จนท.เชื่อยิงวัยรุ่นหาของป่าปัตตานีฝีมือกลุ่ม"ซอบรี เจ๊ะห๊ะ"

อาชญากรรม  :  19 มิ.ย. 2560

กอ.รมน.ภาค 4 สน. เชื่อฝีมือกลุ่ม “ ซอบรี เจ๊ะห๊ะ” แกนนำก่อเหตุรุนแรง นำทีมยิงวัยรุ่นหาของป่าเสียชีวิต 3 ราย ที่ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี

       วันที่  19 มิถุนายน ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แถลงข่าวชี้แจงความคืบหน้ากรณี เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 60 เวลา 11.15 น. คนร้ายใช้ อาวุธปืนยิงกลุ่มเยาวชนผู้บริสุทธิ์ อายุระหว่าง 18-19 ปี ขณะหาของป่าในพื้นที่ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี เป็นเหตุให้เยาวชน เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 2 ราย 

          จากกรณีดังกล่าว เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 60 หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 พร้อมสนธิกำลังร่วมทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครองเข้าทำการติดตามความเคลื่อนไหวและเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ ผลปรากฏว่าบริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุพื้นที่ บ้านดุซงปาแยตะวันตก หมู่ที่ 2 ต.ตอหลัง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี พบศพเพิ่มเติม 1 ราย  

          “จากการติดตามจับกุมและปฏิบัติตามกฎหมายในพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 2 จุด ได้แก่ หมู่ที่ 1 ต.ตันหยงจึงงา และพื้นที่ หมู่ที่ 4 ต.ตันหยงดาลอ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดอาวุธปืนขนาด M-16 จำนวน 1 กระบอก ปืน AK-47 (อาก้า) จำนวน 1 กระบอก ปืนพก จำนวน 3 กระบอก พร้อมอุปกรณ์และเครื่องกระสุนได้จำนวนหนึ่ง พร้อมกันนี้สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้จำนวน 6 ราย โดยได้ดำเนินการนำบุคคลต้องสงสัยเข้าสู่กระบวนการซักถามและนำอาวุธทั้งหมดเข้าตรวจสอบตามกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ ว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบหรือไม่ พร้อมทั้งดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป และจากการรวบรวมพยานหลักฐานและข้อมูลด้านการข่าว รวมถึง เบาะแสที่ได้รับจากการแจ้งของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ทำให้ในชั้นต้นคาดได้ว่าผู้ต้องสงสัยก่อเหตุรุนแรงในครั้งนี้ คือ นายซอบรี เจ๊ะห๊ะ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมและจักเร่งติดตามผู้ก่อเหตุดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป” รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. กล่าว

          พ.อ.ยุทธนาม กล่าวอีกว่า ทางพล.ท. ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตเป็นอย่างยิ่ง และได้สั่งการให้ส่วนที่เกี่ยวข้องดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตและอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่จำเป็นตามสิทธิเยียวยาที่ได้รับตามระเบียบของทางราชการอย่างเต็มที่ และให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ตลอดจนรวบรวมงาน การข่าวเพื่อติดตามผู้กระทำผิดมาลงโทษ โดยให้ทุกหน่วยปฏิบัติการเชิงรุกในการติดตาม จับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง พร้อมเพิ่มมาตรการความเข้มงวดการรักษาความปลอดภัย พี่น้องประชาชนในพื้นที่

         "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความพยายามในการสร้างสถานการณ์ ความรุนแรงอย่างโหดเหี้ยมทารุณที่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงมุ่งกระทำต่อเด็กและเยาวชน ผู้บริสุทธิ์ที่เป็นอนาคตของชาติซึ่งมีอายุเพียง 18-19 ปี อย่างไร้ทางต่อสู้และเป็นการกระทำของกลุ่มผู้แสวงผลประโยชน์อย่างไร้อุดมการณ์ ไร้มนุษยธรรม ไร้ซึ่งความเมตตาต่อเด็กและเยาวชนที่ถือได้ว่าเป็นกระทำเพื่อหวังผลประโยชน์ของกลุ่มตนเองเท่านั้น โดยไม่สนใจหลักมนุษยธรรมและยังเป็นการก่อเหตุในห้วงเดือนอันประเสริฐของพี่น้องชาวมุสลิมอย่างไม่ยำเกรง และไม่รับฟังผู้นำศาสนาอิสลามที่ได้ออกมาแถลงการณ์ ให้ยุติการใช้ความรุนแรง" พ.อ.ยุทธนามกล่าว

          รองโฆษก กอ.รมน. ภาค 4 กล่าวอีกว่า  ห้วงแห่งเดือนรอมฎอนอันประเสริฐที่การก่อเหตุรุนแรงถือเป็นบาปใหญ่และขัดต่อหลักศาสนาอิสลาม จึงเป็นการสมควรที่พี่น้องประชาชน ควรออกมาร่วมกันประณามขับไล่พร้อมต่อต้าน การใช้ความรุนแรงในการกระทำอันชั่วร้ายดังกล่าวนี้ รวมถึง ขอให้พี่น้องประชาชนทุกศาสนิกชนร่วมมือร่วมใจกันแจ้งเบาะแสข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวของกลุ่ม ผู้ก่อเหตุรุนแรงผ่านสายด่วน 1341 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการ ให้ข้อมูลสำคัญกับเจ้าหน้าที่นำสืบและรวบรวมไปสู่การติดตามจับกุมตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุดังกล่าวมาลงโทษตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อเป็นแบบอย่างของผู้ที่ต้องได้รับโทษ และบาปจากการกระทำอันโหดร้ายทารุณอย่างสมควรที่จะต้องได้รับในครั้งนี้


เปิดอ่าน