ยะลาคุมเข้ม!หลังคาร์บอมรร.ซีเอสปัตตานี

ตร.ยะลาคุมเข้มพื้นที่หลังเกิดเหตุคาร์บอมที่โรงแรมซีเอสปัตตานี ในขณะที่ผู้การยะลาสั่งตรวจสอบเข้ม 5 รถยนต์เป้าหมายที่คาดคนร้ายเตรียมนำมาก่อเหตุ'ผบ.ทบ.'สั่งทบทวน มาตรการ รปภ. 7 หัวเมือง ศก.ใต้ ด้าน'ผู้ว่าฯสงขลา'ตั้งวอร์รูมคุมเข้ม'หาดใหญ่'หลังใต้ป่วนหนัก

                1 ส.ค.55 จากกรณีที่เกิดเหตุคนร้ายนำระเบิดน้ำหนักประมาณ 50 กก.ซุกในรถยนต์กระบะ แล้วนำไปจอดที่ด้านหลังอาคารโรงแรมซีเอส ปัตตานี ก่อนที่จะจุดชนวนระเบิดขึ้น ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 5 นาย แต่แรงระเบิดทำให้กระแสไฟฟ้าในหลายพื้นที่ของเขตเมืองปัตตานีดับลง เหตุเกิดเมื่อเวลา 19.00 น. ของวันที่ 31 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

                ความคืบหน้าล่าสุดในส่วน จ.ยะลา เมื่อเวลา 10.00 น.ที่บริเวณจุดตรวจขุนไวย์ ซึ่งเป็นเขตรอยต่อของ ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี กับเขตเทศบาลนครยะลา เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนประจำจุดตรวจ ได้ปฎิบัติหน้าที่ตรวจสอบรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย ทุกคันที่จะวิ่งผ่านเข้ามาในเขตเทศบาลนครยะลา โดย พล.ต.ต.พีระ บุญเลี้ยง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้สั่งการวิทยุด่วนไปยังจุดตรวจหลักในพื้นที่ รอบเขตเทศบาลนครยะลา ให้ค้นหาโดยเฉพาะรถยนต์กระบะจำนวน 3 คัน ที่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ใช้ปฎิบัติการประกบยิงเจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต 4 นาย ที่บนถนนสาย4061 มายอ-ปาลัส บ้านดูวา ม.3 ต.ถนน อ.มายอ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ประกอบด้วย รถยนต์กระบะสองตอนยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์เงิน อีซูซุ ดีแม็ค สีบรอนซ์เทา และอีซูซุ ดีแม็ค สีบรอนซ์เงิน นอกจากนั้นยังต้องตรวจสอบรถยนต์จำนวน 2 คัน คือ โตโยต้า รุ่นวีออส สีดำ และฮอนด้า แจ๊ส สีเขียว โดยรถยนต์ทั้ง 5 คันนี้ มีความเป็นไปได้ว่ากลุ่มคนร้ายจะนำไปประกอบวัตถุระเบิด แล้วนำมาก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้


ผบ.ทบ.สั่งทบทวน มาตรการ รปภ. 7 หัวเมือง ศก.ใต้  

               พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดเหตุการณ์ระเบิดบริเวณถนนด้านหลังโรงแรม ซี.เอส.ปัตตานี เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา

               จากการตรวจสอบของหน่วยในพื้นที่ และชุด EOD พบเป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊สน้ำหนักประมาณ 50 กก. บรรทุกในรถยนต์ปิ๊กอัพอีซูซุแบบตอนเดียวสีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน บฉ 8515 ปัตตานี ซึ่งตรวจสอบแล้วเป็นรถยนต์ซึ่งถูกคนร้ายได้แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ปล้นชิงทรัพย์ และฆ่าราษฎรเสียชีวิต จำนวน 3 คน เหตุเกิดเมื่อ 25 มิถุนายน 2555 ในพื้นที่ ต.ปล่องหอย อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี สำหรับทะเบียนรถดังกล่าวพบว่าเป็นทะเบียนป้ายปลอม โดยป้ายทะเบียนจริงคือ ถล 8055 กทม. ซึ่งผลจากแรงระเบิดทำให้หม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด ทำให้ไฟฟ้าดับและเกิดไฟลุกไหม้บริเวณหลังครัวด้านหลังโรงแรม และทำให้ราษฎรได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จำนวน 5 คน คือ นางเจ๊ะกอรีเย๊าะ ยือรา อายุ 35 ปี ถูกเศษกระจกบาดบริเวณต้นขา ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย นางศิริรักษ์ พรหมสิงห์ อายุ 53 ปี ถูกเศษกระจกบาดบริเวณข้อเท้า ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย นางรายอด๊ะ เจ๊ะอามะ อายุ 47 ปี ถูกเศษกระจกบาดบริเวณข้อเท้า ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย นายสมพร เนติ อายุ 42 ปี มีอาการหูอื้อ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และด.ญ.พัชรนันท์ เม้งทอง อายุ 6 ปี ถูกเศษกระจกบาดบริเวณข้อเท้า ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

               “ภายหลังเกิดเหตุ หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 23 เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมือง ฝ่ายปกครอง และชุด EOD เข้าควบคุมพื้นที่และตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกันจัดกำลังเข้าปฏิบัติตามแผนพิทักษ์เมืองปัตตานีในพื้นที่รับผิดชอบ โดยมุ่งเน้นเสริมกำลัง 4 ฝ่าย บริเวณ ด่านตรวจ จุดตรวจ จุดสกัด อย่างเข้มข้นตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งตรวจสอบข้อมูลจากกล้อง CCTV เพื่อดูเบาะแสและพฤติกรรมของกลุ่มคนร้าย ที่ลักลอบนำรถยนต์คันดังกล่าวเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่” พ.อ.ปราโมทย์ กล่าว

                 รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยังกล่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยในห้วงต่อไปว่า ทาง กอ.รมน.ภาค 4 จะเพิ่มมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย โดยให้ความสำคัญสูงสุดในห้วงเดือนรอมฎอน ด้วยมาตรการ เพิ่มความเข้มข้นในการตั้งด่านตรวจ จุดตรวจและจุดสกัดให้มากยิ่งขึ้น โดยเตรียมแผนปฏิบัติการในการขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาล ในเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย ด้วยการบูรณาการปฏิบัติร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง กอ.รมน. ,ศอ.บต. และ 17 กระทรวงหลัก 66 หน่วยงานให้มีเอกภาพ โดยการจัดทำแผนปฏิบัติ ให้สอดคล้องกับ 29 เป้าหมายร่วมของสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยให้ความเร่งด่วนในการรักษาความปลอดภัยในเขตพื้นที่ 7 หัวเมืองเศรษฐกิจ ซึ่งประกอบด้วย อ.เมือง อ.เบตง จ.ยะลา อ.เมือง จ.ปัตตานี ,อ.เมือง อ.ตากใบ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาให้ความปลอดภัยสูงสุด ด้วยวิธีการเสริมยุทโธปกรณ์พิเศษ เช่น CCTV, เสริมกำลังทหารดูแล เขตเมืองให้มากขึ้น รวมทั้งการทบทวนการกำหนดพื้นที่ปลอดภัย ( safety Zone ) ให้มีความเหมาะสม

              “กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมทุ่มเทศักยภาพอย่างเต็มที่ในการรักษาความปลอดภัย ติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษ ตามกฎหมายให้ได้ โดยยังคงยึดมั่นในหลักกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด อย่างที่เคยปฏิบัติเสมอมา พร้อมทั้งขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนในการเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลพื้นที่ หากพบ สิ่งผิดปกติ ทั้งบุคคล ยานพาหนะ หรือวัตถุต้องสงสัย แจ้งหมายเลข 1341 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง” พ.อ.ปราโมทย์ กล่าว

 

ผู้ว่าฯสงขลาตั้งวอร์รูมคุมเข้ม"หาดใหญ่"หลังใต้ป่วนหนัก

               นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุคนร้ายก่อเหตุคาร์บอมบ์บริเวณด้านหลังโรงแรมซี.เอส.ปัตตานี และส่งผลให้ไฟฟ้าดับชั่วขณะ รวมทั้งยังมีเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งได้รับการแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังเขตพื้นที่อำเภอเมืองหาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นพิเศษ เนื่องจากคนร้ายมีเป้าหมายพยายามฉกฉวยโอกาสเพื่อก่อเหตุสร้างสถานการณ์ ดังนั้นจึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยบูรณาการทำงานร่วมกันโดยเปิดแผนดูแลและเฝ้าระวังภัยเหตุร้ายที่หาดใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2555 เป็นต้นไป เพื่อสกัดเหตุและกลุ่มบุคคลรวมถึงยานพาหนะเป้าหมายที่อาจมีการลักลอบนำเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ระยะนี้

            “ผมได้สั่งการให้ทั้งทหาร ตำรวจและปกครองในพื้นที่มาทำงานร่วมกัน โดยผมได้บัญชาการสถานการณ์และเกาะติดทุกความเคลื่อนไหวที่อำเภอหาดใหญ่ด้วยตัวเอง และยังร่วมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงในพื้นที่เพื่อประเมินและประมวลสถานการณ์ทุกระยะอย่างใกล้ชิดในระยะนี้หลังจากสถานการณ์ในชายแดนภาคใต้มีความรุนแรงต่อเนื่อง”นายกฤษฎา กล่าว

             ผู้ว่าฯสงขลา กล่าวต่อว่า ได้ประสานไปยังศูนย์การค้า และห้างสรรพสินค้าทุกแห่งในหาดใหญ่ เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เข้มข้น เช่นทางเข้าออกสถานประกอบการ ควรให้มีทางเข้า ห้างเพียงหนึ่งหรือสองทางเท่านั้น เพื่อสะดวกในการตรวจสอบบุคคลที่มีพฤติการณ์น่าสงสัย รวมทั้งให้มีการตรวจสอบทางหนีไฟ บันไดหนีไฟ เครื่องมือดับเพลิง สัญญาณเตือนภัยภายในอาคาร โดยต้องพร้อมทำงานตลอด 24 ชั่วโมง

             นายกฤษฎา กล่าวต่ออีกว่า ได้เน้นย้ำในเรื่องของการตรวจสอบยานพาหนะอย่างเข้มข้น หลังมีรายงานแจ้งเตือนเรื่องยานพาหนะที่คนร้ายประกอบวัตถุระเบิดเพื่อสกัดไม่ให้เล็ดลอดเข้ามาได้ โดยเฉพาะพื้นที่รอยต่อของ 4 อำเภอสงขลาประกอบด้วยนาทวี เทพา จะนะ และสะบ้าย้อย ซึ่งมีเขตติดต่อกับปัตตานี และจังหวัดยะลา

             “ผมไม่อยากให้ชาวบ้านตื่นตกใจแต่ขณะนี้เราต้องตื่นตัวร่วมกันเพื่อให้ระแวดระวังสถานการณ์เนื่องจากคนร้ายต้องการก่อเหตุให้ปั่นป่วนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหาดใหญ่เป็น 1 ใน 7 พื้นที่เป้าหมายหัวเมืองหลักที่สภาความมั่นคงแห่งชาติย้ำให้เพิ่มการดูแล เนื่องจากหากคนร้ายสามารถลงมือก่อเหตุได้จะยิ่งทำลายความน่าเชื่อถือของฝ่ายบ้านเมืองได้มากขึ้น”นายกฤษฎา กล่าว


เปิดอ่าน