คุมตัว‘แม่จ่านิว’ไปกองปราบ-จ่อฝากขังพรุ่งนี้

ปอท.ย้ายสถานที่ควบคุมตัว ‘แม่จ่านิว’ มาที่กองปราบปราม ก่อนนำฝากขังศาลทหารพรุ่งนี้ ‘จ่านิว’ รุดเยี่ยมแม่ - ตร.แถลงระบุหลักฐานชัดผิด ม.112 นำกำลังค้นบ้าน 3 จุด

 
       จากกรณี น.ส.พัฒน์นรี ชาญกิจ หรือ หนึ่งนุช มารดา นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ถูกศาลทหารอนุมัติออกหมายจับ เลขที่ 36/2559 ในข้อหาร่วมกันกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และ ความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ก่อนเจ้าตัวจะตัดสินใจเดินทางเข้ามอบตัวที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) และถูกควบคุมตัวไว้ที่สน.ทุ่งสองห้อง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา 
 
       ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 ที่สน.ทุ่งสองห้อง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวน บก.ปอท. ได้ควบคุมตัว น.ส.พัฒน์นรี ไปยัง บก.ปอท. เพื่อนำตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมก่อนแถลงข่าว ในเวลา 12.00 น. ทั้งนี้เนื่องจากสถานที่ที่ บก.ปอท. ไม่เอื้ออำนวย จึงได้เปลี่ยนสถานที่ไปยังกองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงทำการสอบสวนเพิ่มเติม ก่อนจะมีการแถลงชี้แจงกรณีดังกล่าวต่อสื่อมวลชน
 
       ต่อมาเมื่อเวลา 11.50 น. วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวน บก.ปอท. นำตัว น.ส.พัฒน์นรี มาฝากขังภายในห้องควบคุมผู้ต้องหาของ บก.ป. จากนั้น นายสิรวิชญ์ หรือจ่านิว ได้เดินทางเข้ามาเยี่ยมมารดาโดยไม่ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนแต่อย่างใด กระทั่งเวลา 12.00 น. พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายเสนาธิการผู้บังคับบัญชา คณะทำงานพิเศษฝ่ายกฎหมาย คสช.และทหาร เดินทางมายัง บก.ป. เพื่อดูสถานการณ์ 
 
       รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับกรณีที่ทางทนายออกมาให้สัมภาษณ์พร้อมให้ข้อมูลว่า หลักฐานซึ่งเป็นข้อความสนทนาในอินบ็อกของเฟซบุ๊กระหว่าง น.ส.พัฒน์นรี และ นายบุรินทร์ อินติน สมาชิกกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ นั้น ไม่ปรากฏข้อความว่า น.ส.พัฒน์นรี พิมพ์อะไรไป นอกจากคำว่า “จ้า” แต่แท้จริงแล้วทางตำรวจและทหารได้ยืนยันว่าสิ่งที่ทางทนายกล่าวอ้างและให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนไม่เป็นความจริง เนื่องจากบทสนทนาของทั้งสองมีมากกว่านั้น และพบว่า น.ส.พัฒน์นรี เป็นผู้เริ่มต้นในการสนทนาด้วย โดยข้อความก่อนหน้านั้นเป็นข้อความที่มีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพบ้านเมืองและการเมืองในปัจจุบัน จนลามไปถึงการพิมพ์ข้อความในลักษณะหมิ่นสถาบันฯอีกด้วย 
 
       ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 12.40 น. นายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา พร้อมด้วยเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง เดินทางมายัง บก.ป. ก่อนกล่าวว่า ตนมาวันนี้(7 พ.ค.)เพื่อให้กำลังใจ น.ส.พัฒน์นรี และ นายสิรวิชญ์ พร้อมมอบดอกไม้แสดงความเป็นห่วง ทั้งนี้จากการสอบถามทราบว่า นายสิรวิญช์ มีแม่ น้อง และยาย อาศัยอยู่ที่บ้าน เมื่อแม่ถูกจับ นายสิรวิชญ์ซึ่งเป็นนักศึกษาอยู่ ต้องรับภาระทั้งหมดแทน อย่างไรก็ตาม นายสิรวิชญ์ ยังเป็นหนึ่งในพลเมืองที่ถูกริดรอนสิทธิ ดังนั้นพวกตนขอออก แถลงการณ์ เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง เรียกร้องให้มีการปล่อยตัว “แม่จ่านิว" ทั้งนี้เครือข่ายฯติดตามและห่วงใยการละเมิดสิทธิพลเมืองที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น ขอแถลงท่าทีดังต่อไปนี้ 
 
       1. การตั้งข้อหาและออกหมายจับแม่จ่านิว เป็นการกระทำที่ไม่มีเหตุอันควร ข้อเท็จจริงปรากฏชัดว่า แม่จ่านิว มิได้พิมพ์ข้อความอันเป็นการหมิ่นประมาทสถาบันแต่อย่างใดเลย เฉพาะคู่สนทนาบนเฟซบุ๊กที่มิได้มีความคุ้นเคยกับแม่จ่านิวที่เป็นผู้พิมพ์ถ้อยคำ แม่จ่านิวเพียงแต่ตอบรับด้วยคำว่า “จ้า” เพื่อปิดการสนทนาเท่านั้น ดังนั้นการตั้งข้อหาคดีอาญาที่มีบทลงโทษรุนแรง โดยอ้างว่า การที่มิได้ห้ามปรามถือเป็นความผิดด้วย จึงเป็นการตีความที่ขยายมูลเหตุแห่งความผิดที่เกินเลยโดยที่ประชาชนไม่รู้ล่วงหน้ามาก่อน หากมีการตั้งข้อหามาตรา 112 ด้วยมูลเหตุเพียงเท่านี้ จะเปิดช่องให้มีการกลั่นแกล้งกันได้โดยง่าย เหมือนเช่นขณะนี้ที่ประชาชนเกิดข้อกังขาว่า คสช. กำลังกลั่นแกล้งแม่จ่านิว เพื่อผลทางการเมืองในการข่มขู่คุกคาม นายสิรวิชญ์ หรือจ่านิว ที่เป็นแกนนำเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย 
 
       2. การใช้ดุลพินิจไม่ให้ประกันตัวอย่างไม่เหมาะสม ผู้บังคับการ ปอท. ปฏิเสธการให้ประกันตัวโดยให้เหตุผลว่า เป็นคดีร้ายแรงมีอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีและยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานโดยมิได้พิจารณาว่า แม่จ่านิวได้แสดงความบริสุทธิ์ใจเข้าพบพนักงานสอบสวนในทันทีที่ถูกออกหมายจับ (โดยไม่มีหมายเรียก) พร้อมทั้งมีหลักทรัพย์เป็นเงินประกันตัวถึง 5 แสนบาท ย่อมแสดงถึงความบริสุทธิ์ใจพร้อมจะสู้คดี การกักขังบุคคลโดยไม่มีเหตุอันควร ถือเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนอย่างมิอาจยอมรับได้ 
 
       3. คสช. ควรตระหนักว่า การดำเนินคดีกับประชาชนผู้บริสุทธิ์โดยไม่มีเหตุอันควรจะนำไปสู่การสร้างความเกลียดชังในหมู่ประชาชน เพราะประเด็น 112 เป็นประเด็นที่อ่อนไหว ทำให้ประชาชนที่เข้าใจผิดก่อกระแสเกลียดชังจ่านิวและแม่จ่านิว ส่วนประชาชนผู้รักความเป็นธรรมก็จะโกรธแค้น คสช. ที่ตั้งข้อหาประชาชนอย่างไม่เป็นธรรม วิธีการเช่นนี้ไม่ส่งผลดีต่อใครทั้งสิ้น และเป็นการกระทำที่แย้งกับ คสช. ประกาศว่า จะสร้างความสงบขึ้นในสังคมไทย สุดท้ายนี้ เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง ขอยืนยันว่า เราเป็นห่วงสิทธิพลเมืองไม่เพียงแต่กรณีแม่จ่านิวเท่านั้น เราขอเรียกร้องให้ คสช. เคารพกฎหมายและหยุดการจับกุมคุมขังประชาชน โดยไม่เคารพต่อกระบวนการยุติธรรม เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ศาลทหารจะพิเคราะห์และอนุญาติให้แม่จ่านิวได้รับการประกันตัวในวันที่ 8 พฤษภาคม 
 
       นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า กรณีที่ น.ส.พัฒน์นรีถูกจับกุม โดยมีการแสดงหลักฐานว่าเป็นการแชทผ่านเฟซบุ๊คกับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้นั้น พบว่าไม่ได้มีการพูดคุยใดๆมาก่อน น.ส.พัฒน์นรี ตอบกลับไปเพียงคำว่า “จ้า” ซึ่งตนมองว่าเป็นมารยาทที่เมื่อถูกอีกฝ่ายพิมพ์ข้อความมา และน.ส.พัฒน์นรี ต้องการจบบทสนทนาจึงใช้คำว่า “จ้า” ปิดท้าย และไม่ได้ส่งอะไรไปอีก ตนจึงรู้สึกว่าการตั้งข้อหาร่วมหมิ่นสถาบันฯ ม.112 นั้นเป็นการตั้งข้อหาเกินกว่าเหตุ ไม่สมเหตุสมผล และรังแต่จะเกิดความขัดแย้ง 
 
       เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ทางตำรวจและทหารมีหลักฐานว่าการสนทนาระหว่าง น.ส.พัฒน์นรี และ นายบุรินทร์ ที่ถูกจับกุมไปก่อนแล้วนั้น มีประโยคสนทนาอื่นๆก่อนหน้าคำว่า “จ้า” ซึ่งเข้าข่ายหมิ่นสถาบันฯ รวมทั้งในบทสนทนาดังกล่าวยังปรากฏว่า น.ส.พัฒน์นรี เป็นผู้พิมพ์ไปก่อน ซึ่งนายอนุสรณ์ บอกว่า หลักฐานตรงนั้นตนยังไม่เห็น เท่าที่เห็นมีเพียงกระดาษแผ่นเดียว และคำเดียวที่ น.ส.พัฒน์นรีพิมพ์ไป คือคำว่า “จ้า”เท่านั้น ขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน อย่างไรก็ตามพวกตนจะหารือในด้านของกฎหมายและจะติดตามคดีว่าจะออกมาอย่างไร 
 
       กระทั่งเวลา 13.10 น. ที่บก.ป. พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายเสนาธิการผู้บังคับบัญชาคณะทำงานพิเศษฝ่ายกฎหมาย คสช. พร้อมด้วย พ.ต.อ.โอฬาร สุขเกษม ผกก.3 ปอท. และพ.ต.ท.สัณห์เพ็ชร หนูทอง รองผกก(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท ร่วมแถลงข่าวและชี้แจงผลการจับกุม น.ส.พัฒน์นรี
 
       พ.ต.อ.โอฬาร กล่าวว่า การดำเนินการเกี่ยวกับคดีดังกล่าวซึ่งประกอบด้วยกฎหมายหลายข้อ อาทิ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยทาง บก.ปอท. ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดำเนินคดี และมีการให้ข้อมูลจนเกิดความสับสน มีการกล่าวหาใส่ร้ายว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการไปโดยไม่มีหลักฐาน หรือกลั่นแกล้ง เรื่องนี้จึงต้องขอชี้แจ้งทำความเข้าใจว่า การดำเนินการดังกล่าวได้ดำเนินการตามขั้นตอน และมีพยานหลักฐานอย่างครบถ้วนชัดเจน สำหรับพฤติการณ์แห่งคดีนั้นทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเปิดเผยถึงรายละเอียดได้ เนื่องจากเป็นขั้นตอนในการสอบสวนสืบสวนจึงต้องเป็นความลับ อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่ามีการนำเสนอข้อมูลต่อศาลให้พิจารณาและศาลได้มีคำสั่งให้ออกหมายจับดำเนินคดีทั้งสองราย ทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้อาศัยอำนาจอื่นใดในการดำเนินคดี และตามกฎหมายสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 48 ชั่วโมง ซึ่งในวันที่ 8 พ.ค.นี้จะนำตัวน.ส.พัฒน์นรี ไปฝากขังที่สาลทหารตามขั้นตอน 
 
       พ.ต.อ.โอฬาร กล่าวอีกว่า กรณีที่ประชาชนมีการบอกว่า น.ส.พัฒน์นรี ไม่ได้มีการดำเนินการดังกล่าวนั้น ต้องบอกว่าไม่เป็นความจริง เพราะจากการตรวจสอบพบว่า น.ส.พัฒน์นรี และ นายบุรินทร์ มีการดำเนินการร่วมกัน มีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายกระทำความผิด ซึ่งทุกอย่างจะปรากฏในชั้นศาล รวมถึงบุคคลอื่นๆที่เกี่ยวข้องหากตรวจพบการกระทำผิดแบบเดียวกันนี้จะดำเนินการทันที และขอความร่วมมือหากมีการนำเสนอข้อมูลควรมีหลักฐาน ไม่ควรบิดเบือน หรือนำสิ่งที่ตัวเองคิดแล้วนำเสนอออกไป ซึ่งอาจสร้างความเสียหายให้กับผู้ปฏิบัติงานได้ ยืนยันว่าตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งที่ บก.ปอท. ตั้งแต่มี บก.ปอท. ครั้งแรก ไม่เคยมีการกลั่นแกล้งใดๆ หรือข่มขู่ เพื่อให้ได้มาซึ่งพยานหลักฐาน สำหรับบุคคลที่แชร์และกดไลค์ข้อความที่แสดงให้เห็นถึงสนับสนุนการกระทำผิดดังกล่าว ก็ถือว่ามีความผิดเช่นเดียวกัน
 
       "ตำรวจไม่ได้มีการรินรอนสิทธิของสื่อ ไม่มีการเซ็นเซอร์ข่าว ไม่เคยมีการห้ามในการแสดงความคิดเห็น แต่ทั้งนี้จะต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ขอความกรุณาสื่อมวลชน หากต้องข้อมูลที่เป็นประโยชน์สามารถติดต่อมาได้โดยตรงที่ผม หรือพนักงานผู้ปฏิบัติงานคดีนี้ บอกได้ในข้อเท็จจริงตามกฎหมาย แต่ไม่สามารถบอกรายละเอียดข้อความเนื้อหาได้ เพราะเป็นความลับในชั้นการสอบสวน ยืนยันว่าการพูดคุยของทั้งสองคนเข้าข่ายเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา โดยแม่จ่านิวไม่ได้พิมพ์เพียงแค่คำว่า “จ้า” เนื่องจากมีการสนทนาที่มากกว่านั้น"พ.ต.อ.โอฬาร กล่าว
 
       เมื่อผู้สื่อถามว่า การพิมพ์คำว่า จ้า ถือว่าเป็นการสนับสนุน ทำไมถึงตีความว่าเป็นการกระทำความผิด พ.ต.อ.โอฬาร ตอบว่า การดำเนินการทางกฎหมายไม่มีการตีความ จะต้องดูพฤติการณ์ของผู้กระทำ ถึงจะมีการพิจารณาดำเนินการต่อไป ดังนั้นที่จะมาบอกว่าพิมพ์คำว่า จ้า อย่างเดียวและผิดกฎหมายนั้น อันนี้ถือว่าเป็นการนำเสนอข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งผู้ที่นำเสนออาจทำให้โดนดำเนินคดีได้ โปรดระมัดระวัง ต้องยืนยันอีกว่า ผู้ต้องหาทั้งสองรายนี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยศาล อย่างไรก็ตามจะมีการควบคุมตัว น.ส.พัฒน์นรี ไว้ที่ บก.ป.
 
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหารได้นำกำลังไปค้นบ้านของ นายสิรวิชญ์ หรือจ่านิว ในช่วงเวลาตั้งแต่ 13.00 น. วันที่ 7 พ.ค. โดยดำเนินการเข้าตรวจค้นหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมจำนวน 3 จุด ได้แก่ บ้านเลขที่ 12/109 ม.4 คลอง 12 เขตหนองจอก กทม. บ้านเลขที่ 99/10 ม. 8 คลอง 1 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และบ้านเลขที่ 53/88 ม.4 ถ.พระยาสุเรนท์ เขตคลองสามวา กทม.
 
 
ตำรวจ-ทหารค้นบ้าน ‘จ่านิว’ ย่านพระยาสุเรนทร์ ยกคอมพ์ฯ 2 เครื่องไปตรวจสอบ
 
 
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. วันที่ 7 พ.ค.59 มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารได้เดินทางมายังบ้านเลขที่ 53/88 หมู่บ้านธีรวรรณ ซอยรามอินทรา 109 หรือ ถ.พระยาสุเรนทร์ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. ซึ่งเป็นบ้านพักของ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ โดยเจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายศาลเพื่อเข้าตรวจค้น พร้อมบันทึกภาพภายในบ้าน ซึ่งใช้เวลาตรวจค้นประมาณครึ่งชั่วโมง จากนั้นได้นำเอาคอมพิวเตอร์พีซี จำนวน 2 เครื่อง ของ นายสิรวิชญ์ ไปดำเนินการตรวจสอบหาข้อมูล และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดีที่ น.ส.พัฒน์นรี ชาญกิจ หรือ หนึ่งนุช มารดาของ นายสิรวิชญ์ ซึ่งถูกจับในข้อหาตาม ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
 
       ทั้งนี้ขณะที่เจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นและยึดเอาเครื่องคอมพิวเตอร์ไปตรวจสอบนั้น มีน้องสาวของนายสิรวิชญ์ พยายามเจรจากับเจ้าหน้าที่ บอกให้รอพี่ชาย คือนายสิรวิชญ์ ก่อน โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าเป็นอำนาจที่กระทำได้ ก่อนยกเครื่องคอมพิวเตอร์ไปตรวจสอบ และเดินทางกลับไปก่อนที่นายสิรวิชญ์ จะเดินทางกลับมาที่บ้านหลังดังกล่าว และไม่มีการเซ็นเอกสารใดๆ 
 
       ขณะเดียวกันน้องสาวของนายสิรวิชญ์ ยังบอกด้วยว่า ในช่วงกลางคืนเมื่อวานนี้(6 พ.ค.) และช่วงสายวันนี้(7 พ.ค.) ได้มีรถยนต์ของเจ้าหน้าที่มาสังเกตการณ์บริเวณหน้าบ้านด้วย โดยหลังจากนี้นายสิรวิชญ์จะเดินทางไปยังกองปราบปรามเพื่อทำกิจกรรมในเวลา 16.00 น.ต่อไป
 
 
 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

เปิดอ่าน