มติ "คกก.ห้วยเกิ้งพิทยาคาร" ย้าย ผอ.โรงเรียน !!

Breaking news  :  19 มิ.ย. 2560

"คับข้องใจ - ไม่สามารถร่วมงานกันได้" คณะกรรมการสถานศึกษา "ห้วยเกิ้งพิทยาคาร" ยื่นหนังสือ ผอ.สพม.20 ให้ย้ายผู้อำนวยการโรงเรียน


               19 มิ.ย. 60  เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ สำนักงานเขตการศึกษามัธยมศึกษาเขต 20 อุดรธานี (สพม.20) ต.บ้านจั่น อ.เมือง  นายมณเฑียร ศรีภูธร ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา โรงเรียนห้วยเกิ้งพิทยาคาร อดีต ผอ.โรงเรียนห้วยเกิ้งพิทยาคาร พร้อมตัวแทนกรรมการสถานศึกษาฯ ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ นายอดิศักดิ์ มุ่งชู ผอ.สพม.20 เพื่อร้องเรียน นายพิชิต บุญสาร ผอ.โรงเรียนห้วยเกิ้งพิทยาคาร หลังจากเกิดกรณีครูของโรงเรียนห้วยเกิ้งพิทยาคารกว่า 20 คน ประกาศขอย้ายจากโรงเรียน หลังจากเสร็จพิธีไหว้ครู เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยมีนายอาคม สัตถาผล ผอ.กลุ่มอำนวยการ สพม.20 เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ หลังจากนั้น นายมณเฑียรได้เข้าไปชี้แจงข้อร้องเรียนกับนายอดิศักดิ์ภายในห้องทำงาน โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวร่วมรับฟัง และขอไม่ให้สัมภาษณ์เรื่องที่เกิดขึ้น

               หนังสือร้องเรียน ระบุว่า คณะครู อาจารย์ และบุคลากรในโรงเรียนห้วยเกิ้งพิทยาคาร มีความคับข้องใจกับพฤติกรรมการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา ที่ขาดธรรมาภิบาล เกิดความไม่เป็นธรรม และบั่นทอนขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรในโรงเรียน จึงขอร้องเรียนผู้บริหารสถานศึกษาฯ ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 , 2551 และ 2553 มาตรา 84 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เสมอภาคและเที่ยงธรรม มีความวิริยะ อุตสาหะ ขยันหมั่นเพียร ดูแลเอาใจใส่ รักษาผลประโยชน์ของทางราชการ และต้องปฏิบัติตามมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพอย่างเคร่งครัด

               หนังสือยังระบุอีกว่า มีการเรียกรับผลประโยชน์จากนักเรียนที่ติด 0 ต้องเรียนซ้ำในรายวิชาต่างๆ โดยนักเรียนต้องเสียค่าลงทะเบียนเรียนซ้ำหน่วยกิตละ 100 บาท , มีการดูหมิ่นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ด้วยการตำหนิผู้ใต้บังคับบัญชาต่อหน้าผู้ปกครองและนักเรียน , มีการพูดจาให้แตกแยก แตกความสามัคคี ระหว่างครู และบุคลากรของโรงเรียน , มีการใช้เงินบริจาคผิดประเภท ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาคทุนการศึกษา , ไม่อนุญาตให้ครูใช้รถของโรงเรียนเพื่อปฏิบัติภารกิจส่วนรวมของราชการ ซึ่งรถเป็นเงินจากการทำบุญทอดผ้าป่าการศึกษาในการจัดซื้อรถ , ตำหนิครูต่อหน้านักเรียน แสดงความไม่เห็นด้วยจากการจัดโครงการรักการอ่านตามนโยบายของ สพฐ. ใช้คำพูดว่า “ให้มันอ่านหาหอกอะไร” ทำให้นักเรียนขาดความศรัทธาในตัวครูผู้สอน

               และยังตำหนิครูหน้าเสาธงต่อหน้านักเรียน เป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามศักดิ์ศรีความเป็นครู , จากความเมตตาต่อครูและบุคลากรที่เจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งและวัณโรคปอด โดยพูดว่า “ถ้าสอนไม่ได้ ให้คนป่วยจ้างคนมาสอนแทน โดยค่าจ้างสอนเป็นเงินเดือนของครูที่ป่วย” และทำโทษบุคลากรที่เป็นลูกจ้างประจำ โดยไม่ให้ขึ้นขั้นเงินเดือน และคาดโทษจะให้ลาออกหากทำงานไม่ได้ รวมทั้งมีการจัดครูสอนไม่ตรงกับวิชาเอก ทั้งที่กลุ่มสาระการเรียนรู้ สามารถจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพได้ จึงขอร้องเรียนหาแนวทางแก้ไข เพื่อให้องค์กรครูอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขในการปฏิบัติราชการ โดยขอให้ย้ายผู้บริหารสถานศึกษาออกไป หากไม่มีการย้าย คณะครูและบุคลากรของโรงเรียน จะขอย้ายสถานศึกษาเอง เพราะไม่สามารถปฏิบัติราชการร่วมกันอีกต่อไป

               หลังจากนั้น นายมณเฑียร เปิดเผยว่า ตนเป็นผู้บุกเบิกก่อตั้งโรงเรียนห้วยเกิ้งพิทยาคาร ตั้งแต่ปี 2519 และเป็นทั้งครูใหญ่ ครูน้อย และภารโรง ที่โรงเรียนแห่งนี้ถึง 9 ปี วันนี้นำตัวแทนครูและศิษย์เก่าของโรงเรียน มายื่นหนังสือกับทาง ผอ.สพม.20 ที่ท่านได้เสนอแนะว่า หลังจากนี้ให้ทางคณะกรรมการสถานศึกษาของโรงเรียน ไปประชุมเพื่อหามติว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะการยื่นหนังสือครั้งนี้เป็นการร้องทุกข์ของคณะครูของโรงเรียน ไม่ใช่มติของคณะกรรมการสถานศึกษา รวมทั้งวันพรุ่งนี้ ทาง สพม.20 จะลงไปสืบข้อเท็จจริงตามข้อร้องเรียน เพื่อให้ได้หลักฐานที่แน่นอน เพื่อมาพิจารณาร่วมกับมติของคณะกรรมการสถานศึกษา สำหรับเป็นหลักฐานเพื่อจะสั่งย้าย ผอ.โรงเรียนห้วยเกิ้งพิทยาคาร ให้มาประจำที่ สพม.20 เพื่อลดกระแสภายในโรงเรียนก่อน

               “ขณะนี้ทุกชุมชน วัด ผญบ.ทั้ง 8 หมู่บ้าน ที่เป็นกรรมการสถานศึกษา รวมทั้งศิษย์เก่า ผู้ปกครอง ต้องการให้ย้ายผู้บริหารโดยเร็ว หากยังยืดเยื้อออกไป ผมกลัวว่าจะเกิดความวุ่ยวายมากกว่านี้ ซึ่งวันนี้บรรยากาศในโรงเรียนยังคงหงอยเหงา มีนักเรียนมาเรียนน้อย เพราะยังไม่มั่นใจ ที่ทางผู้บริหารยังคงมาที่โรงเรียนอยู่ ส่วนการย้ายจริง เรื่องคงต้องเข้าทางคณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัด ที่มี ผวจ.อุดรธานี เป็นประธาน และมีศึกษาธิการจังหวัด ร่วมดำเนินการ นอกจากนี้หลังจากที่ได้ยื่นหนังสือต่อทาง สพม.20 แล้ว จะมีการยื่นหนังสือฉบับเดียวกันนี้ต่อ ผบ.มทบ.24 , ผวจ.อุดรธานี , พล.ท.อำนวย จุลโนนยาง ในฐานะกรรมการสถานศึกษาจังหวัด และให้ทางศึกษาธิการจังหวัด เพื่อพิจารณาเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย”

               นายมณเฑียร กล่าวอีกว่า เรื่องที่ร้องเรียนตนยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง บ้านของตนอยู่ใกล้โรงเรียน รวมทั้งแฟนของอดีตครูของโรงเรียน ก็ยังคงสอนอยู่ ที่สำคัญคือตัวผู้บริหารแกเป็นนักเผด็จการทางอำนาจมากกว่าที่จะเป็นนักบริหารการศึกษา ที่สร้างความแตกแยก บังคับผลักไสคนอื่น คนไหนที่ดีก็ปลดออก รวมทั้งคำพูดของตัวผู้บริหาร ที่มีการด่าครูให้นักเรียนฟังหน้าเสาธง ที่ความจริงทำอย่างนั้นไม่ได้ โดยวันพรุ่งนี้ทางคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนฯ จะรีบดำเนินการประชุม ลงมติที่จะให้ย้ายผู้บริหารโรงเรียนออกจากพื้นที่ เพื่อนำมติของกรรมการสถานศึกษาฯ ส่งให้ทาง สพม.20 และทาง กศจ.อุดรธานี รับทราบเพื่อดำเนินการต่อไป

               ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ที่โรงเรียนห้วยเกิ้งพิทยาคาร ต.ห้วยเกิ้ง อ.กุมภวาปี วันนี้ยังคงมีการเรียนการสอนตามปกติ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า มีนักเรียนมาเรียนตามชั้นเรียนต่างๆ บางตา บางห้องเรียนมีนักเรียนมาเรียนเพียง 10 กว่าคนเท่านั้น ส่วนทาง นายพิชิต บุญสาร ผอ.โรงเรียน ที่ช่วงเช้ายังคงมาทำงานตามปกติ แต่ได้ออกจากโรงเรียนไปตั้งแต่ช่วงเที่ยง และไม่สามารถติดต่อขอสัมภาษณ์ได้

               ขณะที่บรรยากาศความเคลื่อนไหวของกลุ่มศิษย์เก่าและผู้ปกครองนักเรียนของโรงเรียน ได้นำป้ายประท้วงมาติดตามสถานที่ต่างๆ เช่น ที่หน้าโรงเรียน ริมถนนเส้นทางเข้าโรงเรียน และที่สะพานลอยคนข้าม ที่ ถ.มิตรภาพ อุดรธานี - ขอนแก่น ที่เขียนข้อความ “เขตปลอด ผอ.พิชิต” และ “ชาวตำบลห้วยเกิ้ง ไม่เอา ผอ.บ้าอำนาจ”

 

 

 


เปิดอ่าน