รวบ2พระเขมรลักลอบเข้ามาเรี่ยไรในตลาดโรงเกลือ

พระเขมร, เรี่ยไร, ตลาดโรงเกลือ

รวบ2พระเขมรลักลอบเข้ามาเรี่ยไรในตลาดโรงเกลือ เห็นตร.วิ่งหนีจีวรปลิวกลับออกไปเขมรได้1องค์จับได้1องค์พบไม่มีใบอนุญาติเรี่ยไรส่งกลับพร้อมขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าไทย

 

          17 ก.ค.60 เมื่อเวลา 10.00 น. พ.ต.อ.เสกสรร วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว ได้รับแจ้งจาก ร.อ.อภินันท์ สงครามชัย ผบ.ร้อย ทพ.1201(ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่1201) ว่าพบมีพระสงฆ์จำนวน 2 องค์ กำลังเดินเรี่ยไรเงินกับนักท่องเที่ยวชาวไทย และพ่อค้า แม่ค้า บริเวณตลาดผลไม้ ภายในตลาดโรงเกลือ ตลาดการค้าชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว หวั่นอาจเป็นพระปลอมอีกทั้งพฤติกรรมลับๆ ล่อๆ จนนักท่องเที่ยวเกิดความกลัวเกรงจะเป็นมิจฉาชีพขอให้มาตรวจสอบด้วย

          หลังรับแจ้งจึงสั่งการให้ พ.ต.ท.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รอง ผกก.(สส).สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว ประสานความร่วมมือกับ พ.ต.อ.เบญจพล รอดสวาสดิ์ ผกก.ตม.จว.สระแก้ว นำกำลังเข้าทำการตรวจสอบบริเวณตลาดผลไม้ ภายในตลาดโรงเกลือ เมื่อ จนท.ไปถึงพบพระสงฆ์จำนวน 2 องค์ คาดว่าเป็นพระกัมพูชา สะพายย่ามพระสีเหลืองแก่ กำลังเดินเรี่ยไรเงินจากนักท่องเที่ยว เมื่อพระเขมรทั้ง 2 องค์เห็น จนท.เข้าตรวจสอบพยายามแยกย้ายกันวิ่งหลบหนีเข้าไปในฝูงชนแต่ ถูก จนท.รวบไว้ได้ 1 องค์ ส่วนอีก 1 องค์ อาศัยความเร็ววิ่งหนีข้ามพรมแดนออกไปฝั่งกัมพูชาได้ จนท.จึงเข้าทำการตรวจสอบพระเขมรที่รวบตัวไว้ได้ 1 องค์ พบภายในย่ามมีธนบัตรไทยฉบับละ 20 บาท และฉบับละ 100 บาท อยู่ในย่ามจำนวนหลายใบ และพบใบฎีกาทำบุญเป็นภาษากัมพูชา จำนวน1ใบ 

          เมื่อสอบถามทราบว่า เป็นพระสงฆ์กัมพูชา ชื่อพระพร พันนา อายุ 30 ปี อ้างเป็นพระอยู่ที่วัดในฝั่งเขมร แต่เดินทางเข้ามาเรี่ยไรในตลาดโรงเกลือ ฝั่งไทยกับพระชาวเขมรด้วยกันอีก 1 องค์ เพื่อนำเงินไปร่วมทำบุญกับวัดในกัมพูชา และอ้างว่าบวชพระมา 14 ปีแล้ว ซึ่ง จนท.ยังไม่ปักใจเชื่อว่าเป็นพระจริงหรือไม่เพราะอายุ 30 ปี แต่บอกว่าบวชมา 14 พรรษานั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะบวชพระต้องอายุ 20 ปี ขึ้นไป  ดังนั้นจึงไม่ควรเกิน 10 ปี และเมื่อค้นในย่าม จนท.ได้พบพาสปอร์ตของพระพร อยู่ในย่ามแต่หมดอายุแล้ว จึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว 

          ต่อมา จนท.ได้นิมนต์พระอธิการมาโนช จิตรมโม เจ้าอาวาสวัดท่าข้าม ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ในฐานะเป็นตำรวจพระมาร่วมสอบสวนพระเขมรรูปนี้ที่ สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว ซึ่งจากการสอบสวนของตำรวจพระ พบว่าพระพร ไม่มีเอกสารการขออนุญาตเรี่ยไร และไม่มีนำหนังสือประจำตัวพระกัมพูชามาด้วย แต่อ้างว่ามีแต่อยู่ที่วัดในฝั่งเขมร ซึ่งพระอธิการมาโนช จิตรมโม ตำรวจพระบอกว่าไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นพระจริงหรือไม่เพราะเป็นคนละประเทศแต่ที่ผิดแน่ๆ คือการเข้ามาเรี่ยไรในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาติก็ถือว่าผิดเพราะตาม พ.ร.บ.สงฆ์ ของไทยห้ามเรี่ยไร และเพื่อไม่ให้ทำผิด พ.ร.บ.สงฆ์ของไทยและเสื่อมเสียวงการสงฆ์ของไทย จึงสั่งห้ามพระพร ออกเรี่ยไรในประเทศไทย และให้เดินทางออกนอกประเทศโดยทันทีที่ จนท.ตำรวจ สภ.คลองลึก ดำเนินการตามกฎหมายไทยแล้ว 

          จากนั้นเพื่อไม่ให้เสื่อมเสียวงการสงฆ์และพระพุทธศาสนา อีกทั้งความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา จนท.จึงส่งตัวพระพร พันนา พระเขมรให้ จนท.ตม.จว.สระแก้ว นำไปทำประวัติและขึ้นบัญชีดำไว้ในฐานะผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ก่อนนำไปผลักดันกลับประเทศที่ หน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว และห้ามลักลอบเดินทางเข้าประเทศไทยอีก


เปิดอ่าน