royal coronation
วันที่ 18 กรกฎาคม 2562
เกษตร/ทำกิน/สัตว์เลี้ยง

ผนึกกำลังพัฒนาพื้นที่ปฏิรูปที่ดินครบวงจร

วันที่ 11 มีนาคม 2562 - 16:41 น.
สปก
Shares :
เปิดอ่าน 104 ครั้ง

ผนึกกำลังพัฒนาพื้นที่ปฏิรูปที่ดินครบวงจร รอพิสูจน์ฝีมือ ส.ป.ก. กับ 8 หน่วยงาน

 

              พื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ยังขาดสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าน้ำ ถนน ไฟฟ้า เป็นต้น  ข้อจำกัดเหล่านี้ทำให้เกษตรกรบางส่วนในพื้นที่โครงการ ส.ป.ก. ขายสิทธิถือครอง แล้วกลับเข้าสู่วงจรการบุกรุกพื้นที่ป่าต่อไป เป็นปัญหาไม่รู้จบ
 

                 ว่าที่ ร.ต.ไพเจน มากสุวรรณ์ ที่ปรึกษาเลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าว่า แนวทางใหม่ของ ส.ป.ก. นอกจากการขยายพื้นที่ ส.ป.ก. รองรับเกษตรกรผู้ยากไร้ไม่มีที่ทำกินตามภารกิจแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเพิ่อให้ชุมชน ส.ป.ก. เข้มแข็งยั่งยืน และเป็นแหล่งผลิตสินค้าการเกษตรที่มีคุณภาพ
                 “ลำพัง ส.ป.ก. หน่วยงานเดียวไม่อาจขับเคลื่อนเรื่องนี้ได้ ต้องอาศัยภาคีเครือข่ายต่างๆ เข้ามาพัฒนาร่วมกัน”
    นี่เอง จึงเป็นที่มาที่ ส.ป.ก. ได้ทำบันทึกข้อตกลงร่วมกับอีก 8  หน่วยงาน ได้แก่ กรมชลประทาน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กรมทรัพยากรน้ำ กรมพัฒนาทรัพยากรน้ำบาดาล กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2561 
               ทั้ง ส.ป.ก. กับอีก 8 หน่วยงานจะบูรณาการวางแผน และสนับสนุนการดำเนินการพัฒนาพื้นที่ที่ยึดคืนตามคำสั่ง คสช. เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2559 พื้นที่ตามนโยบายของรัฐบาลในความดูแลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดิน
               ตามข้อตกลงที่ว่านี้ พอจะเห็นภาพพื้นที่ดังกล่าวมีความสมบูรณ์หลากหลายด้าน ตั้งแต่การพัฒนาแหล่งน้ำต้นทุน น้ำบาดาล เพื่อการเกษตร และการอุปโภคบริโภค การอนุรักษ์ทรัพยากรดินและน้ำ การใช้ประโยชน์ในที่ดิน การใช้พลังงานต้นทุนต่ำในการเกษตรและที่อยู่อาศัย การสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนส.ป.ก.
                “เป็นการต่อยอดจากพื้นที่ที่รัฐจัดสรรให้ราษฎรทำกิน แต่มีพื้นที่อย่างเดียวไม่พอ ยังต้องมีปัจจัยพื้นฐานอย่างอื่นเข้ามาเสริมเติมเต็มด้วย ซึ่ง ส.ป.ก. หน่วยเดียวทำไม่ได้ ต้องอาศัยหน่วยงานเหล่านี้เข้ามาร่วมพัฒนาอย่างจริงจังอีกด้วย” ว่าที่ ร.ต.ไพเจน กล่าว
 

            สำหรับพื้นที่ขาดแคลนน้ำที่จะต้องร่วมกันพัฒนานั้น ว่าที่ ร.ต.ไพเจน กล่าวว่า มีการบูรณาการแผนงานงบประมาณร่วมกัน ทั้งในส่วนที่เป็นพื้นที่ที่ยึดโดยคำสั่ง คสช. พื้นที่ตามนโยบายรัฐบาล และพื้นที่ ส.ป.ก. เริ่มต้นด้วยการจัดอบรมความรู้ให้เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. โดยผู้บริหารฝ่ายต่างๆ จากหน่วยงานเกี่ยวข้องที่ร่วมจัดทำข้อตกลง เช่น แนวทางการดำเนินการบูรณาการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบการกระจายน้ำในเขตปฏิรูปที่ดิน แนวทางจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษาโครงการจัดทำแผนแม่บทพัฒนาแหล่งน้ำ และการสำรวจออกแบบระบบน้ำและระบบกระจายน้ำ การวางโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำแบบบูรณาการ  การพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กในเขตปฏิรูปที่ดินโดยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และ ฯลฯ เป็นต้น
                   “ที่ผ่านมา ความร่วมมือของสองหน่วยงานก้าวไกลมาก ถึงขั้นวางโครงการพัฒนาแหล่งน้ำหรือระบบส่งน้ำที่สามารถเกื้อกูลต่อกันได้ ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ ส.ป.ก. มีโอกาสได้รับน้ำ กลายเป็นพื้นที่ชลประทานในพื้นที่ ส.ป.ก. เริ่มต้นด้วยการมีน้ำ ต่อไปก็เป็นเรื่องของการพัฒนาปรับปรุงทรัพยากรดิน การพัฒนาพลังงานไฟฟ้า พลังงานทดแทน การจัดทำแผนชุมชนและการพัฒนาความเข้มแข็งให้ชุมชนตามที่มีการบันทึกข้อตกลง”
เป็นความร่วมมือที่สร้างสรรค์ประโยชน์แก่ทุกฝ่าย ส.ป.ก. เองก็สามารถพัฒนาและสร้างชุมชนให้เข้มแข็งได้ตามเจตนารมณ์  โดยมี 8 หน่วยงานสนับสนุนบูรณาการอย่างเป็นเอกภาพ
                     ภาพเหล่านี้จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นทั้งใน 3 พื้นที่ดังกล่าว และเป็นผลงานร่วมแรงร่วมใจของ 9 หน่วยงานอย่างแท้จริง

 

Shares :
เปิดอ่าน 104 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ