ส่องแหล่งน้ำตามพระราชดำริพื้นที่ปากจั่น จ.ระนอง

 ส่องแหล่งน้ำตามพระราชดำริพื้นที่ปากจั่น ชาวบ้านต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ    

 

 

            ตำบลปากจั่น เดิมเป็นเมืองหน้าด่านฝั่งทะเลอันดามันขึ้นกับเมืองชุมพร ปัจจุบันเป็นตำบลหนึ่งในอำเภอกระบุรี จ.ระนอง มีชื่อเรียกเมื่อครั้งสมัยนั้นว่า ตำบลประจัน ต่อมาได้เรียกเพี้ยนเป็นปากจั่นจนถึงปัจจุบัน พื้นที่ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นที่ราบสูงทางตอนเหนือของตำบลและที่ราบต่ำทางตอนใต้ มีพื้นที่รวมประมาณ 134.50 ตร.ม. เหมาะแก่การประกอบอาชีพเกษตรกรรม ในพื้นที่มีอาชีพหลัก คือ ทำสวน ทำไร่ และทำอุตสาหกรรมในครัวเรือนเป็นอาชีพเสริม

 

          ต่อมาเมื่อประชากรเพิ่มขึ้นมีการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่าแบบขาดการบริหารจัดการเป็นผลให้เกิดความแห้งแล้ง ปริมาณน้ำไม่เพียง พอน้ำลดระดับลงการนำมาใช้ประโยชน์ของราษฎรต้องสูบน้ำจากลำคลองที่อยู่ต่ำจากระดับตลิ่งมาก ราษฎรหมู่ 9 บ้านปลายคลองวัน ตำบลปากจั่น จึงถวายฎีกาขอพระราชทานความช่วยเหลือ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 

  กระทั่งเมื่อปี 2560 ได้รับงบประมาณสนับสนุนการก่อสร้างอาคารอัดน้ำบ้านบางปริกพร้อมระบบส่งน้ำ โดยให้กรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างเป็นอาคารอัดน้ำพร้อมระบบท่อส่งน้ำและอาคารประกอบจำนวน 39 แห่ง ปัจจุบันแล้วเสร็จสามารถส่งน้ำให้ราษฎรบ้านปลายคลองวัน หมู่ 9 และบริเวณใกล้เคียงจำนวน 75 ครัวเรือน ราษฎรจำนวน 275 คน พื้นที่การเกษตรช่วงฤดูฝนจำนวน 500 ไร่ ช่วงหน้าแล้ง 120 ไร่ มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ และเพื่อให้การใช้น้ำก่อเกิดประโยชน์สูงสุดภายใต้การมีส่วนร่วมของราษฎรผู้ได้รับประโยชน์จึงได้จัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำขึ้นมาในชื่อกลุ่มว่า ผู้ใช้น้ำอาคารอัดน้ำบ้านบางปริก เพื่อร่วมกันบริหารจัดการน้ำและดูแลรักษาให้เกิดประโยชน์สืบไป

เมื่อเร็วๆ นี้ พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคใต้ พร้อมด้วย พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี และคณะอนุกรรมการ ได้เดินทางเข้าติดตามการดำเนินงานและเยี่ยมราษฎรที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ พร้อมรับฟังการบรรยายสรุป ณ โครงการอาคารอัดน้ำบ้านบางปริก พร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อรับทราบถึงความคืบหน้าในการบริหารจัดการโครงการ เพื่อสนองพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอดโครงการให้บังเกิดประโยชน์สุขแก่ราษฎรอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

การนี้ องคมนตรีได้กล่าวกับราษฎรที่มาต้อนรับว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงรับโครงการตามที่ราษฎรบ้านบางปริกได้ถวายฎีกาขอพระราชทานความช่วยเหลือเมื่อปี 2556 และทรงรับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการจนแล้วเสร็จ

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปณิธานเเน่วแน่ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งในพื้นที่ จ.ระนอง มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริจำนวน 16 โครงการ และเป็นจังหวัดที่ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมในเกือบทุกโครงการ ที่สำคัญประชาชนในพื้นที่ต่างให้ความร่วมมือในการดำเนินงานของโครงการเป็นอย่างดี และด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ในวันนี้จึงทำให้ทุกคนในพื้นที่มีน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคและเพื่อการเกษตรได้อย่างสมบูรณ์” องคมนตรี กล่าว

   ด้าน วัชรินทร์ พิทักษ์ ราษฎรบ้านบางปริก ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำอาคารอัดน้ำบ้านบางปริก กล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่ทุกคนต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงรับฎีกาของชาวบ้าน และเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงสืบสานโครงการนี้จนแล้วเสร็จสามารถเก็บกักและยกระดับน้ำให้สูงขึ้น ทำให้ในพื้นที่มีปริมาณน้ำต้นทุนและการกระจายน้ำเพื่อใช้ประโยชน์ให้แก่ประชาชนอย่างทั่วถึง แม้บางส่วนจะอยู่อาศัยในพื้นที่สูง สามารถมีน้ำเพียงพอสำหรับบริโภคอุปโภคได้ตลอดทั้งปี

     “สำหรับการบริหารจัดการน้ำของกลุ่มนั้น นอกจากจะมีการจัดระบบแบ่งสรรปันส่วนตามช่วงเวลาของการใช้น้ำเพื่อให้ได้รับอย่างทั่วถึงแล้ว กลุ่มยังมีมติร่วมกันว่าทุกครัวเรือนจะมีการติดตั้งมิเตอร์เพื่อตรวจวัดปริมาณการใช้น้ำ โดยจะมีการจ่ายค่าการใช้น้ำในอัตราหน่วยละ 1 บาท เพื่อนำมาเป็นทุนสำรองในการบำรุงรักษาโครงการต่อไป” ราษฎรคนเดิมกล่าวย้ำ

 

   ปัจจุบันในพื้นที่ จ.ระนอง มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านพัฒนาแหล่งน้ำ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริตามที่ราษฎรขอพระราชทานความช่วยเหลือจำนวน 16 โครงการ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

เปิดอ่าน