ศาลฯ สั่ง กทม.ชดใช้ค่าเสียหาย "ป้าทุบรถ" !!

Breaking news  :  16 พ.ค. 2561

ศาลปกครองกลาง สั่ง กทม.ชดใช้ค่าเสียหาย "ป้าทุบรถ" เพิกถอนคำสั่งอนุญาตตลาดทั้ง 5 แห่ง คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวยังมีผลคุ้มครองต่อไป ระบุเพื่ออยู่อาศัยไม่ใช่พาณิชย์

 

          16 พ.ค.61 - เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ องค์คณะแผนกคดีสิ่งแวดล้อม เจ้าของสำนวนคดีตลาดหมู่บ้านเสรีวิลล่า นัดอ่านคำพิพากษา ในคดีหมายเลขดำ ส.1/2555 ที่ น.ส.บุญศรี แสงหยกตระการ ผู้ที่พักอาศัยในหมู่บ้านเสรีวิลล่า ย่านสวนหลวง ร.9  และผู้ที่อาศัยในหมู่บ้านประกอบด้วย น.ส.รัตนฉัตร แสงหยกตระการ น.ส.แสงหยก แสงหยกตระการ และ 4.น.ส.ราณี แสงหยกตระการ ด้วยรวม 4 คน ได้ยื่นฟ้อง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร , ผอ.เขตประเวศ , สำนักงานเขตประเวศ และกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-4 ข้อพิพาทเรื่องหน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ และกระทำละเมิดจากการละเลยต่อหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติอย่างล่าช้า

 

          กรณีให้มีการก่อสร้างอาคารและตลาด 5 แห่งโดยผิดกฎหมายเป็นเหตุให้พื้นที่ซึ่งเคยเป็นที่อยู่อาศัยกลายเป็นที่จอดรถและเป็นกรณีที่ผิดวัตถุประสงค์ของหมู่บ้านเสรีวิลล่า บริเวณสวนหลวง ร.9 ซึ่งได้จดทะเบียนจัดสรรเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย ก่อให้เกิดมลพิษทางเสียงและก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้ฟ้องคดี 

 

          โดยคดีมี "ผู้ประกอบการตลาดสวนหลวง , ตลาดรุ่งวานิชย์ , ตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต และตลาดยิ่งนรา" ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับข้อพิพาทนั้น ได้เข้ามาเป็นผู้ร้องสอดที่ร่วมนำเอกสารหลักฐานแสดงให้ศาลร่วมพิจารณาด้วย

 

          ขณะที่คดีกลุ่มผู้ฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างตลาด และให้หน่วยงานทางปกครอง-เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการประกอบกิจการตลาดในหมู่บ้านผู้ฟ้อง

 

ศาลฯ สั่ง กทม.ชดใช้ค่าเสียหาย "ป้าทุบรถ" !!

 

          ซึ่ง "องค์คณะคดีสิ่งแวดล้อม" ในศาลปกครองกลาง พิจารณาข้อเท็จจริงที่ได้จากการไต่สวน ประกอบข้อกฎหมายแล้ว เห็นว่า การยื่นขอก่อสร้างอาคารและตลาด 5 แห่งบริเวณข้างบ้านผู้ฟ้องทั้งสี่ในหมู่บ้านเสรีวิลล่า และการอนุญาตให้สร้างนั้น ผิดวัตถุประสงค์การจัดสรรที่ดินในโครงการที่ให้ก่อสร้างเพื่อที่พักอาศัยเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อการพาณิชย์ โดยให้ กทม. ผู้ถูกฟ้องที่ 4 ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้ฟ้อง 4 รายๆ ละ 368,400 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.56 ที่มีการแก้คำฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จ โดยให้ชดใช้หลังจากคดีนี้มีคำพิพากษาถึงที่สุด และให้ ผู้ถูกฟ้องที่ 1-3 ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารฯ ปี 22 ให้จัดการอาคารตลาดทั้ง 5 แห่งภายใน 30 วันนับแต่คดีที่สุด และให้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุขฯ ปี 2535 กวดขันไม่ให้มีหาบเร่แผงลอยบนทางเท้าในหมู่บ้านด้วย     

 

          รวมทั้งให้เพิกถอนคำสั่งการอนุญาตก่อสร้างตลาดทั้ง 5 แห่ง และให้คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวยังมีผลคุ้มครองต่อไป จนกว่าคดีจะมีคำพิพาษาถึงที่สุด

 

          โดยคำพิพากษาวันนี้ มีความยาว 114 หน้า พิจารณารวม 5 ประเด็น 

 

          ภายหลังฟังคำพิพากษา น.ส.บุญศรี กล่าวน้ำตาคลอว่า ขอบคุณศาลที่ให้ความเมตตาพอใจกับคำพิพากษาในส่วนค่าเสียหายไม่ยื่นอุทธรณ์ต่อ อยากให้ ฝ่าย กทม.พิจารณาเหมาะสมหรือไม่ที่จะอุทธรณ์คดี เนื่องจากความเดือดร้อนที่ได้รับยาวนานมาตลอด 4 ปี เป็นความทุกข์ที่แสนสาหัส หลังจากนี้จะนำคำพิพากษาพร้อมคำสั่งคุ้มครองในวันนี้ไปติดที่หน้าบ้าน ส่วนคดีอาญาทุบรถก็จะนำคำพิพากษาในส่วนนี้ไปยื่นร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการประกอบการพิจารณาสั่งคดี.