นพระสงฆ์อยู่ทางเรา และทางสำนักพุทธศาสนา ดำเนินการตามคำสั่งเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษให้ปาราชิกไปแล้ว จากนั้นจึงได้สอบถามท่านว่ายินดีจะสละจีวรหรือไม่ ซึ่งทางพระเณรคำยินดีที่จะสละสมณเพศด้วยตัวเองภายในคืนนี้

พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวต่อว่าในคืนนี้ได้ประสานแพทย์มาตรวจร่างกายและเก็บหลักฐานทางดีเอ็นเอแล้วจะทำการสอบปากคำให้เรียบร้อยภายในคืนนี้ ในช่วงเช้าจะนำตัวส่งพนักงานอัยการคดีพิเศษเพื่อฟ้องศาลต่อไป ในขณะนี้ทางพระเณรคำยังไม่ได้ขออะไรเป็นพิเศษ นอกจากนี้ทางเรายังได้เตรียมทนายความอาสาไว้ส่วนหนึ่งซึ่งเป็นทนายที่ท่านรู้จัก ทั้งได้ด้านทำการติดต่อญาติไปแล้วแต่ไม่ประสงค์จะมา จากการพูดคุยกับพระเณรคำทราบว่าตนเองต้องการจะกลับประเทศไทยโดยพร้อมจะทำสู่กระบวนการยุติธรรม ในส่วนการสอบปากคำเป็นสิทธิ์ของท่านที่จะให้การหรือไม่ให้การก็ได้ ซึ่งทางคณะกรรมการอัยการคดีพิเศษได้ร่างคำฟ้องไว้เรียบร้อยแล้วโดยจะมีการส่ง ฟ้องช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้หากมีการยื่นประกันตัวในชั้นศาล ทางดีเอสไอจะคัดค้านประกันเนื่องจากท่านมีพฤติการณ์หลบหนี ส่วนวิธีการที่ท่านหลบหนีออกไปได้อย่างไรนั้นยังอยู่ระหว่างการสอบสวนซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะต้องทำการสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง

ด้าน นายณัฐกิตติ์ ไชยวรรณรัตน์ นักวิชาการศาสนาชำนาญการ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กรมศาสนา กล่าวว่าขณะนี้ทางเจ้าคณะจังหวัดได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนในส่วนของเณรคำที่มีพฤติกรรมปาราชิกซึ่งผลวินิจฉัยออกมาว่าท่านปาราชิกไปเรียบร้อยแล้ว จึงเดินทางมาแจ้งคำสั่งหากท่านทราบแล้วท่านก็สามารถทำการถอดจีวรได้เลยนับว่าเป็นการขาดจากการเป็นพระพิสุเรียบร้อยแล้ว

ขณะที่ นายทวีวัฒน์ สุรสิทธิ์ ผอ.ส่วนคดีความมั่นคง 1 กรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่าในส่วนของทรัพย์สินทางเราได้พิสูจน์ทราบว่าสิ่งที่ได้มาถูกแปรสภาพไปเป็นรถยนต์ซึ่งอยู่ในสำนวนที่เราได้ทำไปแล้วทำการส่งให้อัยการไปแล้ว ขณะนี้ยังอยู่การยังอยู่ระหว่างการสอบสวนทรัพย์สินทั้งหมดของพระเณรคำ และมีการสอบพยานล่วงหน้าไปแล้วบ้างแล้ว 2-3 ปาก