royal coronation
วันที่ 24 สิงหาคม 2562
ข่าวด่วน

คุก 21 ปี 4 เดือน บังนัท ชำเรา 12 ขวบ

วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 - 12:10 น.
Breaking news,บังนัท,ชำเรา,คุก
Shares :
เปิดอ่าน 823 ครั้ง

ศาลอาญา ชี้ เด็กหญิงผู้เสียหายเบิกความชัดลวงพาซื้อขนม - ผลตรวจร่างกาย

 

               11 ก.ค. 62 ที่ ห้องพิจารณา 807 ศาลอาญา ถ. รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 10.00 น.  ศาลนัดฟังคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ อ.1116/2562 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสำรวย จิตรชื้น หรือ บังนัท หรือ บังนัด อายุ 42 ปี ภูมิลำเนาชาว จ.ปทุมธานี เป็นจำเลย ในความผิดฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปจากบิดา - มารดา เพื่อการอนาจาร , กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาของตน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 , 277 วรรคสาม

 

 

 

               กรณีเมื่อวันที่ 13 ก.พ. 62 เวลาประมาณ 21.00 น. ขณะมารดาของ ด.ญ.บี (นามสมมติ) ผู้เสียหาย อายุ 12 ปี กำลังกลับห้องพัก ได้พบกับจำเลย ซึ่งเป็นคนรู้จักกันมาก่อน โดยจำเลยแจ้งว่าจะซื้อขนมให้บุตรสาวของตน ขอขึ้นไปที่ห้องพักอาคาร หลังจากนั้นจำเลยได้ชวน ด.ญ.บี และ ด.ญ.ซี (นามสมมติ) ซึ่งเป็นพี่น้องกัน ออกไปซื้อขนมด้านล่างอาคาร ผ่านไป 5 นาที ด.ญ.ซี ได้กลับมาที่ห้องและบอกมารดาว่าจำเลยจะพา ด.ญ.บี ไปคนเดียว หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อจำเลยได้ ต่อมา ด.ญ.บี ได้กลับมาที่ห้องพัก พร้อมกับร้องไห้ มารดาของผู้เสียหายจึงสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น ด.ญ.บี เล่าว่า หลังจากจำเลยพาลงมาด้านล่างอาคารที่พัก ได้พาซ้อนท้าย จยย. บอกว่าจะไปซื้อขนมข้างนอก ก่อนที่จะขับขี่พา ด.ญ.บี มาที่ตึกร้างซอยรามคำแหง 81/4 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ

               จากนั้นได้พาผู้เสียหายเข้าไปภายในตึกแล้วกระทำชำเรา มารดาของ ด.ญ.บี จึงแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ให้ดำเนินคดีผู้ต้องหา กระทั่งวันที่ 17 ก.พ. 62 เวลา 00.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก ได้จับกุมผู้ต้องหาได้ที่บ้านไม่มีเลขที่ ซ.นวมินทร์ 26 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม ซึ่งแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน จำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยตั้งแต่ชั้นฝากขัง เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 62 จนถึงชั้นพิจารณาคดี บังนัท ไม่ได้ประกันตัว

 

 

 

               วันนี้ ศาลก็ได้เบิกตัว บังนัท จำเลยจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มาฟังคำพิพากษา ขณะที่ ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์นำสืบแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า มารดาผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ให้ดำเนินคดีกับจำเลย ซึ่งพาผู้เสียหายไปกระทำชำเราในตึกร้างย่านรามคำแหง ซึ่งพนักงานสอบสวนได้พาผู้เสียหายไปตรวจร่างกายที่ รพ.ตำรวจ ผลชันสูตรพบว่าภายในช่องคลอดพบบาดแผลฟกช้ำ มีรอยฉีกขาด ขณะที่เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเดินไปทางตรวจสอบที่เกิดเหตุรวบรวมพยานหลักฐาน และจากการรวบรวมพยานหลักฐานเชื่อได้ว่า จำเลยเป็นผู้กระทำความผิด ต่อมาวันที่ 17 ก.พ. 62 เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมจำเลยได้ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาพรากเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองเพื่อการอนาจารฯ และกระทำชำเราเด็กไม่เกิน 13 ปี ในชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และมีการนำตัวจำเลยไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

               ขณะที่โจทก์ผู้เสียหายเป็นพยาน เบิกความว่า ขณะพักอาศัยอยู่ที่ห้องพักจำเลยได้มาชักชวนผู้เสียหายกับน้องลงไปซื้อขนม จากนั้นจำเลยได้ให้น้องสาวผู้เสียหายกลับขึ้นไปยังห้องพัก แล้วพาผู้เสียหายซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปยังอาคารร้าง ซึ่งอยู่ตรงข้าม รพ.รามคำแหง ก่อนที่จะลงมือกระทำชำเราผู้เสียหาย โดยที่ผู้เสียหายไม่ยินยอม ศาลเห็นว่า ผู้เสียหายเป็นเด็กและเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องน่าอับอาย หากเหตุการณ์ไม่เป็นความจริงคงไม่นำมาบอกเล่าแก่มารดา เชื่อว่าผู้เสียหายเบิกความไปตามความจริง ไม่ปรากฏข้อพิรุธสงสัย อีกทั้งผลชันสูตรจาก รพ.ตำรวจ ที่ระบุว่า พบว่าภายในช่องคลอดของผู้เสียหาย มีบาดแผลฟกช้ำ มีรอยฉีกขาด โดยหลังเกิดขึ้นเรื่องนี้ผู้เสียหายได้เล่าให้มารดาฟังและได้เดินทางมาแจ้งความทันที จึงไม่มีเหตุสงสัยว่าผู้เสียหายจะกลั่นแกล้งจำเลย

 

 

 

               คดีจึงรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง พิพากษาว่า ให้จำคุก 6 ปี ฐานพรากเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี ไปจากบิดามารดาฯ เพื่อการอนาจารฯ , ฐานกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปีฯ ให้จำคุก 10 ปี โดยให้เพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 (เคยมีคดีกระทำผิดถูกลงโทษแล้ว กระทำผิดใหม่) ฐานพรากเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี ไปจากบิดามารดาฯ เพื่อการอนาจารฯ จึงให้จำคุก 8 ปี , ฐานกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ให้จำคุก 13 ปี 4 เดือน รวมจำคุก จำเลยทั้งสิ้น 21 ปี 4 เดือน คดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกท้งสิ้น 10 ปี 8 เดือน

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การฟังคำพิพากษาวันนี้ไม่พบว่ามีญาติ หรือทนายความฝั่งจำเลยเดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาหรือให้กำลังใจด้วยแต่อย่างใด ซึ่งภายหลังฟังคำพิพากษาแล้วจำเลยไม่ได้ยื่นประกัน เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ก็จะนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Shares :
เปิดอ่าน 823 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ