จุฬาฯถอดป.ดุษฎีบัณฑิต'ผอ.สนช.'

สภาจุฬาฯ มีมติเพิกถอนปริญญาดุษฎีบัณฑิต ผอ.สนช. หลังพบคัดลอกปริญญา ชี้มีผล 21 มิ.ย.นี้ ยันเจ้าตัวฟ้องได้ ถือเป็นสิทธิ์ ปิดปากไม่วิพากษ์กระทบตำแหน่งต้นสังกัดที่ต้องใช้วุฒิปริญญาเอกหรือไม่อย่างไร

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 55  ที่อาคารจามจุรี 4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ประชุมสภามหาวิทยาลัย ซึ่งมีการพิจารณา กรณีที่จุฬาฯได้รับร้องเรียนจาก Mr. william Wyn Ellis ว่านายศุภชัย หล่อโลหการ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) อดีตนิสิตระดับปริญญาดุษฎีบัณฑิต หลักสูตรวิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ สำเร็จการศึกษาเมื่อปีการศึกษา 2550 ได้ลอกเลียนผลงานทางวิชาการของผู้ร้องเรียน เพื่อนำไปเป็นส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์ของตน โดยไม่มีการอ้างอิงแหล่งที่มา ทำให้ผู้ร้องเรียนได้รับความเสียหาย เมื่อปี 2552

          ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวภายหลังการประชุมสภามหาวิทยาลัยว่า จุฬาฯได้รับแจ้งว่า วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาดุษฎีบัณฑิตของมหาวิทยาลัย ได้ลอกเลียนผลงานทางวิชาการ และนำไปเป็นส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์ เพื่อสำเร็จการศึกษา และได้รับอนุมัติปริญญาโดยสภามหาวิทยาลัยในการประชุมเดือนพฤษภาคม 2551 เมื่อมหาวิทยาลัยได้รับทราบข้อมูลดังกล่าวจึงได้ดำเนินการตามขั้นตอน 

          โดยการสอบสวนหาข้อเท็จจริง และพบว่าวิทยานิพนธ์ดังกล่าว ได้มีการคัดลอกผลงานจากเอกสารวิจัยหรือบทความอื่นอย่างมีนัยสำคัญ และในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการลอกเลียนวรรณกรรมโดยมิชอบ (Plagiarism) ดังนั้น มหาวิทยาลัยจึงได้ให้ผู้เสนอวิทยานิพนธ์ฉบับดังกล่าว ได้มีโอกาสเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงพยานหลักฐานฝ่ายตนต่อคณะกรรมการบริหารคณะที่มีอำนาจพิจารณาอนุมัติการสำเร็จการศกึษา ที่จะทำให้ผู้สำเร็จการศึกษามีสิทธิได้รับปริญญา

          ทั้งนี้ เมื่อคณะกรรมการดังกล่าวได้พิจารณาข้อเท็จจริงทั้งจากรายงานการสอบสวนหาข้อเท็จจริง และจากการให้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของผู้เสนอวิทยานิพนธ์เห็นว่า วิทยานิพนธ์มิได้เป็นไปตามระเบียบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. 2542 ทั้งการกระทำดังกล่าว ยังเป็นการประพฤติผิดจริยธรรมทางวิชาการอันทำให้ผู้เสนอวิทยานิพนธ์ขาดคุณสมบัติข้อที่เป็นผู้มีความประพฤติดีตามระเบียบดังกล่าวด้วย ดังนั้น สภามหาวิทยาลัยในการประชุมครั้งนี้ (มิถุนายน 2555) จึงมีมติให้เพิกถอนมติของสภามหาวิทยาลัย ซึ่งอนุมัติปริญญาดุษฎีบัณฑิตให้บุคคลนั้น ทั้งนี้ ตามข้อเสนอและมติของคณะกรรมการบัณฑิตวิทยาลัยและคณะกรรมการบริหารคณะ 

          โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2555 นอกจากนั้น คณะกรรมการกฤษฎีกาได้วินิจฉัยไว้แล้วว่า หากปรากฏว่า บุคคลที่สภามหาวิทยาลัยได้มีมติอนุมัติปริญญาไปแล้วนั้น ขาดคุณสมบัติหรือมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนที่จะสำเร็จการศึกษา ตามที่กฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือข้อบังคับของมหาวิทยาลัยกำหนดไว้ ซึ่งมีผลให้มติสภามหาวิทยาลัยเกี่ยวกับการอนุมัติการให้ปริญญาแก่บุคคลดังกล่าวเป็นไปโดยมิชอบ สภามหาวิทยาลัยซึ่งเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติการให้ปริญญาย่อมมีอำนาจที่จะเพิกถอนมติดังกล่าวได้

          อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่เกิดขึ้น ทางมหาวิทยาลัยได้ให้ผู้ที่ถูกกล่าวหา ป้องกันตนเอง และให้ข้อมูลได้อย่างเต็มที่ และเรื่องนี้จุฬาฯ จะไม่ยุ่งเรื่องลิขสิทธิ์ จะดูเฉพาะเรื่องที่กระทบต่อมาตรฐานวิชาการจุฬาฯ เท่านั้น สำหรับกรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้น มหาวิทยาลัยมีมาตรการป้องกันอยู่แล้ว เพื่อความคงอยู่ด้านวิชาการของสถาบันการศึกษา และเรื่องนี้ทางมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

          โดยมีการจัดสัมมนาเรื่องนี้ แก่นักศึกษาบัณฑิตวิทยาลัย รวมถึงเร็ว ๆ นี้มีการจัดทำหนังสือ สิ่งพิมพ์วิทยานิพนธ์ การคัดลอก ผลงานวิจัย ประเด็นสำคัญที่ควรรู้ และหนังสือการลักลอกงานวิชาการและวรรณกรรม เพื่อแจกจ่ายให้แก่นักศึกษา อย่างไรก็ตาม การคัดลอกผลงานวิชาการ จำนวนหนึ่งทำด้วยความไม่รู้ เพราะตั้งแต่เด็ก ๆ ไม่รู้ว่าการตัดแปะ โดยไม่อ้างอิงถือเป็นการคัดลอกผลงานทางวิชาการ ดังนั้น เราต้องให้การศึกษาให้ความรู้ 

          ศ.กิตติคุณ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อุปนายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ส่วนกรณีในตำแหน่งที่ทำอยู่ปัจจุบันต้องใช้วุฒิปริญญาเอก จะมีปัญหาต่อหน่วยงานต้นสังกัดหรือไม่นั้น หน่วยงานต้นสังกัดต้องพิจารณาเอง สำหรับมติในครั้งนี้จะมีผลย้อนหลังหรือไม่นั้น เราไม่เพิกถอนย้อนหลัง เพราะถ้าย้อนหลังแปลว่าผู้ได้รับผลกระทบจากการเพิกถอน มีสิทธิ์ได้รับค่าทดแทนเสียหาย

          ดังนั้นการเพิกถอนครั้งนี้ มีผลในอนาคต จะไม่กระทบในเรื่องสิทธิประโยชน์ของผู้ถูกเพิกถอนมาแล้วในอดีตและการเพิกถอนครั้งนี้ จุฬาฯต้องการให้ได้รับผลกระทบต่อผู้เสียหายน้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาไม่เคยมี ถือเป็นรายแรกของจุฬาฯ ส่วนทางผู้ถูกเพิกถอนจะมีสิทธิ์ฟ้องร้องจุฬาฯ หรือไม่นั้น เป็นสิทธิ์ของเขาที่จะพิจารณาว่าฟ้องหรือไม่ฟ้อง และทางมหาวิทยาลัยไม่ได้กังวล เพราะเป็นการดำเนินการตามหน้าที่

 

 


เปิดอ่าน