รวบ!ชายต่างชาติต้องสงสัยบึ้มราชประสงค์

ตร.-ทหารล้อมจับผู้ต้องสงสัยชาวต่างชาติในอพาร์ตเมนต์ย่านหนองจอก พบซุกซ่อนอุปกรณ์-วัตถุระเบิดเพียบ คาดเชื่อมโยงบึ้มราชประสงค์-ท่าเรือสาทร

 
         29 ส.ค.58  ความคืบหน้าการติดตามจับกุมคนร้ายวางระเบิดแยกราชประสงค์และท่าเรือสาทร ล่าสุดเมื่อเวลา 13.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) และเจ้าหน้าที่ทหาร รวมกว่า 100 นาย เข้าปิดล้อมตรวจพื้นที่อาคารอพาร์ตเมนต์ ถ.เชื่อมสัมพันธ์ แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กทม. เพื่อตรวจสอบชายต้องสงสัยที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดแยกราชประสงค์ โดยมี พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. และนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เข้าร่วมตรวจสอบด้วย
 
         ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้ปิดล้อมพื้นที่กว่า 2 ชั่วโมง พร้อมตรึงกำลังไว้อย่างเข้มงวด โดยมีรายงานว่า ผู้ต้องสงสัยดังกล่าวเป็นชายชาวต่างชาติ คาดว่าเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ โดยมีหน้าที่ประกอบวัตถุระเบิด อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนใดยืนยันว่าชายต้องสงสัยผู้นี้สัญชาติใด ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังต้องเข้าตรวจสอบอย่างระมัดระวัง เนื่องจากเบื้องต้นมีรายงานว่าห้องที่ผู้ต้องสงสัยพักอาศัย มีวัตถุระเบิดซุกซ่อนอยู่ด้วย
 
 
 
 
 
 
ซุกอุปกรณ์-วัตถุประกอบบึ้มอื้อ
 
 
         ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจและกำลังทหารได้เข้าตรวจสอบภายในห้องพักชั้นที่ 4 จำนวน 2 ห้อง หลังจากนำกำลังเข้าปิดล้อม และผลจากการตรวจสอบในห้องดังกล่าวได้ควบคุมชายต้องสงสัยชาวต่างชาติ ถือพาสปอร์ตตุรกี ระบุชื่อ นายอาเดม คาราดัก อายุ 29 ปี สัญชาติตุรกี เป็นชาวเมืองอิสตันบูล นอกจากนี้ในห้องพักยังตรวจพบอุปกรณ์และวัตถุที่ใช้สำหรับประกอบระเบิดจำนวนมาก โดยเฉพาะลูกปรายแบบกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5 ซม. ชนิดเดียวกับพบที่จุดระเบิดแยกราชประสงค์และท่าเรือสาทร จากนั้นนำตัวชายต้องสงสัยไปที่ สน.หนองจอก เพื่อทำการสอบสวน มีรายงานว่า หลังจากนั้นทหารได้นำตัวผู้ต้องสงสัยไปสอบสวนภายในมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) ย่านเกียกกาย
 
         สำหรับการตรวจห้องพัก พบอุปกรณ์ที่เป็นส่วนประกอบของวัตถุระเบิด ประกอบด้วย ท่อแป๊บเหล็ก ทำเป็นเกลียวหัวท้าย และมีฝาครอบเหล็ก สำหรับทำเป็นไปป์บอมบ์ขนาดต่างๆ จำนวนหนึ่ง บอล แบริ่ง หรือลูกปราย จำนวนมาก รองเท้าผ้าใบ สีเข้มคาดสีแดง ถ่านไฟฉายขนาดต่างๆ สกอตเทป กรรไกร สายไฟจำนวนหนึ่ง ไฟแช็ก ไขควงขนาดเล็ก รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ จำนวนมาก
 
         ด้าน พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผู้บังคับการปราบปราม กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารได้เข้าคุมตัวผู้ต้องสงสัยว่าอาจจะมีส่วนเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดแยกราชประสงค์ เป็นชาย 1 ราย แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด โดยคุมตัวได้ภายในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในซอย แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กทม. อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมตรวจค้นห้องพักของชายคนดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่พบอุปกรณ์และวัตถุที่ใช้สำหรับประกอบระเบิดจำนวนมาก ลักษณะคล้ายชนิดเดียวกับที่พบที่ราชประสงค์และท่าเรือสาทร
 
 
 
 
 
 
ชื่อสัญญาเช่าห้องเป็นตุรกีอีกราย
 
 
         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจพบหลักฐานเป็นสัญญาเช่าห้องพักมีการทำสัญญาเมื่อวันที่่ 31 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ได้เช่าห้อง ค่าเช่าเดือนละ 2,000 บาท แต่ในสัญญาเช่าดังกล่าวระบุชื่อผู้เช่าว่า “อาดิ โจลัน” สัญชาติตุรกี ซึ่งการเช่าดังกล่าวได้วางเงินมัดจำไว้ 2 เดือน รวม 4,000 บาท
 
         มีรายงานจากชุดสืบสวน แจ้งว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. ได้นำกำลังอีกชุดไปตรวจสอบขยายผลอีกจุดหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.และเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ได้เดินทางไปตรวจสอบสถานที่จับกุมผู้ต้องสงสัยด้วย
 
 
 
'จักรทิพย์' เผยมีตรวจค้นอีก 6 - 7 จุด
 
 
         ด้าน พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. กล่าวว่า การเข้าตรวจค้นครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวชายชาวต่างชาติได้ 1 คน และอยู่ระหว่างตรวจค้นห้องพัก 3 - 4 ห้องที่ชายต้องสงสัยเช่าพัก เบื้องต้นพบวัตถุบางอย่างที่คล้ายลักษณะที่ใช้ในการก่อเหตุบริเวณราชประสงค์และท่าเรือสาทร อย่างไรก็ตามยังอยู่ระหว่างตรวจสอบและเบื้องต้นพบว่าชายต้องสงสัยมาเช่าห้องพักเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
 
         พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ตรวจพบอุปกรณ์ระเบิดเทียบเคียงกับระเบิดราชประสงค์และท่าเรือสาทร เจ้าหน้าที่แกะรอยกลุ่มต้องสงสัยนี้มาระยะหนึ่ง ก่อนตกผลึกเมื่อคืนวันที่ 28 สิงหาคม และเข้าตรวจค้นโดยใช้กระบวนการสืบสวนและนิติวิทยาศาสตร์ร่วมกันในส่วนนี้ ซึ่งจะตรวจสอบอีก 6 - 7 จุด แต่ขอไม่เปิดเผยรายละเอียด ส่วนจะเป็นขบวนการก่อการร้ายข้ามชาติหรือไม่ขอตรวจสอบหลักฐานพยานต่างๆ ให้แน่ชัดก่อน แต่มั่นใจเจ้าหน้าที่มาถูกทางแล้ว
 
 
 
พาสปอร์ตปลอม - คาดไม่ใช่มือบึ้ม
 
 
         เวลา 17.00 น. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเป็นชายชาวต่างชาติยังไม่สามารถระบุสัญชาติได้ เนื่องจากผู้ต้องสงสัยได้ถือพาสปอร์ตปลอมที่ระบุว่าเป็นพาสปอร์ตตุรกี ขณะเดียวกันจากการตรวจพบชิ้นส่วนอุปกรณ์ภายในห้องพัก โดยเฉพาะ “บอล แบริ่ง” หรือลูกปราย มีความคล้ายคลึงกับวัตถุพยานที่เก็บได้จากเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม และเหตุระเบิดที่ท่าเรือสาทร วันที่ 18 สิงหาคม ซึ่งจากการสืบสวนเชื่อได้ว่าผู้ต้องสงสัยรายนี้มีส่วนเกี่ยวข้องหรืออยู่ในกลุ่มเดียวกับกลุ่มบุคคลที่่ก่อเหตุวางระเบิดในพื้นที่กรุงเทพฯ ดังกล่าว
 
         ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าวมีความเป็นไปได้ว่าจะไม่ใช่ผู้ที่ถือระเบิดไปวาง แต่เป็นผู้ร่วมขบวนการ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้สืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่องไปถึงผู้ร่วมกระทำความผิดรายอื่นซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ต้องสงสัยรายนี้เจ้าหน้าที่ทหารได้ควบคุมตัวไปสอบสวนภายในค่ายทหารแห่งหนึ่งแล้ว และเบื้องต้นยังพบผู้ต้องสงสัยเพียงรายเดียวเท่านั้น สำหรับรายละเอียดการปฏิบัติการในครั้งนี้หน่วยความมั่นคงจะแถลงข่าวผ่านทางทีวีพูล
 
 
 
 
 
 
เจ้าของห้องพักพบพิรุธแจ้ง จนท.
 
 
         รายงานข่าวระบุว่า กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารรวมทั้งฝ่ายความมั่นคงจู่โจมเข้าปิดล้อมตรวจค้นอพาร์ตเมนต์ครั้งนี้ สืบเนื่องจากชุดสืบสวนได้รับเบาะแสจากเจ้าของอพาร์ตเมนต์ดังกล่าว ซึ่งสังเกตความผิดปกติหลังจากที่มีการเผยแพร่ข่าวและภาพชายต้องสงสัยเกี่ยวพันคดีระเบิดราชประสงค์มาหลายวัน กระทั่งพบว่า ที่หอพักมีชายชาวต่างชาติพูดภาษาไทยไม่ได้ อ้างว่าเป็นชาวตุรกีเข้ามาติดต่อเช่าห้องพัก โดยเช่าพร้อมกันทีเดียวจำนวน 5 ห้อง และได้ทำสัญญาเช่าเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่ผ่านมา จนนำไปสู่การตรวจค้นจับกุมชายต้องสงสัยคนดังกล่าว
 
 
 
แจ้งข้อหา - สอบสวนตามขั้นตอน
 
 
         ขณะที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่และเจ้าหน้าที่ทหารที่บริเวณร้านอาหารใกล้กับอพาร์ตเมนต์ ว่า ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติ 1 คน โดยในเบื้องต้นได้มีการแจ้งข้อหาว่ามีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครอง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยหรือลงลึกในรายละเอียดได้เนื่องจากยังไม่มีการสอบสวนตามขั้นตอนเพราะผู้ต้องหาเป็นชาวต่างชาติจะต้องสอบสวนโดยมีล่ามพร้อมทั้งประสานทางสถานทูตชาติของผู้ต้องหามาร่วมในการสอบสวน
 
         "เบื้องต้นผู้ต้องหาได้ถูกทหารนำตัวไปสอบสวน แต่ขอยืนยันว่า เราได้จับกุมคนร้ายพร้อมด้วยของกลางจำนวนมาก ส่วนจะเชื่อมโยงอย่างไรนั้นยังไม่ได้มีการสอบสวนอย่างละเอียด"
 
         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ พล.ต.อ.สมยศ เปิดเผยข้อมูลการจับกุมคนร้าย ได้มีผู้สื่อข่าวรายหนึ่งตั้งคำถามว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นการจับแพะหรือเปล่า ทำให้ พล.ต.อ.สมยศ ไม่พอใจและกล่าวว่า "ไม่สร้างสรรค์ เป็นคนไทยหรือเปล่า ตอนนี้บรรยากาศคนไทยกำลังจะดี เพราะเราจับคนร้ายได้ แต่มาถามเราจับแพะหรือเปล่า" จากนั้น ผบ.ตร.กล่าวกับกลุ่มผู้สื่อข่าวว่า "พอแค่นี้ ยังตอบอะไรไม่ได้ เดี๋ยวจะทำให้ผิดพลาด" พร้อมเดินออกไปอย่างรวดเร็วด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
 
 
 
 
 
 
แถลงยันเชื่อมโยงระเบิดสองจุด
 
 
         เวลา 18.00 น. พล.ต.ท.ประวุฒิได้ออกแถลงข่าวผ่านศูนย์ติดตามสถานการณ์ คสช.ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทีวีพูล) ว่า เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบอพาร์ตเมนต์ย่านหนองจอก เพื่อตรวจสอบชายต้องสงสัยและตรวจพบชายต่างชาติมีวัตถุระเบิดในที่พัก ประกอบด้วย ฝักแคระเบิด ชิ้นส่วนที่เป็นลูกปืนรถจักรยานยนต์และชุดประกอบระเบิด นอกจากนี้พบท่อเหล็กใช้บรรจุระเบิด รวมทั้งพาสปอร์ตของประเทศหนึ่งจำนวนมาก ตอนนี้ทหารนำตัวไปควบคุมไว้ ส่วนการสอบเบื้องต้นเชื่อว่าเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกับเหตุระเบิดทั้งสองจุดที่ราชประสงค์และท่าเรือสาทร
 
         ขณะที่ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้แถลงว่า เป็นการทำงานอย่างแข็งขัน ส่วนการทำงานอื่นๆ ยังคงเฝ้าระวังในหลายๆ พื้นที่โดยเฉพาะจุดผ่านเข้าออกพื้นที่ชายแดนทั่วประเทศ ผบ.ทบ.กำชับให้ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ชายแดนปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มข้น จากนี้ไปขอขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือในการแจ้งเบาะแสผ่านหมายเลขโทรศัพท์ 1515 ทั้งนี้ระหว่างการแถลงข่าวได้มีการแสดงภาพชายที่ถูกจับกุมพร้อมด้วยหลักฐานที่พบด้วย
 
 
 
'อุดมเดช' ให้รอ 2 - 3 วันกระจ่างแน่
 
 
         ด้าน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่จับตัวผู้ต้องสงสัยชาวต่าวงชาติว่า ต้องรอการยืนยันจากการสอบสวนและเทียบเคียงวัตถุพยาน แต่ถือเป็นเรื่องดีที่มีความคืบหน้าในการสืบสวนคดี ทั้งนี้ขอประชาชนอดทนรออีก 2-3 วัน เพื่อความกระจ่างของข้อมูล และขอประชาชนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ โดยก่อนเกิดเหตุระเบิดที่ราชประสงค์พบคำเตือนจากต่างประเทศบ้าง แต่อาจเป็นการสร้างสถานการณ์ ยืนยันทหารทำงานร่วมกับตำรวจได้ไม่มีปัญหา พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ดูแลในเวลาเสี่ยงและพื้นที่สำคัญด้วย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 


เปิดอ่าน