หมายจับ!รองผกก.6ป.คนสนิท'พงศ์พัฒน์'

ออกหมายจับ 'รอง ผกก.6 ป.' คนสนิท 'พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์' ไม่เข้ามารายงานตัวตามหมายเรียก ข้อหาร่วมกันฟอกเงิน ยังไม่ออกหมายเรียก 'ปาริดา' หุ้นส่วน 'สุดาทิพย์'

 
                              15 ธ.ค. 57  พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รักษาราชการแทนผู้บังคับการกองปราบปราม (รรท.ผบก.ป.) กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนศรี รอง ผกก.6 ป. ซึ่งเป็นผู้ใกล้ชิด พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ที่ไม่เข้ามารายงานตัวตามหมายเรียก ว่า ขณะนี้มีการออกหมายจับ พ.ต.ท.ทรงรักษ์ แล้ว ในข้อหาร่วมกับ พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ อดีต รอง ผบช.ก.ปฏิบัติราชการ ศปก.ตร. ทำการฟอกเงิน ซึ่งมีพฤติการณ์กระทำความผิดมาโดยตลอด
 
                              สำหรับหมายจับดังกล่าวเป็นหมายจับศาลอาญา เลขที่ 2263/2557 และ 2264/2557 ลงวันที่ 14 ธันวาคม 2557 ให้จับกุม พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนทรี รอง ผกก.6 ป. ซึ่งเป็นตำรวจมือสืบสวนคนสนิทของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และนายทรงพล ทองสิน คนขับรถของ พล.ต.ต.โกวิทย์ ในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน
 
                              สำหรับ พ.ต.ท.ทรงรักษ์  หรือรองเต่า หายตัวไปตั้งแต่ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และรักษาราชการแทน ผบช.ก. มีหนังสือเรียกให้เข้ารายงานตัวก่อนหน้านี้ แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่ได้รับการติดต่อ
 
                              โดยก่อนหายตัวไป พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ได้ช่วยราชการอยู่ที่ บช.ก. แต่หลังจากเกิดเรื่องขึ้น ทางผู้บังคับบัญชาได้มีคำสั่งให้ พ.ต.ท.ทรงรักษ์ มาปฏิบัติหน้าที่ยัง กก.6 บก.ป.ทุกวัน โดยห้ามออกไปทำงานนอกพื้นที่อย่างเด็ดขาด จากนั้น พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ได้เดินทางเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ และเซ็นชื่อเข้าทำงานตามปกติ แต่ภายหลังรักษาการ ผบช.ก. มีหมายเรียกให้เข้าพบ จึงหายตัวไป โดยผู้บังคับบัญชาคาดว่าอาจเป็นเพราะตกใจ และเกรงว่าจะต้องเกี่ยวพันกับกลุ่มผู้ต้องหาเครือข่ายของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์
 
                              พ.ต.ท.ทรงรักษ์ เป็นนายตำรวจที่มีฝีมือดีลำดับต้นๆ คนหนึ่งของกองปราบปราม มีความรู้ความสามารถ โดยเฉพาะด้านการสืบสวนตามหลักพฤติกรรมศาสตร์ เคยผ่านการอบรมหลักสูตรหน่วยงานสอบสวนกลางของสหรัฐอเมริกา หรือเอฟบีไอ มีผลงานร่วมกับตำรวจ บก.ป.จับกุมนายวิคเตอร์ บูท สัญชาติรัสเซีย อดีตเคจีบี พ่อค้าอาวุธสงคราม ที่ทางการสหรัฐฯ ต้องการตัว , ร่วมกันจับกุมนายสมชาย คุณปลื้ม หรือกำนันเป๊าะ ที่หนีคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินเขาไม้แก้ว รวมทั้งคดีที่ซับซ้อน เช่น ฆ่าเอาประกันอีกหลายคดี
 
 
 
 
ยังไม่ออกหมายเรียก 'ปาริดา' หุ้นส่วน 'สุดาทิพย์'
 
 
                              จากกรณีกองกิจการในพระองค์ ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับนางสุดาทิพย์ สุวะดี ที่แอบอ้างเบื้องสูง จัดหาอาหารจำพวกน้ำพริก ซึ่งนางสุดาทิพย์ จัดหาในราคาแพงกว่าท้องตลาด เช่น น้ำพริกคั่วกลิ้งปลาดุกสับ กิโลกรัมละ 300 บาท น้ำพริกหลนปู กิโลกรัมละ 200 บาท ผักกะหล่ำปลีต้ม กิโลกรัมละ 90 บาท พริกกระเทียม กิโลกรัมละ 200 บาท ทำให้ร้านค้าไม่กล้าเข้าประมูลราคา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
 
                              รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้การแจ้งความระบุว่า ให้ดำเนินคดีกับนางสุดาทิพย์ และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยวันนี้ (15 ธ.ค.) พนักงานสอบสวน สน.สามเสน ได้เดินทางไปสอบถามพยานแวดล้อมต่างๆ ทั้งนี้จะต้องมีการตรวจสอบระเบียบข้อปฏิบัติราคาขายน้ำพริก และผักต้ม ว่าขายในราคาที่ระบุไว้ตามหลักเกณฑ์หรือไม่ หากมีการขายเกินราคา ก็จะถือว่ามีความผิด 
 
                              อย่างไรก็ตาม การจะออกหมายเรียก น.ส.ปาลิดา หลักเฉลิมพร ที่มีชื่อปรากฏเป็นหุ้นส่วนนั้น จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่มีใครกล่าวพาดพิงถึง น.ส.ปาลิดา
 
 
 
 
 
 
 
 


เปิดอ่าน