royal coronation
วันที่ 21 สิงหาคม 2562
เกษตร/ทำกิน/สัตว์เลี้ยง

"ไทย-ญี่ปุ่น"ถกขยายกรอบมาตรการด้านสุขอนามัย-สุขอนามัยพืช

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 - 17:55 น.
มกอช,ไทย-ญี่ปุ่น,สุขอนามัยพืช
Shares :
เปิดอ่าน 160 ครั้ง

"ไทย-ญี่ปุ่น"ถกHLCDหารือขยายกรอบมาตรการด้านสุขอนามัยสัตว์-สุขอนามัยพืช รองรับส่งออกสินค้าเกษตร เจรจาขอเพิ่มโควต้า-ลดภาษีสินค้าหมูร่วมป้องกันทำประมง IUU


                  11 กุมภาพันธ์ 2562 นางสาวจูอะดี พงศ์มณีรัตน์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) พร้อมเจ้าหน้าที่ มกอช. เข้าร่วมการประชุมระดับสูงด้านอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร 

 

                  ระหว่างไทย-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 2 (The 2nd Meeting of The Japan-Thailand High–Level Cooperation Dialogue on Agricultural and Food Industries : HLCD) ซึ่งมีนางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานร่วมฝ่ายไทย และนายฮิโระมิจิ มัตสึชิมะ ปลัดกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น เป็นประธานร่วมฝ่ายญี่ปุ่น พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐของทั้งสองฝ่าย เข้าร่วมการประชุมหารือ ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

 

 

                  นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การประชุม HLCD เป็นการประชุมเพื่อเร่งรัดและผลักดันการดำเนินความร่วมมือ ให้มีผลเป็นรูปธรรมภายใต้กรอบบันทึกแสดงเจตจำนง (Memorandum of Intent-MOI) ว่าด้วยการส่งเสริมความร่วมมือในสาขาเกษตรกรรม และสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศได้ลงนามร่วมกัน เมื่อวันที่ 1 พ.ค.59 โดยมีผู้บริหารระดับปลัดกระทรวงขึ้นไป ของทั้งสองฝ่ายเป็นประธาน และจัดทุก 1-2 ปี โดยสลับเป็นเจ้าภาพ 

 

 

                  รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ ไทยได้นำเสนอให้ฝ่ายญี่ปุ่นพิจารณาขยายขอบเขตและเพิ่มแนวทางความร่วมมือด้านความปลอดภัยอาหารภายใต้กรอบความตกลง JTEPA ให้ครอบคลุมถึงมาตรการด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช เพื่อให้ความร่วมมือระหว่างกันเพิ่มขึ้น มีขอบเขตกว้างมากขึ้น เป็นประโยชน์ต่อการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารระหว่างไทยและญี่ปุ่น โดยเฉพาะการเปิดตลาดสินค้าใหม่ระหว่างกัน ซึ่งได้เน้นย้ำถึงความประสงค์ขอเพิ่มโควต้า และขอลดภาษีในสินค้าหมูและผลิตภัณฑ์จากไทย โดยอ้างอิงปริมาณการส่งออกที่มีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากไทยมีศักยภาพและกำลังการผลิตสูง และญี่ปุ่นเป็นผู้นำเข้าที่สำคัญ ซึ่งญี่ปุ่นรับจะนำไปหารือรายละเอียดต่อในเวทีการค้าสินค้าระหว่างกันต่อไป

 

 

                  นางสาวจูอะดี พงศ์มณีรัตน์ เลขาธิการ มกอช. กล่าวเพิ่มเติม มกอช. ได้มีการหารือและแลกเปลี่ยนแนวคิดด้านธุรกิจอาหาร กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกนำเข้า การขึ้นทะเบียนสินค้า รวมทั้งความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารในลักษณะความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public Private Partnership) นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอโอกาสการลงทุนในภาคเกษตรของไทย รวมทั้งการปรับปรุงการบริหารจัดการประมงเพื่อต่อต้านการทำประมง IUU ของไทย (Fisheries Reform) ที่ทำให้ไทยได้ปลดใบเหลืองออกจากสหภาพยุโรป (EU) ทำให้ญี่ปุ่นเห็นถึงความพยายามและศักยภาพในการภาคการประมงไทย นำไปสู่ความร่วมมือในการป้องกันทำประมง IUU

 

 

 

Shares :
เปิดอ่าน 160 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ