วันที่ 16 มิถุนายน 2562
ข่าวด่วน

"3 เกลอนปช."เสียใจร่วมอาลัย"ป๋าเปรม"

วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 - 13:12 น.
นปช,จตุพร พรหมพันธ์ุ,วีระกานต์,ป๋าเปรม
Shares :
เปิดอ่าน 1,759 ครั้ง

"3 เกลอนปช."เสียใจร่วมอาลัย"พล.อ.เปรม"ถึงแก่อสัญกรรม "จตุพรทำนายรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำจมเร็ว

 

27 พฤภาคม  2562  ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานคดีชุมนุม นปช.ขับไล่รัฐบาล ปี 2552 เมื่อเวลา 09.00 น. คดีหมายเลขดำ อ.968/2561 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง "นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์" อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)  

 

 

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. , นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. กับแกนนำ นปช.รวม 13 คน เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาฯ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่อง ให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปฯ กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้าหรือผู้มีหน้าที่สั่งการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 และทำการฝ่าฝืน พ.ร.ก. บริหารราชการราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ที่ห้ามชุมนุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป รวมทั้งสิ้น 3 ข้อหา กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 31 ม.ค. - 14 เม.ย.52 กลุ่ม นปช. จัดการชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 

 

โดยจำเลยให้การปฏิเสธและได้รับประกันตัวในชั้นพิจารณา

 

วันนี้ "นายวีระกานต์" เดินทางมาศาล โดยให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ถึงแก่อสัญกรรม ว่า รู้สึกเสียใจเป็นธรรมดา ป๋าเป็นที่เคารพนับถือตั้งแต่แรก เป็นสัจธรรม ชีวิตเกิดขึ้น ดำรงอยู่ แล้วก็ดับไปเป็นธรรมดา ก็ต้องทำใจว่าเป็นธรรมชาติ ส่วนตัวก็จะเดินทางไปฟังสวดศพด้วย

 

ต่อข้อถามที่ว่า หลายเหตุการณ์ในอดีตที่บกระทั่งพูดถึง จะมีการไปขอขมาหรือไม่ "นายวีระกานต์" กล่าวว่า เรื่องที่จะต้องพูดกันเอาไว้โอกาสหลัง เรื่องยาวต้องใช้เวลา ไม่สามารถพูดสั้นๆ ได้ วันนี้ก็เสียใจอย่างสุดซึ้ง ต้องอโหสิกรรมอยู่แล้ว อะไรที่เป็นบทเรียนก็ต้องเก็บไว้ไม่ให้มันเกิดต่อไป

 

"นายจตุพร" ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ถึงแก่อสัญกรรม ว่า พวกตนประกาศตั้งแต่ต้นเรื่องคุณูปการของ พล.อ.เปรม มีหลายเรื่องที่คนไทยต้องไม่ลืม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 66/2523 ซึ่งเป็นการยุติการต่อสู้ระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์และรัฐบาลไทย สามารถลดความตายในแต่ละปีเป็นจำนวนนับพัน พล.อ.เปรม ได้ประกาศคำสั่งยุติความตาย นำคนไทยที่เข้าป่าไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา ประชาชน กลับมาร่วมพัฒนาชาติไทย ต่อมาคือเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นแบบอย่างหนึ่ง สุดท้ายก็คือคำว่าผมพอแล้ว เป็นสัจธรรมทางอำนาจที่ผู้มีอำนาจในยุคหลังควรที่จะเอาเป็นแบบอย่าง ส่วนเรื่องความเห็นที่แตกต่างกันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตนในฐานะคนพุทธก็กราบขออโหสิกรรม เราเป็นคนไทยสามารถแยกแยะทุกอย่างได้ วันนี้ก็ขอกราบอโหสิกรรม 

"3 เกลอ นปช." เสียใจร่วมอาบัย "พล.อ.เปรม" ถึงแก่อสัญกรรม

สำนักข่าวเนชั่น โดย เกศินี แตงเขียว

"ตู่ ปธ.นปช." ทำนายรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ จมเร็ว

27 พ.ค.62 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานคดีชุมนุม นปช.ขับไล่รัฐบาล ปี 2552 เมื่อเวลา 09.00 น. คดีหมายเลขดำ อ.968/2561 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง "นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์" อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) , นาย

 

ต่อข้อถาม ถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยจะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ "นายจตุพร" กล่าวว่า ตนเชื่อมาตั้งแต่ต้นว่าสองพรรคนี้อย่างไรก็ไปรวมกับพรรคพลังประชารัฐ เพราะแบบมันถูกออกว่าพรรคพลังประชารัฐ ถ้ารวบรวมเสียงได้ก่อน 126 เสียง บวกกับ ส.ว. 250 ก็เกินครึ่ง 376 แล้ว เพราะฉะนั้นทันทีที่ 11 พรรคเล็กเกิด ก็บวกกับ 115 ของพลังประชารัฐ ก็ได้ 126

 

อย่างไรก็ตาม สองพรรคนี้แม้ว่าจะเล่นลีลาทางการเมืองจนกระทั่งได้สมปรารถนา อย่างไรก็ตาม ก็เป็นเรื่องที่พรรคเหล่านั้นจะต้องไปรับผิดชอบคำพูดต่อประชาชนในช่วงรณรงค์หาเสียงที่ผ่านมา หรือช่วงก่อนการจัดตั้งรัฐบาลว่าใครได้เคยพูดอะไรกันไว้บ้าง ความรับผิดชอบก็จะเกิดกับบุคคลเหล่านี้ เสียงถึงอย่างไรก็ปริ่มน้ำ แม้ว่าจะมีงูเห่ากันบ้าง แต่ถ้าสังคมมีความแข็งแรง ประชาชนมีความแข็งแรง ในวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี จะต้องเป็นการเลือกโดยเปิดเผย โดยการเปร่งวาจา 

 

"ผมเชื่อว่าใครคิดจะเป็นงูเห่านั้นก็เป็นคนที่คิดจะฆ่าตัวตาย และรัฐบาลที่เริ่มต้นด้วยงูเห่านั้น ก็จะอยู่ได้ไม่ยืดเพราะขาดความชอบธรรมตั้งแต่ต้น เพราะเท่ากับเป็นการเอาคนที่ทรยศกับประชาชนมาให้การสนับสนุน เพราะฉะนั้นวันนี้ก็ให้ระบบรัฐสภาเดินไป การเมืองยังจะต้องเดินไป ผมเองก็วาดหวังว่าซีกที่จะทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านจะทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ เพราะถึงอย่างไรก็อยู่ได้ไม่นานอยู่แล้ว ดูตัวเลขเลือกรองประธานสภาฯ คนที่ 1 นั่นจะเป็นสัจธรรมทางการเมืองว่า การต่อรองจะอยู่ในช่วงทุกห้วงเวลาของสภาฯ สภาจะล่มแทบทุกเวลา ท้ายที่สุดสภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็จะเหมือนจอมพลถนอม ท้ายที่สุดก็จะทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกันไม่ได้ สภาพการณ์จะเป็นอย่างนั้น ผมเชื่อว่ารัฐบาลปริ่มน้ำจะจมน้ำเร็ว ถ้าเริ่มต้นด้วยการขาดความชอบธรรม" นายจตุพร กล่าว

 

ขณะที่ "นายณัฐวุฒิ" กล่าวถึงกรณี พล.อ.เปรม อดีตประธานองคมนตรีถึงแก่อสัญกรรมด้วยเช่นกันว่า ในฐานะที่ท่านเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง วาระที่ท่านถึงแก่อสัญกรรม ก็ต้องแสดงความเสียใจและแสดงความอาลัย โดยกระบวนการเคลื่อนไหวต่างๆ ของพวกเราที่ผ่านมา เราก็ได้พูดชัดมาตลอดว่าไม่ได้มีประเด็นส่วนตัวกับใคร เป็นเรื่องของหลักการและสถานการณ์ ซึ่งต้องแยกให้ชัดว่าเป็นมิติของการต่อสู้ทางการเมืองและหลักการประชาธิปไตย แต่ในทางส่วนตัวในวาระที่ท่านถึงแก่อสัญกรรม ประชาชนก็พึงที่จะแสดงความอาลัยกับการสูญเสียครั้งสำคัญยิ่งในครั้งนี้

 

"นายณัฐวุฒิ" ยังกล่าวถึงบรรยากาศในสภาผู้แทนราษฎร 2 วันที่ผ่านมาว่า เป็นเรื่องปกติของนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งว่างเว้นจากการปฏิบัติหน้าที่มากว่า 5 ปี เมื่อสภาเปิดก็ต้องแสดงบทบาท ชิงไหวพริบ และการพยายามสร้างความได้เปรียบทางการเมืองในฝ่ายของตนเอง ซึ่งตนไม่อยากให้ประชาชนมองว่าเป็นเรื่องอึดอัด รำคาญใจ หรือคิดว่าการเมืองจากการเลือกตั้งคือการทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย ซึ่งความจริงแล้วสภาเป็นตัวแทนจากการเลือกตั้งของประชาชน จะได้ถกเถียงกัน เมื่อมีข้อยุติตามกฎกติกาอย่างไรก็ต้องเดินหน้าไปตามนั้น

 

ถ้ามันจะวุ่นวายก็มาจากเจตนาของคนบางกลุ่มที่ต้องการใช้สภาจากการเลือกตั้งตอบสนองต่อเป้าหมายทางการเมือง ต่อรองกันไม่รู้เรื่อง จัดสรรอำนาจและแบ่งผลประโยชน์กันยังไม่ลงตัว ตนก็อยากให้กำลังใจ ส.ส. ทุกท่านที่ยืนยันหลักการประชาธิปไตย ตนคิดว่าการทำหน้าที่ในสภาทำตามระบบ ทำให้ประเทศยังมีความหวัง แม้การเริ่มต้น 2 วันแรกด้วยความสับสนอลม่าน การต่อสู้กันนอกสภากว่า 10 ปีที่ผ่านมามันอธิบายชัดเจนแล้วว่าไม่มีฝ่ายใดชนะกันจริงๆ มีแต่ความเจ็บปวด เสียหายและสูญเสีย ดังนั้นเมื่อสภากลับมา ตนในฐานะเป็นประชาชนคนหนึ่ง ก็ขอฝากความหวังกับคนที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนต่อสู้อย่างถึงที่สุด ภายใต้กระบวนการรัฐสภา เพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตย นำประเทศกลับคืนสู่ทิศทางที่ถูกต้องให้ได้

 

ส่วนกรณีพรรคพลังประชารัฐเชิญพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยเข้าร่วมรัฐบาล "นายณัฐวุฒิ" กล่าวว่า ตนยังจำท่าทีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนเก่าได้ดี ซึ่งพูดและอัดคลิปออกเผยแพร่ต่อประชาชน ยืนยันชัดเจนจะไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ตนยังจำท่าทีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งพูดก็เข้าใจได้ว่าจะยืนยันหลักการประชาธิปไตยหลังการเลือกตั้งครั้งนี้

 

ดังนั้นฉากการเมืองในวันนี้น่าสนใจว่าทั้งสองพรรคจะแสดงออกอย่างไร ถ้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวอ้างว่าที่นายอภิสิทธิ์พูดในฐานะหัวหน้าพรรคตอนเลือกตั้งเป็นเรื่องที่กรรมการบริหารชุดใหม่ไม่ต้องรับผิดชอบ ก็พูดมาให้ชัด ประชาชนจะได้รู้ว่าเล่นเกมส์กันแบบนี้ และอยากจะดูต่อไปด้วยว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์ตอบรับร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ นายอภิสิทธิ์ลุกขึ้นยืนในสภาแล้วขานชื่อโหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร ถ้าอดีตหัวหน้าพรรคแสดงออกเช่นนั้น พรรคประชาธิปัตย์จะอธิบายอย่างไรกับประชาชน 

 

อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าทั้งหมดมีการตกลงกันไปก่อนแล้ว การยกขันหมากเทียบเชิญในวันนี้ก็เป็นเพียงละครทางการเมืองฉากหนึ่งที่จะให้ภาพออกมาดูสมบูรณ์ ถ้าจะไปจริงๆ ก็ไปเถอะ ประชาชนจะได้เห็นชัด แล้วบทบาททางการเมืองเมื่อละทิ้งซึ่งหลักการประชาธิปไตย ทำลายสัจจะของตัวเองที่ให้ไว้ ประชาชนก็พร้อมให้บทเรียนในวาระต่อๆ ไป

 

 

 

Shares :
เปิดอ่าน 1,759 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ