ตร.สั่งฟ้อง9ทหารร่วมฆ่า13ลูกเรือจีน

คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : ปิดคดีสังหาร 13 ลูกเรือจีน ตร.สั่งฟ้อง 9 ทหารร่วมฆ่า : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ

 

                         เป็นเวลานานเกือบ 2 ปี ที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดีสังหาร 13 ลูกเรือจีน ในลำน้ำโขง ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร. พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผบ.ตร. และ พล.ต.ท.เอกรัตน์ มีปรีชา ผู้ช่วยผบ.ตร. พยายามรวบรวมหลักฐาน ทั้งพยานบุคคล และวัตถุพยาน ที่ใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์ ช่วยไขคดี กระทั่งสามารถปิดคดีสะเทือนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย-จีน คดีนี้ลงได้

                         เมื่อสัปดาห์ก่อน พนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องทหาร 9 นาย สังกัดกองกำลังผาเมือง ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นและร่วมกันซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย หลังจากมีหลักฐานเชื่อมโยงได้ว่าทหารกลุ่มนี้ร่วมกับกองกำลังติดอาวุธภายใต้การนำของ นายหน่อคำ ราชายาเสพติด เจ้าของฉายา "สลัดแม่น้ำโขง" สังหารลูกเรือสินค้าสัญชาติจีน 13 ศพ กลางลำน้ำโขง เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2554

                         ทหารทั้ง 9 นาย ที่ถูกตำรวจสั่งฟ้องครั้งนี้ประกอบด้วย พ.ต.เชิดพงศ์ ช่วยบำรุง เจ้าหน้าที่ฝ่ายการข่าว กองกำลังผาเมือง, ร.ท.อนุสรณ์ สอนถม หัวหน้าชุดปฏิบัติการลาดตระเวนไกล กองกำลังผาเมือง, จ.ส.อ.เฉลิมพล อินทร, ส.อ.อิทธิศักดิ์ น้อมถิ่น, ส.อ.คณิศร ศุขจักร, ส.อ.ชัชวาล สรรพช่าง, ส.อ.ปัจจะ คำผัด, ส.อ.เพิด จันทะ และ ส.อ.พันธ์ศักดิ์ เผ่าบ้านฟาง ซึ่งทั้งหมดเข้ามอบตัวและปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาแล้วหลังเกิดคดีสะเทือนขวัญไม่นาน

                         ย้อนลำดับเหตุการณ์ไปเมื่อเช้าตรู่วันที่ 5 ตุลาคม 2554 ขณะเรือหัวปิงฮ่าว และเรือยูซิงปาฮ่าว ขนสินค้าจากจีนมุ่งหน้าสู่ประเทศไทย โดยอาศัยลำน้ำโขงเป็นเส้นทางขนสินค้า ขณะเรือแล่นผ่านหน้าบริษัทคิงโรมัน เกาะดอนซาว เมืองต้นผึ้งประเทศลาว ได้ถูกกองกำลังติดอาวุธ ซึ่งใช้เรือเร็ว 4 ลำ แล่นตามประกบแล้วบีบบังคับให้เรือสินค้าจีนแล่นไปจอดริมฝั่งแม่น้ำโขงบริเวณบ้านสบรวก ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ในลักษณะหันหัวเรือทวนน้ำ

                         ระหว่างควบคุมเรือสินค้าจีน กองกำลังติดอาวุธ ได้ขึ้นไปบนเรือ นำยาบ้า 9.2 แสนเม็ด ไปยัดไว้ และทันทีที่เรือเทียบริมตลิ่งน่านน้ำประเทศไทย ได้ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์แต่งกายด้วยชุดทหาร ระดมยิงใส่

                         ลูกเรือจีนทั้ง 13 คน ประกอบด้วย นายหยง แซ่หวง, นางหลี่ เยี่ยน, นายหวัง เจี้ยนจุง, นายหยาง ยิ่งตง นายจิวจาไห่, นายไช่ ฟางหัว, นายหยาง เตอยี่ หรือ นายยัง เต ยี, นายหวัง กุ้ย เชา, นายเหวิน ต่าย หง นายเฉิน เป่า เชิง, นายหยาง เจอ เหว่ย, นางเฉิน โก หยิง และ นายเจือ ชี หาง ซึ่งขณะเกิดเหตุอยู่บนเรือทั้ง 2 ลำ เสียชีวิตทั้งหมด และในจำนวนนั้นมีถึง 12 ราย ศพถูกโยนทิ้งน้ำ มีเพียงศพของนายหยาง เตอ ยี่ ที่พบเสียชีวิตอยู่ในห้องควบคุมเรือยูซิงปาฮ่าว ในลักษณะนอนคว่ำหน้ากอดปืนอาก้า

                         ต่อมาทราบว่า กลุ่มชายฉกรรจ์แต่งกายด้วยชุดทหารกลุ่มนี้ เป็นทหารสังกัดกองกำลังผาเมือง โดยอ้างว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นปฏิบัติการสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติด ที่ลักลอบนำยาบ้าเกือบ 1 ล้านเม็ด เข้าประเทศไทย แต่ขบวนการค้ายาเสพติดขัดขืน จึงเกิดการดวลปืนกันขึ้น กลายเป็นคดีวิสามัญฆาตกรรม

                         หลังเกิดเหตุตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พบวัตถุพยานหลายอย่างที่ขัดกับคำให้การของทหารกลุ่มนี้ โดยเฉพาะคราบเลือดที่พบบนกราบเรือทั้งสองลำ ที่มีลักษณะเป็นทางยาว โดยรอยเลือดลักษณะที่พบเกิดขึ้นได้จากการลากศพทิ้งลงแม่น้ำ

                         ขณะที่วิถีกระสุนที่ตรวจพบบนลำเรือ มีทั้งถูกยิงจากปืนอาก้า ปืนเอ็ม 16 ปืนพกสั้นขนาด 9 มม. และปืนพกสั้น .38 ส่วนใหญ่ลักษณะการยิงจากภายในลำเรือ มีเพียงรอยกระสุนจากปืนเอ็ม 60 กระบอกเดียว ที่มีวิถีกระสุนถูกยิงมาจากภายนอกลำเรือ 

                         ที่สำคัญหลังจากนั้น สองสามวัน ศพลูกเรือสัญชาติจีนทั้ง 2 ลำ ค่อยๆ ทยอยลอยขึ้นเหนือลำน้ำโขง ในพื้นที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ซึ่งศพที่พบทั้งหมดถูกพันธนาการด้วยเชือก เทปกาว และกุญแจมือ

                         สภาพศพสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ผู้ตายน่าจะถูกจับมัดแล้วยิงทิ้ง ไม่ใช่เสียชีวิตเพราะขัดขืนการจับกุม อีกทั้งการตรวจสอบกุญแจมือที่พันธนาการศพพบว่า มีจำหน่ายและใช้กันเฉพาะในประเทศไทย

                         หลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ รวมถึงสภาพศพผู้เสียชีวิตชี้ให้เห็นว่าคดีนี้ไม่ใช่ "วิสามัญฆาตกรรม" แต่น่าจะเป็น "ฆาตกรรมอำพราง" ทางการจีน จึงประสานความร่วมมือกับทางการไทย รวมถึงลาวและพม่า ช่วยกันไขปริศนาคดีอย่างเร่งด่วน

                         กระทั่งมีข้อมูลชัดเจนว่า คดีฆาตกรรม 13 ลูกเรือจีน ครั้งนี้ มีชนวนเหตุมาจากการล้างแค้นของกองกำลังติดอาวุธ "สลัดแม่น้ำโขง" ภายใต้การนำของ "นายหน่อคำ" ราชายาเสพติดชาวไทยใหญ่ ซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่ในพื้นที่บ้านสามพู รอยต่อระหว่างพม่าและลาว และหลังจากนั้นไม่นานทางการจีนประสานทางการลาว บุกจับ "หน่อคำ" และพวก ขณะกบดานอยู่ในประเทศลาว ก่อนที่ทางการจีนจะนำตัว "หน่อคำ" และพวก เข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีในชั้นศาล และถูกประหารชีวิตไปแล้ว ด้วยวิธีฉีดยาพิษ หลังจากศาลพิพากษาว่า "หน่อคำ" และพวกกระทำความผิดจริง

                         การพิจารณาคดีในชั้นศาลของทางการจีน ทำให้ทราบพฤติการณ์การก่อคดีอย่างละเอียด โดยชนวนเหตุเริ่มมาจากปี พ.ศ.2550 กลุ่มกองกำลังของ "หน่อคำ" เรียกเก็บค่าคุ้มครองจากเรือสินค้า ที่ใช้ลำน้ำโขงเป็นเส้นทางเดินเรือ จากท่าเรือกวนเหล่ย ประเทศจีน มายังท่าเรือเชียงแสนของไทยเรื่อยมา กระทั่งวันที่ 22 กันยายน 2554 ทหารพม่าและทหารลาวร่วมกันใช้เรือสินค้าจีนโจมตีกองกำลังของนายหน่อคำ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตไปจำนวนหนึ่ง ต่อมา "หน่อคำ" สืบทราบว่า การบุกโจมตีกองกำลังติดอาวุธ "สลัดแม่น้ำโขง" เกิดขึ้นจาก เจ้าของเรือสินค้าจีน ว่าจ้างทหารพม่าและทหารลาวให้โจมตี

                         หลังกองกำลัง "สลัดแม่น้ำโขง" ถูกโจมตี 5 วัน "หน่อคำ" และแกนนำกลุ่ม จึงวางแผนแก้แค้นเรือสินค้าจีน โดยมอบหมายให้ "จำรัส สมพงษ์พรรณ" หรือ "ลุงหนวด" หรือ "โน่หลัว" หนึ่งในแกนนำกลุ่มซึ่งมีความคุ้นเคยกับทหารไทย เจรจาให้ทหารไทยร่วมในแผนการแก้แค้น

                         ต่อมาวันที่ 3 ตุลาคม 2554 นายจำรัส, นายยี่ ยี่แปง หรืออีไร หรือหนงแหย่ และ นายหนานเจียว บุตรเขยนายยี่ ได้มาพบกับทหารไทยที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งใน อ.แม่จัน จ.เชียงราย เพื่อนัดหมายแผนการปฏิบัติการล้างแค้น

                         โดยกำหนดให้กองกำลังติดอาวุธของนายหน่อคำ โจมตีปล้นทรัพย์เรือสินค้าจีน ก่อนนำยาเสพติดซุกซ่อนไว้บนเรือ จากนั้นบังคับเรือให้แล่นไปจอดที่ริมตลิ่งฝั่งประเทศไทย และฆ่าลูกเรือทั้งหมด ก่อนจะใช้เรือเร็วเป็นพาหนะในการหลบหนี หลังจากนั้นให้ทหารไทยเข้าตรวจค้นยาเสพติด เพื่อสร้างผลงาน

                         หลังเจรจากับทหารไทยเรียบร้อยแล้ว วันที่ 4 ตุลาคม 2554 นายจำรัส, นายยี่ ยี่แปง หรือ อีไร และ นายหนานเจียว ได้เดินทางมาสำรวจพื้นที่ซึ่งกำหนดเป็นจุดที่จะจี้บังคับเรือสินค้าจีนเข้ามาจอดในน่านน้ำประเทศไทยตามแผนการที่วางไว้ ในวันที่ 5 ตุลาคม 2554 เวลาประมาณ 07.00 น. ปฏิบัติการล้างแค้นจึงอุบัติขึ้น

                         นายเวิงเมี่ย นำกำลังติดอาวุธ ใช้เรือเร็ว 4 ลำ เป็นพาหนะ บุกยึดเรือสินค้าสัญชาติจีนจำนวน 2 ลำ กลางลำน้ำโขง บริเวณเหนือเกาะบ้านสามพู รอยต่อประเทศพม่า และลาว จากนั้นใช้เชือกมัดลูกเรือทำการปล้นทรัพย์ และนำเอายาบ้า 9.2 แสนเม็ด ซุกซ่อนไว้ในเรือ แล้วบังคับให้เรือสินค้าทั้ง 2 ลำแล่นเข้าจอดที่บริเวณใต้ต้นมะเดื่อ ริมตลิ่งแม่น้ำโขง ฝั่งประเทศไทย ซึ่งทหารไทยมารออยู่ก่อนแล้ว

                         หลังจากเรือสินค้าทั้งสองลำจอดเทียบฝั่งไม่นาน ก็มีเสียงปืนดังขึ้นภายในเรือ จากนั้นนายเวิงเมี่ยง และพวก ได้ลงเรือเร็วแล่นออกจากบริเวณนั้น ต่อมาทหารได้ระดมยิงใส่เรือสินค้าก่อนจะลงไปในเรือ ระหว่างนั้นยังมีเสียงปืนดังขึ้น หลังจากนั้นกลุ่มทหารได้ช่วยกันนำร่างของลูกเรือทิ้งลงแม่น้ำโขง

                         คำให้การของ "หน่อคำ" และพวก สอดคล้องกับหลักฐานทั้งจากวัตถุพยานที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเก็บได้จากที่เกิดเหตุ รวมถึงหลักฐานจากการสืบสวนสอบสวนของตำรวจชุดคลี่คลายคดีของไทย โดยเฉพาะหลักฐานที่เกี่ยวกับการติดต่อประสานงานระหว่างทหารไทยกับกองกำลังของนายหน่อคำ รวมถึงภาพถ่ายและคลิปวิดีโอ ขณะเกิดเหตุ ที่ตำรวจซึ่งไปประสบเหตุโดยบังเอิญบันทึกภาพไว้

                         ตำรวจใช้เวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานและทำสำนวนคดีนี้นาน 1 ปี 8 เดือน กระทั่งมีความรอบคอบรัดกุม มีน้ำหนักเชื่อได้ว่า กลุ่มทหารที่กล่าวข้างต้น ร่วมกับกองกำลังติดอาวุธ "สลัดแม่น้ำโขง" ฆาตกรรมอำพราง 13 ลูกเรือสัญชาติจีนจริง จึงมีความเห็นสั่งฟ้อง และเสนอสำนวนให้อัยการพิจารณาต่อตามกระบวนการของกฎหมาย ซึ่งหากพนักงานอัยการมีความเห็นตรงกันกับพนักงานสอบสวนก็จะนำคดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในชั้นศาลต่อไป

 

 

---------------------

(ขอบคุณเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม : Sutthiphong Sri-anksorn : ซีเอสไอ ไทยแลนด์ Csi Thailand ปิดคดีสังหาร 13 ลูกเรือจีน ตำรวจสั่งฟ้อง 9 ทหารร่วมฆ่า

 

- https://www.youtube.com/watch?v=borzaTXGqqA&feature=youtube_gdata_player

 

หมายเหตุ : คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : ปิดคดีสังหาร 13 ลูกเรือจีน ตร.สั่งฟ้อง 9 ทหารร่วมฆ่า : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ)

 

 

 


เปิดอ่าน