ก.เกษตรฯสรุปผลงานในรอบ 4 ปี

ก.เกษตรฯสรุปผลงานในรอบ 4 ปี สามารถยกระดับรายได้เกษตรกรกว่า 1.3 ล้านครัวเรือน     

 
                 นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์สรุปผลการดำเนินงาน 4 ปี (พ.ศ. 2557 - 2561)ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ในการปฏิรูปภาคการเกษตร สามารถยกระดับรายได้เกษตรกรกว่า 1.3 ล้านครัวเรือนได้เป็นผล โดยเร่งขับเคลื่อนแผนการผลิตของประเทศ มุ่งเน้นให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มผลิตสินค้าเกษตรตามความต้องการของตลาด ซึ่งได้มีการกำหนด "แผนการผลิตภาคการเกษตรของประเทศ" ขึ้นมาแก้ไขปัญหาและใช้แนวทาง "ตลาดนำการผลิต" โดยจะตรวจสอบความต้องการผลผลิตทางการเกษตรจากทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ แล้วจึงมาวางแผนส่งเสริมการผลิตทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์

      

 

                    สำหรับการส่งเสริมการทำการเกษตรในรูปแบบแปลงใหญ่ ปัจจุบันมี 4,007 แปลง พื้นที่ 5.1 ล้านไร่ เกษตรกรในโครงการ 300,000 คน มีศูนย์เรียนรู้การเพิ่มการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีมีกว่า 10,000 แห่งทั่วประเทศ จากนั้นส่งเสริมให้สหกรณ์ 1,300 สหกรณ์เป็นหน่วยธุรกิจต่อรองราคาซื้อปัจจัยการผลิตและขายผลผลิตในราคาที่เป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐ เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร 1.3 ล้านครัวเรือน ทำให้เกษตรกรมีรายได้ 2,750 บาทต่อไร่ รวมทั้งสิ้น 2,300 ล้านบาท

                  นายกฤษฎา กล่าวต่อไปว่า แนวทางการเพิ่มช่องทางการตลาดนั้น นอกจากกระทรวงเกษตรฯ จะจับคู่ค้าให้ผู้ประกอบการมารับซื้อผลผลิตจากกลุ่มเกษตรกรโดยตรงแล้ว ยังได้กำหนดแผนพระพิรุณส่งเสริมตลาด e-commerce ขายผลผลิตทาง 0nline ด้วย จึงจำเป็นต้องสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) ที่มีความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีการผลิตและช่องทางการตลาดใหม่ ๆ มาสานต่อประสบการณ์จากเกษตรกรรุ่นปัจจุบัน

                  อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ สามารถช่วยลดภาระหนี้สินสะสมของเกษตรกร 36,605​ ราย​ จำนวน 10,200 ล้านบาท​ ตามที่ได้เสนอครม. เห็นชอบปรับปรุงโครงสร้างหนี้แก่เกษตรกรที่กู้ยืมเงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) แล้วกลายเป็นหนี้เสีย โดยจะจัดทำแผนพัฒนาอาชีพ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ไปชำระเงินกู้ตามสัญญาที่ทำกันใหม่ รวมถึงสามารถเลี้ยงชีพได้อย่างมั่นคง ทั้งนี้ ในการบริหารจัดการการเกษตรแผนใหม่นั้น กระทรวงเกษตรฯ ได้ปฎิรูปโครงสร้างการทำงานของหน่วยงานในพื้นที่ โดยจัดตั้งคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ระดับจังหวัด (อ.พ.ก.) ขึ้น โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และจะบูรณาการการทำงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เป็นเอกภาพและแก้ปัญหาได้ตรงประเด็น

       

           ทั้งนี้ โครงการสำคัญที่จะเริ่มต้นในเดือนพฤศจิกายนนี้คือ โครงการปลูกพืชอื่นทดแทนนาปรัง ในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมจะทำนา โดยจากการสำรวจความต้องการของตลาดพบว่า ประเทศไทยยังขาดแคลนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยความต้องการของโรงงานผลิตอาหารสัตว์มีมากถึง 8 ล้านตันต่อปี แต่ปัจจุบันยังผลิตได้เพียงครี่งเดียวคือ 4 ล้านตันต่อปี เมื่อเปรียบเทียบแล้ว ข้าวนาปรังให้กำไร 306 บาทต่อไร่ ขณะที่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้กำไร 3,690 บาทต่อไร่ มากกว่าข้าว 10 เท่าตัว อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ จึงได้สร้างความมั่นใจให้เกษตรกร โดยสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเป็นทุน หาผู้รับซื้อมาทำสัญญาล่วงหน้า ตกลงราคารับซื้อขั้นต่ำ และประกันภัยพืชผล เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตเกษตรกรที่ร่วมโครงการอย่างแน่นอน จากนั้นจะใช้เป็นต้นแบบในการผลิตภาคการเกษตรของประเทศต่อไป


เปิดอ่าน