กระบี่ฝนถล่มซัดบ้านพังกว่า100หลัง

ฝนถล่มกระบี่ไฟดับ 4 ชม.เสียหายกว่า 100 หลัง ด้านเชียงใหม่ สั่งเฝ้าระวังน้ำป่า ขณะที่ระนองหวั่นดินเลื่อนไหล ส่วนอุตุฯใต้เตือนปชช.ระวังภัยลมกระโชก ที่อุตรดิตถ์ เผย 215 หมู่บ้านเสี่ยงดินถล่ม

                      28 พ.ค.55 ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก และเกิดลมพายุพัดแรง ส่งผลให้ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่บริเวณ สี่แยกคลองจิหลาด อ.เมืองกระบี่ และเป็นทางแยกไปหาดอ่าวนาง ล้มลงมาทับสายไฟขาด และพาดขวางกลางถนน เป็นเหตุให้การจราจรบริเวณดังกล่าว ติดขัดเป็นเวลานาน และไฟฟ้าดับเกือบทั้งเมือง หลังจากเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ 27พ.ค.55 เกิดไฟฟ้าดับเป็นเวลานานหลายชั่วโมงเช่นกัน

                      เจ้าหน้าที่ตำต้องคอยจัดระเบียบการจราจรและให้รถเลี่ยงไปทางอื่น ขณะที่เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นำรถกระเช้าเคลื่อนย้ายต้นไม้ออกจากถนน โดยการนำเครื่องเลื่อยยนต์ตัดกิ่งไม้ที่กีดขวางถนน และดำเนินการซ่อมแซมสายไฟฟ้าที่ขาด เพื่อให้สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ประชาชนในพื้นที่ ตำบลไสไทย ตำบลอ่าวนาง ซึ่งหลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ใช้เวลาซ่อมประมาณ 4 ชั่วโมง ก็สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าไปยัง ตำบล ไสไทย ตำบลอ่าวนางได้

                      นายเถลิงศักดิ์ ภูวญาณพงศ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.กระบี่ กล่าวว่า บ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุพายุพัดถล่ม เมื่อวานนี้ ยังอยู่ระหว่างการสำรวจของเจ้าหน้าที่ เบื้องต้นพบว่ามีอยู่ 4 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอเมือง อำเภอเขาพนม อำเภอคลองท่อม และอำเภอลำทับ บ้านเรือนเสียหายกว่า 100 หลังคาเรือน

                      ส่วนใหญ่ถูกพายุพัดหลังคาบ้านพังเสียหาย และมีเสียหายหนักประมาณ 10 หลัง ส่วนพื้นที่การเกษตร เบื้องต้นรับแจ้งว่าในพื้นที่อำเภอลำทับเสียหายกว่า 100 ไร่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องและบรรเทาสาธารณภัยอยู่ระหว่างการสำรวจ ให้ทราบข้อมูลที่แน่ชัดอีกครั้ง

 

เชียงใหม่ สั่งเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก อช.เตือนนทท.เชื่อฟังจนท.เคร่งครัด

 

          นายธนกร จรูญรัชฎ์ ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ขอเตือนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปเที่ยวตามอุทยานทั้ง 14 แห่ง ของจังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงฤดูฝน ให้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่อุทยาน  เนื่องจากเจ้าหน้าที่จะทราบข้อมูลของอุทยานได้ดีกว่าและเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุในช่วงฤดูฝนได้ ทั้งนี้ยังยืนว่าทุกอุทยานยังให้บริการตามปกติ และได้มีการจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ ในการดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวตามจุดต่างๆด้วย 

          ขณะเดียวกันได้ประสานไปยังหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ใกล้เคียงให้เตรียมความพร้อมหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน อย่างเช่นที่ผ่านมา ที่อุทยานแห่งชาติออบขาน ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวน 9 คน ติดอยู่ภายในอุทยานฯ หลังมีน้ำป่าไหลหลาก โชดีที่เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือนักท่องเที่ยวทั้ง 9 คนได้อย่างปลอดภัยและเพื่อมิให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ทางอุทยานแห่งชาติ จึงได้มีการส่งหนังสือเวียนไปยังอุทยานทั้ง 14 แห่งเตรียมความพร้อม และให้ความรู้กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางท่องเที่ยวในช่วงนี้ให้รับทราบข้อมูลด้วย

          นอกจากนี้ทางอุทยานแห่งชาติ เชียงใหม่ ยังได้รับหนังสือเวียนจากกรมอุทยาน ในการเตรียมความพร้อมและเตรียมรับมือกับน้ำป่าไหลหลากที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝนนี้ โดยให้ทุกอุทยานเตรียมอุปกรณ์ในการช่วยเหลือให้พร้อม หากมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในช่วงนี้  ควบคุมคู่กับศึกษาข้อมูลจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ที่แจ้งเตือนว่าในช่วงนี้จะพื้นที่ใดที่จะมีปริมาณฝนตกหนักบ้าง เพื่อจับตาและเฝ้าระวัง

          นายธนกร กล่าวว่า แม้ว่าในช่วงฤดูฝนนี้จะเป็นช่วงโลซีซั่นและแต่ละอุทยานจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวน้อยก็ตาม เพื่อความไม่ประมาณจึงกำชับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายให้เตรียมพร้อมอยู่เสมอ พร้อมทั้งเฝ้าระวังอุทยานทั้ง 14 แห่ง หวั่นเกิดเหตุฉุกเฉิน 

          ขณะที่ข้อมูลของทางศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือคาดการณ์ว่า ในช่วงวันที่  27-29 พ.ค. ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใติกำลังแรงพัดปกคลุม ทะเลอันดามัย ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ภาคเหนือมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางแห่ง หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 30 พ.ค. -2 มิ.ย. ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจะมีกำลังอ่อนลง และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ทำให้ภาคเหนือมีฝนกระจาย และฝนตกหนักบางแห่ง พร้อมทั้งยังฝากเตือนไปยังประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากได้ ในช่วงวันนี้ -29 พ.ค.

 

ระนองสั่งเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง ฝนตกหนักดินเลื่อนไหลหลายจุด

 

          นางสำเนียง มณีรัตน์ รักษาการ หน.สนง.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง เปิดเผย "ผู้สื่อข่าว" ว่า จากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย ส่งผลให้พื้นที่ จ.ระนองมีฝนตกหนักถึงหนักมากตั้งแต่ช่วงวันที่ 25 พ.ค. 2555 ที่ผ่านมา ปรากฏว่าในช่วงเช้าวันที่ 28 พ.ค. 2555 ได้รับรายงานเกิดดินเลื่อนไหลในหลายพื้นที่ จุดแรกที่ ม. 3 ต.นาคา อ.สุขสำราญ เกิดดินเลื่อนไหลทับบ้านเรือนชาวบ้าน ขณะนี้ เจ้าหน้าที่กำลังสำรวจความเสียหาย 

          ส่วน อ.กระบุรี ได้รับรายงานเกิดดินเลื่อนไหลเข้ามากีดขวางเส้นทางจราจรสายระนอง-ชุมพร บริเวณช่วง ต.จ.ป.ร. อ.กระบุรี ทาง เจ้าหน้าที่เร่งประสานแขวงการทางเข้าไปดำเนินการ นอกจากนี้ยังได้รับรายงานเกิดดินเลื่อนไหลบริเวณ ต.หาดส้มแป้น อ.เมืองระนอง ทราบว่าในเบื้องต้นทาง อปท.ได้เข้าไปดำเนินการเรียบร้อยแล้ว

          นางสำเนียง กล่าวว่า จ.ระนอง มีพื้นที่เสี่ยงภัยหลายจุดเสี่ยงที่จะเกิดดินเลื่อนไหล น้ำป่าไหลหลาก ทาง ปภ.ระนองจึงได้ออกประกาศแจ้งเตือนให้หมู่บ้านในเขตพื้นที่ จ.ระนอง ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยดินโคลนถล่ม และน้ำป่าไหลหลากเฝ้าระวังและพร้อมอพยพ และจากการที่ได้เกิดฝนตกหนักลงมาอย่างต่อเนื่องในในเขตพื้นที่จังหวัดระนองในระยะนี้ ทำให้ดินอยู่ในสภาพที่อุ้มน้ำและมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดดินเลื่อนไหล หรือดินโคลนถล่ม ประกอบกับ จ.ระนองมีลักษณะสภาพทางภูมิศาสตร์พื้นที่กว่า 65 % เป็นเนินสูง ดังนั้นเพื่อความไม่ประมาทและเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ส่วนชาวเรือให้งดเดินเรือในระยะนี้

          สำหรับพื้นที่เสี่ยงภัยอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่มใน จ.ระนอง ใน 5 อำเภอ 27 ตำบล 84 หมู่บ้าน ประกอบด้วย อ.เมืองระนอง มี 25 หมู่บ้านได้แก่บ้านราชกรูด,ห้วยน้ำใส,นกงาง,ห้วยปลิง,ท่าฉาง,บ้านล่าง,หาดทรายดำ,บ้านบางกลาง,บางริ้น,บ้านพรรั้ง,แพใหม่,มิตรภาพ,หินช้าง,เขานางหงส์,บางนอนใน,ระนองธานี,บางนอนนอก,ทุ่งคา,บ้างสังข์ตี,หาดส้มแป้น,ทรายแดง,หินดาด,น้ำตก,บางสีกิ้ม,เกาะพยาม อ.กะเปอร์ 8 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านกงษี,หินขาว,คอกช้าง,ทองหลาง,บ้านแพรกซ้าย,ทองหลางล่าง,ทรัพย์สมบูรณ์,ตะเคียนงาม 

          อ.ละอุ่น 18 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านแก่นจันทร์,วัดควร,บางแกะ,นายาว,บางสังโต้ง,ปากแพรก,บ้านกลาง,บ้านบางนา,คอกช้าง,บางใหญ่,ระวิ,บางแก้วน้อย,ทุ่งตาพล,พรุตาโรย,คอกช้าง(ในวงเหนือ),หมอลำ,บุรีรัมย์,ทับเหนือ อ.สุขสำราญ 6 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านนาพรุ,ฝ่ายท่า,ไร่ใน,ทะเลนอก,บ้านเหนือ,ภูเขาทอง อ.กระบุรี 27 หมู่บ้าน ได้แก่บ้านปลายคลอง,บกกราย,หินใหญ่,น้ำแดงใน,ปากคลองสวัสดิ์,คลองวัน,นาน้อย,ปากจั่น,เกาะกลาง,คลองเงิน,หาดตุ่น,ปากคลองวัน,หลุดพอล่าง,ลำเลียง,ลำเลียงใน,สองแพรก,สองแพรกขวา,บางนา,ห้วยไทรงาม,หินซอง,นิคมผัง 3,นิคมผัง4,รังแตน,คลองจั่นพัฒนา,ในกรัง,รังแตนใต้,บางใหญ่ล่าง 

          ด้านว่าที่ ร.ต.ปฐวี ปรัตคจริยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง กล่าวว่า จากการที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศเรื่องฝนตกหนักและคลื่นลมแรงในช่วงวันที่ 27-28 พฤษภาคม 2555 โดยเฉพาะจังหวัดระนอง อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ลมพัดแรงกระโชกบางช่วง สำหรับคลื่นลมในทะเลอันดามันมีกำลังแรงและมีคลื่นสูง ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ ส่วนเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะ 2-3 วันนี้

          รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง กล่าวว่า เพื่อเตรียมการป้องกันและปัญหาอุทกภัย วาตภัย ดินโคลนถล่มและคลื่นลมแรงในทะเล อันอาจจะสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ติดตามสถานการณ์และข่าวพยากรณ์อากาศโดยใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ในระยะ 1-2 วันนี้ พร้อมเฝ้าระวังเด็กตกน้ำ สำรองปัจจัยสี่ และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม หากเกิดสถานการณ์ขึ้นให้รายงานให้จังหวัดทราบทันที

 

อุตุฯใต้เตือนประชาชนเฝ้าระวังฝนหนัก-ลมกระโชกแรงใกล้ชิด

 

          นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยอาจต้องเผชิญกับฝนและลมกรรโชกค่อนข้างแรง โดยสภาพอากาศส่วนใหญ่จะมีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป หรือประมาณ 70% ของพื้นที่ และมีฝนหนักบางแห่ง เนื่องจากได้รับอิทธิพลมาจากลมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงความเร็ว 15-35 กม./ชม. ห่างฝั่งทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตรที่คงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน และอ่าวไทย ซึ่งลักษณะดังกล่าวทำให้มีแนวฝนซึ่งพัดมาจากฝั่งอันดามันเข้ามาในพื้นที่ ส่งผลให้เกิดฝนฟ้าคะนอง และจะมีลมกรรโชกแรงซึ่งได้แจ้งประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แจ้งเตือนประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

          "ประชาชนต้องเฝ้าระวังสภาพอากาศในช่วงนี้ โดยเฉพาะฤทธิ์ของลมที่กรรโชกแรงซึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงบ่าย โดยเฉพาะในช่วงก่อนที่ฝนตกขณะเดียวกันลมจะหายไปหลังฝนหยุดตก เช่นเดียวกับลักษณะของฝนที่ตกจะตกหนักมากในช่วงเวลาสั้นๆไม่แช่นาน ซึ่งลักษณะดังกล่าวพื้นที่เขตเมืองอาจต้องเฝ้าระวังเรื่องน้ำท่วมขังเพราะระบายน้ำไม่ทัน ซึ่งลักษณะอากาศแบบนี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 29 พฤษภาคม " นายวันชัย กล่าว

          ด้านนายโส เหมกุล หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สงขลา เปิดเผยว่า จากการสำรวจความเสียหายจากเหตุการณ์ลมกรรโชกแรงและฝนพัดกระหน่ำเมื่อ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีบ้านเรือนประชาชนในหลายพื้นที่ของจังหวัดสงขลาได้รับความเสียหาย ล่าสุดเช้าวันนี้ (28 พ.ค.) ได้รับแจ้งการรายงานความเสียหายเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ 4 อำเภอ ประกอบด้วย  อ.เมืองสงขลา , หาดใหญ่, คลองหอยโข่ง และอำเภอสะเดา ซึ่งความเสียหายส่วนใหญ่เกิดจากฤทธิ์ของลมที่พัดกระหน่ำจนทำให้กระเบื้องหลังคาบ้านปลิวหายไป นอกจากนี้ยังมีต้นไม้หักโค่นใส่บ้านเรือนเสียหายรวมถึงมีป้ายโฆษณาที่ล้มขวางเส้นทางจราจร แต่เท่าที่ตรวจสอบความเสียหายไม่ได้รุนแรงหรือมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด

          อย่างไรก็ตามจากความเสียหายที่ปรากฎได้ประสานให้ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ให้เร่งสำรวจความเสียหายเพื่อแจ้งข้อมูลไปยังฝ่ายปกครอง หรือนายอำเภอทุกพื้นที่ในการให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนและทันท่วงที เนื่องจากแต่ละพื้นที่มีงบประมาณฉุกเฉินสำหรับให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ทางจังหวัดได้จัดสรรให้อำเภอละ 2 ล้านบาทซึ่งสามารถอนุมัติเงินช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีตามเงื่อนไขกำหนด เช่น บ้านเสียหายทั้งหลังจะได้รับการช่วยเหลือ 30,000 บาท หรือเสียหายบางส่วนไม่เกินหลังละ 20,000 บาท

          นายโส กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้วในช่วงนี้ได้เร่งแจ้งเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังเกี่ยวกับสภาพอากาศที่ยังต้องเผชิญกับภาวะฝนตกหนักและลมกรรโชกแรงไปอีกอย่างน้อย 1-2 วันด้วย

 

อุตรดิตถ์ เผย 215 หมู่บ้านเสี่ยงดินโคลนถล่ม 

 

          นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย นำเวชภัณฑ์ยา มอบให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำป่าไหลหลาก ที่อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ 2,000 ชุด โดยมีนายสุรชัย ธัชกวิน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุตรดิตถ์ (ปภ.) เป็นตัวแทนรับมอบก่อนจะร่วมมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม และลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย และเยี่ยมเยือนประชาชน

          นายศรัณย์วุฒิ กล่าวว่า จาการสอบถามทาง ปภ.จังหวัดอุตรดิตถ์ ทำให้ทราบว่าวันที่ 26 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ปริมาณฝนตกหนักมากที่สุดของภาคเหนือ คือ 215 มิลลิเมตร ที่ตำแสนตอ อำเภอน้ำปาด ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้าน 4 ตำบล คือ แสนตอ น้ำปาด บ้านฝาย และตำบลน้ำไผ่ รวม 24 หมู่บ้าน 2000 ครัวเรือน กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวยังกัดเซาะถนนพังเสียหาย 30 สาย ท่อระบาดน้ำ 24 แห่ง ฝายชะลอน้ำพัง 18 แห่ง ระดับน้ำที่ท่วมสูงตามที่ราบลุ่มเกือบ 2 เมตร เกษตรกรที่ซื้อพันธุ์พืช ทั้งข้าว ข้าวโพด ถั่วเหลือง รวมไปถึงปุ๋ย จมน้ำเสียหายสิ้นเชิง ต้องลงทุนใหม่ เพราะเป็นเมล็ดพันธุ์ที่เตรียมไว้ปลูกหลังจากฝนตกต่อเนื่อง แต่กลับมาถูกน้ำท่วมก่อน

          นายสุรชัย ธัชกวิน ปภ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า จังหวัดยังคงประกาศเตือนประชาชนพื้นที่เสี่ยงภัย อาศัยอยู่ตามที่ราบเชิงเขา ใกล้ลำห้วย ให้ระวังอันตรายจากน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม เพราะยังมีฝนตกหนักต่อเนื่องทั่วพื้นที่ต่อไปอีก 2 วัน และให้เจ้าหน้าที่ มิสเตอร์เตือนภัย ผู้นำหมู่บ้าน 215 หมู่บ้านเสี่ยงภัยดินโคลนถล่ม สำรวจอุปกรณ์สัญญาณเตือนภัย ไซเรนมือหมุน ที่วัดปริมาณน้ำฝน เครื่องมือสื่อสาร ให้พร้อมใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

 


เปิดอ่าน