ก้าวทัน"เทคโนฯเกษตร"ยุค4.0   ก้าวทัน"แอพพลิเคชั่น"

 ก้าวทัน"เทคโนฯเกษตร"ยุค4.0  ก้าวทันตัวช่วยเกษตรกร"แอพพลิเคชั่น"

 

งานฮอร์ติ เอเชีย 2018 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-24 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ  ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ นอกจากมีการนำเสนอปัจจัยการผลิตทางการเกษตรและนวัตกรรมด้านการเกษตรของบริษัทชั้นนำกว่า 300 บริษัทจาก 25 ประเทศทั่วโลกแล้ว บริษัทเหล่านี้ยังมี “แอพพลิเคชั่น” ของตนเองมาโชว์กระบวนการผลิตที่ครอบคลุมในทุกมิติ เริ่มตั้งแต่การเตรียมวัสดุปลูก การเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การปรับปรุงพันธุ์ การดูแลใส่ปุ๋ย การปรับปรุงคุณภาพดิน การระบายอากาศ ตลอดจนเทคโนโลยีโรงเรือน 

กล่าวได้ว่า ความทันสมัยในภาคเกษตรกรรมไม่ได้มีแต่เครื่องจักรเพียงอย่างเดียวที่จะเข้ามาเป็นตัวช่วยของเกษตรกรในการทำเกษตรสมัยใหม่ แต่การพัฒนาตัวช่วยผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟน กำลังได้รับความนิยมและพัฒนากันอย่างกว้างขวางมากขึ้น

แอพพลิเคชั่น จึงถือเป็นความท้าทายของภาคการเกษตรไทยหากจะก้าวต่อไปสู่ยุค 4.0 เพราะการเกษตรถือเป็นอุตสาหกรรมหลักของไทยรวมไปถึงภูมิภาคอาเซียน ยิ่งไทยจะเดินหน้าไทยแลนด์ 4.0 ด้วยแล้ว ประเทศรอบบ้านเราก็จะยิ่งต้องพัฒนา Agtech โดยเร็วที่สุดเพื่อให้ก้าวทันเทคโนโลยีทีี่หลายประเทศขณะนี้ได้ก้าวกระโดดไปไกลมากแล้ว 

อย่างเช่น อิสราเอล ได้สร้างสตาร์ทอัพเทคโนโลยีเกษตรที่มุ่งเปลี่ยนแปลงเกษตรกรรมของทั้งโลก ครอบคลุมในทุกๆ ด้าน ได้ไม่ว่าจะเป็น แพลตฟอร์มการจัดการฟาร์มอัจฉริยะ การให้น้ำ การจัดการโรคและแมลง โดรนและหุ่นยนต์เกษตร การดูแลรักษาพืช จักรกลเกษตรอัจฉริยะ การเก็บเกี่ยว การจัดการตลาด ระบบเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอัจฉริยะ เทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีการจัดการของเสีย ระบบเลี้ยงปศุสัตว์อัจฉริยะ และระบบสมาร์ทฟาร์ม

ขณะออสเตรเลียก็ได้สร้างฟาร์มและไร่นาที่สามารถทำงานได้ด้วยตนเอง (Automated Farming) โดยตั้งเป้าไว้ว่าภายในปี ค.ศ. 2025 จะมีหุ่นยนต์ทำงานในไร่นา เก็บเกี่ยว และแปรรูปเบื้องต้นได้ทั้งหมด

ขยับเข้ามาใกล้บ้านเราอย่างอินโดนีเซีย ได้เกิดสตาร์ทอัพชื่อ i-Grow ที่ให้ผู้ใช้ลงทุนเพาะปลูกผ่านสมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียว เริ่มจากเลือกซื้อเมล็ดพันธุ์พืชต่างๆ เช่น มะพร้าว ถั่วลิสงจากนั้นเกษตรกรกว่า 2,000 รายในระบบจะเป็นผู้ปลูก และเก็บเกี่ยวผลผลิตให้ ซึ่งรายได้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นจะแบ่งกันระหว่างเกษตรกร และผู้ลงทุน ปัจจุบันมีผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่นนี้กว่า 10,000 คน และลงทุนเพาะปลูกไปกว่า 10 ล้านต้นแล้ว  

นอกจากนี้ยังมี CI Agriculture ที่สร้างแพลตฟอร์มขึ้นมาใหม่ โดยรวมการวิเคราะห์พื้นที่เพาะปลูกผ่านดาวเทียม โดรน และเซ็นเซอร์ตรวจสอบความชื้นของดิน เพื่อให้ผลลัพธ์เกี่ยวกับสถานที่ว่าคุ้มค่าแก่การเพาะปลูกหรือไม่ และอนาคตว่ากันว่าจะสามารถนำตัวเลขดังกล่าวไปยื่นต่อสถาบันการเงินเพื่ออนุมัติเงินกู้เพื่อทำเกษตรกรรมให้ง่ายขึ้นได้อีกด้วย 

สิงคโปร์ ถึงแม้พื้นที่เกษตรกรรมมีน้อยแต่ก็มีสตาร์ทอัพ ชื่อ Garuda Robotics เป็นการสร้างซอฟต์แวร์ให้โดรน เพื่อช่วยตรวจสอบพื้นที่ และทำกิจกรรมต่างๆ แทนแรงงาน เช่น การโปรยปุ๋ยให้แก่ผลผลิตอย่างแม่นยำและครอบคลุมพื้นที่ที่เกษตรกรต้องการ 

ขณะที่ประเทศไทยเองที่ผ่านมาได้มีความพยายามที่จะปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมไปสู่ระบบเกษตรอัจฉริยะมากขึ้น ทั้งการใช้เครื่องจักรในกระบวนการผลิต การใช้เทคโนโลยีการสื่อสารโดยผ่านสมาร์ทโฟน เมื่อก่อน อาจจะรู้จักแค่ OAE Reduce Cost เป็นแอพพลิเคชั่นเพื่อคำนวณต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตร และเปรียบเทียบต้นทุนจากการคำนวณกับต้นทุนเฉลี่ยของทางสำนักงานฯ เพื่อประกอบการตัดสินใจในการลงทุน 

แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาแอพพลิเคชั่นเกิดขึ้นมากมาย อย่างน้อยมี 12 แอพนี้ติดเครื่องสมาร์ทโฟนไว้ การทำเกษตรกรรมก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายในทันที จากข้อมูล www.bangkokbanksme.com ระบุรายละเอียด 12 แอพพลิเคชั่นดังกล่าว โดยตัวแรกคือ ProtectPlants สุดยอดแอพพลิเคชั่นที่ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคพืชและศัตรูพืช มีฟังก์ชั่นที่หลากหลาย ทั้งในด้านขององค์ความรู้อารักขาพืช การวินิจฉัยศัตรูพืชเบื้องต้น การวินิจฉัยชนิดพืช สามารถพยากรณ์เตือนสภาพอากาศที่จะเกิดขึ้นได้ อีกทั้งยังพยากรณ์เตือนการระบาดของศัตรูพืชที่อาจมีผลกระทบต่อการทำเกษตรของเราได้อีกต่างหาก เรียกได้ว่าเป็นแอพที่ครบเครื่องเรื่องการเกษตรและศัตรูพืชอย่างแท้จริง 

ตัวที่สอง WMSC เป็นอีกหนึ่งแหล่งข้อมูลและนำเสนอข้อมูลข่าวสารในการบริหารจัดการน้ำ มีทั้งข้อมูลปริมาณน้ำฝน ข้อมูลปริมาณน้ำท่า ข้อมูลปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ ข้อมูลอัตราการไหลของน้ำในแม่น้ำ และคลองชลประทานต่างๆ โดยข้อมูลทั้งหมดนี้จะช่วยให้เพื่อนๆ สามารถเตรียมการรับมือกับภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นอย่างกะทันหันได้ ตัวทีี่สาม InsectShot จะเพิ่มความสะดวกรวดเร็วจากการใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในแปลงนาแทนการสุ่มนับด้วยคน โดยเมื่อถ่ายภาพเสร็จก็จะส่งภาพไปที่เครื่องแม่ข่ายก็จะประมวลผลนับจำนวนเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลให้ทันที อย่างไรก็ตาม ในอนาคตยังมีโครงการที่จะพัฒนาโปรแกรมตรวจนับปริมาณเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลที่เข้าไปในกับดักแสงไฟ เพื่อลดขั้นตอนการนับด้วยแรงงานคนอีกด้วย

ตัวที่สี่ Rice Pest Monitoring อีกหนึ่งสุดยอดแอพที่มีระบบสนับสนุนการพยากรณ์และเตือนภัยของกรมการข้าว เพื่อแจ้งใช้ในการติดตาม เฝ้าระวัง และเตือนภัยล่วงหน้าก่อนที่จะเกิดการระบาด (Rice Pest Monitoring) ของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและโรคไหม้ และเป็นเครื่องมือและนำไปประยุกต์ใช้สนับสนุนการปฏิบัติงานให้แก่เกษตรกรในการติดตามเฝ้าระวังในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ ได้แก่ เจ้าหน้าที่กรมการข้าว นักวิจัย นักวิชาการ กลุ่ม Smart farmer และกลุ่ม Smart officer

ตัวที่ห้า Ag-Info แหล่งรวมข้อมูลสารสนเทศและข่าวสารเศรษฐกิจการเกษตร เพื่อเป็นประโยชน์ในการวางแผนทำการเกษตรและการตัดสินใจ อาทิ ราคาสินค้าเกษตร ณ ตลาดกลาง เป็นรายวัน ราคาสินค้าเกษตร ณ ไร่นา ปฏิทินสินค้าเกษตร การติดตามสถานการณ์การผลิตการตลาด การเตือนภัยและข่าวสารการประชาสัมพันธ์ ตลอดจนนโยบายของรัฐ ตัวที่หก เทคโนโลยีการผลิตข้าว เป็นระบบที่รวบรวมข้อมูลเทคโนโลยีการผลิตข้าว โดยแบ่งข้อมูลออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ การปลูก ดูแลรักษาและการใช้ปุ๋ยในนาข้าว ศัตรูข้าวและการป้องกันกำจัดวัชพืชในนาข้าวและเมล็ดพันธุ์และการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว  

ตัวที่เจ็ด  AC AGRI VOCAB  แอพพลิเคชั่นที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการเรียนรู้คำศัพท์พื้นฐานด้านการเกษตร เช่น ผัก สมุนไพร เครื่องเทศ ผลไม้ พืชไร่ ไม้ยืนต้น สัตว์ทางการเกษตร และคำศัพท์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยมี 5 ภาษาให้เลือกฝึกและทำความคุ้นเคย ได้แก่ ภาษาไทย เวียดนาม เมียนมาร์ กัมพูชา และภาษาบาฮาซา ตัวที่แปด Ldd Soil Guide ระบบสารสนเทศดินและข้อมูลการใช้ปุ๋ย เป็นระบบที่แสดงข้อมูลกลุ่มชุดดิน และข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินทั้งประเทศ เรียกง่ายๆ ว่าครบเครื่องเรื่องดิน 

ตัวที่แปด LDD’s IM Farm เป็นรูปแบบของเกมที่ใช้เพื่อเป็นข้อมูลทางเลือกในการตัดสินใจการใช้ประโยชน์ที่ดิน ให้ได้ผลตอบแทนสูงสุด และใช้เป็นระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการศึกษา (e-Education) ด้านการเกษตร สำหรับเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดิน เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป และเพื่อเป็นแหล่งความรู้ด้านการทำเกษตรกรรม ตัวที่เก้า กระดานเศรษฐี เกษตรกรมีโอกาสถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการคำนวณต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตร และเปรียบเทียบต้นทุนจากการคำนวณกับต้นทุนเฉลี่ยของทางสำนักงานฯ เพื่อประกอบการตัดสินใจในการลงทุน โดยยังมีข้อมูลตลาด และความเหมาะสมของสินค้าในพื้นที่ เพื่อให้เกษตรกรสามารถเลือกลงทุนกับสินค้าที่เหมาะสมกับพื้นที่ของตนมากที่สุด

ตัวที่สิบเอ็ด OAE OIC เป็นเรื่องข้อมูลปฏิทินการผลิตสินค้าเกษตร แหล่งรับซื้อราคาสินค้าเกษตร รวมทั้งข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง เกษตรกรสามารถเข้าไปดูข้อมูลปฏิทินสินค้าเกษตรที่สำคัญรายเดือน เข้าถึงข่าวสารได้ง่าย รวดเร็ว มีข้อมูลปฏิทินการผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญรายเดือน (Crop Calendar) เชื่อมโยงแหล่งผลิต แหล่งรับซื้อ และ ราคา สำหรับประชาชน เพื่อให้สามารถวางแผนการผลิต และการตลาด ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

และสุดท้ายตัวที่สิบสอง  MOAC App Center เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมและเผยแพร่โมบายแอพพลิเคชั่นของหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำหรับเกษตรกรและผู้ที่สนใจ โดยเปิดให้เกษตรกรสามารถขอรับบริการและค้นหาความรู้ด้านการเกษตร ผ่านอุปกรณ์ Smart Device ได้ทันที โดยมีครบทุกแอพที่จำเป็นรวมอยู่ในแอพนี้เพียงแอพเดียว  ซึ่งเกษตรกรสามารถเลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสม

 

 สหกรณ์ชู“แอพ”เพิ่มประสิทธิภาพผลิตน้ำนมโค    

เชิดชัย พรหมแก้ว รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวถึงโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการการใช้โปรแกรมบันทึกข้อมูลโคนมเพิ่มศักยภาพบริหารจัดการฟาร์ม ของชุมนุมสหกรณ์โคนมภาคตะวันออกและอีสานใต้ จำกัด ว่าปัจจุบันการเลี้ยงโคนมได้มีการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการฟาร์มโคนม ซึ่งมีโปรแกรมต่างๆ ที่เป็นแอพพลิเคชั่นในการบันทึกข้อมูล สามารถประมวลผลเกี่ยวกับโคนมรายตัวในด้านต่างๆ อาทิ อายุโค สายพันธุ์ การผสมเทียม การคลอดนม และการรักษาอาการเจ็บป่วยของโค ขณะนี้มีเกษตรกรเป็นจำนวนมากที่ยังไม่สามารถใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการฟาร์มได้ ทำให้ไม่สามารถเก็บข้อมูลโคนมไม่ครบถ้วน และส่งผลให้การบริหารจัดการฟาร์มโคนมไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร 

อย่างไรก็ตาม หากจัดการฟาร์มไม่เป็นระบบและทันท่วงที อาจส่งผลเสียหายในระยะยาว ดังนั้นการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม โดยการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการจดบันทึกข้อมูลโคนม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการฟาร์ม  

“การใช้โปรแกรมนี้จะทำให้ง่ายในการแก้ไขปัญหาและช่วยให้การบริหารจัดการฟาร์มโคนมมีประสิทธิภาพและแก้ปัญหาได้ทันท่วงที มีรายได้จากอาชีพการเลี้ยงโคนมที่ยั่งยืนและทันสมัยเพื่อให้สมาชิกนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไปใช้บันทึกข้อมูลโคและการบริหารจัดการจะช่วยยกระดับเป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ได้ในที่สุด” รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวย้ำ


เปิดอ่าน