ตามเยาวชนอาเซียนเยือนถิ่นอีสาน

คอลัมน์ - ท่องโลกเกษตร โดย - สุรัตน์ อัตตะ  suratatta0402@gmail.com

 

            อุโมงค์ผันน้ำลำพะยังภูมิพัฒน์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นอีกโครงการที่ผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยไผ่ ซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของเทือกเขาภูพานใน จ.มุกดาหาร มาเติมให้แก่อ่างเก็บน้ำลำพะยังตอนบน ใน ต.สงเปลือย อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ เพื่อขยายพื้นที่รับน้ำชลประทานได้มากขึ้น 

            “ท่องโลกเกษตร” อาทิตย์นี้ตามคณะเยาวชนอาเซียนนำโดยผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี อรนุช ศรีนนท์ ตามรอยพระยุคลบาทในหลวงรัชกาลที่ 9 เรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.สกลนคร แล้วมาศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริต่อที่โครงการอุโมงค์ผันน้ำลำพะยังภูมิพัฒน์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.กาฬสินธุ์ โดยการเดินทางมาของคณะเยาวชนอาเซียนเป็นรุ่นที่ 3 มีเยาวชนผู้แทนประเทศสมาชิกอาเซียน+2 ประกอบด้วย ราชอาณาจักรภูฏาน และสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต จำนวน 70 คน  เยี่ยมชมและศึกษาดูงานศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ  

            โรจน์วัฒน์ อินทร์ทุ่ง ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ กล่าวแนะนำความเป็นมาของศูนย์ พร้อมบรรยายสรุปแนวพระราชดำริ ผลการดำเนินงาน ผลสำเร็จ และการขยายผลการพัฒนาไปสู่ประชาชน หลังจากนั้นนำคณะเยาวชนเยี่ยมชมบริเวณพื้นที่รอบศูนย์ และร่วมลงมือทำกิจกรรม 3 กิจกรรม ได้แก่ ฐานเรียนรู้การพัฒนาด้านประมง ฐานเรียนรู้ด้านปศุสัตว์ 3 ดำมหัศจรรย์ และฐานศึกษาและพัฒนาระบบเกษตรผสมผสาน ทั้งนี้ เพื่อให้เยาวชนได้นำความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาดูงานและลงมือปฏิบัติในครั้งนี้ไปใช้ประโยชน์

             จากนั้นคณะเยาวชนได้เดินทางไปยังบริเวณที่ทำการโครงการอ่างเก็บน้ำลำพะยัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ เพื่อรับฟังบรรยายสรุปความเป็นมาและผลการดำเนินงานของโครงการอุโมงค์ผันน้ำลำพะยังภูมิพัฒน์ฯ จากนั้นเยี่ยมบ้านเกษตรกรพร้อมลงมือปฏิบัติ ณ บ้านเกษตรกรต้นแบบที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ ได้แก่ บ้านของ วิศักดิ์ อารมณ์สวะ เกษตรกรต้นแบบด้านการพัฒนาที่ดินตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงและการถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดิน บ้านของนายจันทร์ที โคตรดก เกษตรกรต้นแบบที่ประสบผลสำเร็จด้านเกษตรผสมผสานตามแนวคิดการเกษตรทฤษฎีใหม่ : กลุ่มเกษตรคนรุ่นใหม่ตามรอยพ่อ วิถีภูไท เขาวง

            อรนุช ศรีนนท์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเดินทางมาศึกษาดูงานของคณะเยาวชนอาเซียนฯ ในครั้งนี้ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินโครงการ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) และศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ เพื่อให้เยาวชนได้ศึกษาเรียนรู้ถึงแนวพระราชดำริ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่หน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชน สถาบันการศึกษา และเกษตรกรในการน้อมนำแนวพระราชดำริหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้จนก่อเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม

             ทั้งนี้ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจต่างๆ นานัปการด้วยพระวิริยอุตสาหะอย่างมิรู้จักเหน็ดเหนื่อย อีกทั้งพระราชทานพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการพัฒนาตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับประเทศ อันเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาความยากจนของประชาชนให้รอดพ้นและสามารถดำรงอยู่ได้ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น โดยให้ประชาชนและชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและสามารถพึ่งตนเองได้ นำไปสู่ความสมดุลของชีวิต เศรษฐกิจ และสังคม และเป็นแนวทางในการพัฒนาสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง 

            ประกอบกับพระราชปณิธานอันแน่วแน่ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานตามแนวทางพระราชดำริด้านเศรษฐกิจพอเพียง ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชนและพัฒนาประเทศชาติให้มีความมั่นคงและเจริญก้าวหน้า โดยคำนึงถึงความอยู่ดีมีสุขของประชาชนเป็นสำคัญ

         

             ทั้งนี้ การจัดโครงการเยาวชนอาเซียนเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพระยุคลบาทครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสร้างการรับรู้และเผยแพร่พระเกียรติคุณให้เป็นที่ประจักษ์สู่นานาประเทศ ซึ่งมีความสอดคล้องและเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของการพัฒนาระดับนานาชาติ โดยองค์การสหประชาชาติเพื่อโลกอนาคตได้น้อมนำแนวพระราชดำริดังกล่าวมาเป็นแนวทางการดำเนินงาน รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประธานอาเซียนในปีนี้ด้วย

              สำหรับคณะเยาวชนจากประเทศสมาชิกอาเซียนที่เดินทางเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ ประกอบด้วย บรูไนดารุสซาลาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ สิงคโปร์ และไทย โดยมีเยาวชนประเทศละ 6 คน และอีก 2 ประเทศ คือ ราชอาณาจักรภูฏาน และสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์–เลสเต รวมเป็น 12 ประเทศ จำนวน 70 คน เพื่อนำองค์ความรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาตนเอง ครอบครัวและสังคมให้มีความเจริญก้าวหน้าและพัฒนาประเทศภูมิภาคอาเซียนให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนร่วมกันสืบไป 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

เปิดอ่าน