ศูนย์เฉพาะกิจฯ สทนช.สรุปภาพรวมสถานการณ์น้ำวันนี้(3 ก.ย.)

ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ สทนช.สรุปภาพรวมสถานการณ์น้ำวันนี้(3 ก.ย.)

           ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.)ได้สรุปภาพรวมสถานการณ์น้ำประเทศไทย ประจำวันจันทร์ที่ 3 กันยายน 2561 เวลา 07.00 น. โดยวันที่ 3 ก.ย. 61 ประเทศไทยมีปริมาณฝนลดลง ส่วนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีปริมาณฝนมากกว่าภาคอื่นๆ 4–8 ก.ย. 61 บริเวณประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้


          แม่น้ำในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก ระดับน้ำเพิ่มขึ้น โดยต้องเฝ้าระวัง แม่น้ำน่าน (ฝนตกหนักใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา) แม่น้ำสาขาที่ไหลลงแม่น้ำโขง แม่น้ำป่าสัก จ.เพชรบูรณ์ และแม่น้ำปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีระดับน้ำน้อย ภาคตะวันตก ภาคกลางและภาคใต้มีระดับปานกลางถึงน้ำมาก 
          แม่น้ำโขง เวลา 06.00 น. แนวโน้มน้ำสูงขึ้น มีน้ำสูงกว่าตลิ่งที่ จ.หนองคาย จ.นครพนม และจ.มุกดาหาร และต้องเฝ้าระวังบริเวณ จ.บึงกาฬ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี สถานการณ์ฝนช่วง  24 ชั่วโมงที่ผ่านมา (06.00 น.) มีฝนตกปานกลางถึงหนักในภาคเหนือ (น่าน 155.5 มม.) ภาคใต้ (พังงา 60.5 มม. นครศรีธรรมราช 57.5 มม. กระบี่ 53.0 มม. ระนอง 42.0 มม.) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (บึงกาฬ 56.4 มม. ศรีสะเกษ 54.0 มม. อุบลราชธานี 40.0 มม.) ส่วน ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก มีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลาง 
            สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ อ่างฯขนาดใหญ่ที่มีระดับเกินเกณฑ์ควบคุม (Upper Rule Curve) และปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80 ของความจุ มี 5 แห่ง ดังนี้
          1. เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร
          สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำ (06.00 น./ชป.) ปริมาณน้ำ 560 ล้าน ลบ.ม. (เมื่อวาน 563) คิดเป็น 108% ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 3.54 ล้าน ลบ.ม. (เมื่อวาน 3.03) มีปริมาณน้ำไหลออกวันละ 7.03 ล้าน ลบ.ม. (เมื่อวาน 7.35) 
             สภาพน้ำในพื้นที่ท้ายน้ำ มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง บริเวณบ้านนาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม บ้านพอกใหญ่  อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร
การบริหารจัดการน้ำ ลดการระบายน้ำ เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยา และ สสนก. คาดการณ์ว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนปริมาณฝนในเดือน ก.ย.-ต.ค. 61 ลดลง ทั้งนี้ขอให้หน่วยงานติดตามการคาดการณ์ฝน เพื่อปรับแผนการระบายน้ำ โดยต้องแจ้งประชาชนให้ทราบล่วงหน้า
การแจ้งเตือนและการช่วยเหลือ แจ้งเตือนให้พื้นที่ในลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง ตั้งแต่ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร จนถึง อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำ 
          2. เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
           สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำ (06.00 น./ชป.) ปริมาณน้ำ 756 ล้าน ลบ.ม. (เมื่อวาน 757) คิดเป็น 106% น้ำล้นทางระบายน้ำ (Spillway) สูง 1.02 ม. (เมื่อวาน 1.04) ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 14.94 ล้าน ลบ.ม. (เมื่อวาน 17.75) มีปริมาณน้ำไหลออกวันละ 15.74 ล้าน ลบ.ม. (เมื่อวาน 15.73)  
สภาพน้ำในพื้นที่ท้ายน้ำ ไม่มีน้ำสูงกว่าระดับตลิ่ง 
การบริหารจัดการน้ำ เร่งพร่องน้ำตามการคาดการณ์ฝนที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ฝนในพื้นที่เพื่อปรับแผนการระบายน้ำ

           3. เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี
            สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำ (24.00 น./2 ก.ย. 61/กฟผ.) มีปริมาณน้ำ 8,367 ล้าน ลบ.ม. (เมื่อวาน 8,363) คิดเป็น 94% ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 57.04 ล้าน ลบ.ม. (เมื่อวาน 64.56) มีปริมาณน้ำไหลออกวันละ 52.33 ล้าน ลบ.ม. (เท่าเมื่อวาน) สภาพน้ำในพื้นที่ท้ายน้ำ ไม่มีน้ำสูงกว่าระดับตลิ่ง การบริหารจัดการน้ำ ปรับแผนการระบายน้ำเป็นวันละ 58 ล้าน ลบ.ม. ตั้งแต่ 4-10 ก.ย.61 โดยปริมาณน้ำที่ระบายยังไม่เกินความจุของลำน้ำแควน้อย แต่อาจมีพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำบางแห่งได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เอ่อสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 50 ซม.การแจ้งเตือนและการช่วยเหลือ แจ้งให้พื้นที่ท้ายเขื่อนตามลำน้ำแควน้อยให้ทราบถึงแผนการระบายน้ำ
           4. เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี
            สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำ (24.00 น./2 ก.ย. 61 กฟผ.) ปริมาณน้ำ 16,144 ล้าน ลบ.ม. (เมื่อวาน 16,120) คิดเป็น 91% ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 50.66 ล้าน ลบ.ม. (เมื่อวาน 54.16) มีปริมาณน้ำไหลออกวันละ 25.97 ล้าน ลบ.ม. (เมื่อวาน 22.06) 
การบริหารจัดการน้ำ ปรับแผนการระบายน้ำผ่านเขื่อนท่าทุ่งนาเป็นวันละ 28 ล้าน ลบ.ม. ตั้งแต่ 7-13 ก.ย. 61 โดยปริมาณน้ำที่ระบายยังไม่เกินความจุของลำน้ำแคว แต่อาจมีพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำบางแห่งได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เอ่อสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 60 ซม.
การแจ้งเตือนและการช่วยเหลือ แจ้งให้พื้นที่ท้ายเขื่อนตามลำน้ำแควใหญ่ให้ทราบถึงแผนการระบายน้ำ
            5. เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก
           สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำ (06.00 น./ชป.) ปริมาณน้ำ 194 ล้าน ลบ.ม. (เมื่อวาน 193) คิดเป็น 87% ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 6.87 ล้าน ลบ.ม. (เมื่อวาน 6.41) มีปริมาณน้ำไหลออกวันละ 6.16 ล้าน ลบ.ม. (เมื่อวาน 6.96) น้ำไหลผ่านทางระบายน้ำล้นสูง 0.95 ม. (เมื่อวาน 0.85) การบริหารจัดการน้ำ ลดการระบายน้ำ ทั้งนี้ขอให้หน่วยงานติดตามการคาดการณ์ฝนอย่างใกล้ชิดเพื่อการปรับแผนให้เหมาะสม โดยต้องแจ้งประชาชนให้ทราบล่วงหน้าในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ให้วางแผนปรับลดการระบายน้ำ เช่น เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนน้ำอูน และอ่างขนาดกลาง/ขนาดเล็ก ทุกแห่ง ตามการคาดการณ์ที่ปริมาณน้ำฝนที่มีแนวโน้มลดลงในเดือน ก.ย.-ต.ค. 61 พื้นที่ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ให้ติดตามการพยากรณ์อากาศในช่วง ก.ย. นี้ เพื่อวางแผนปรับการระบายน้ำในแม่น้ำสายหลัก ทั้งนี้ ให้มีผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำน้อยที่สุด ส่วนในพื้นที่ภาคตะวันตก ใน 4 เขื่อนขนาดใหญ่  (ศรีนครินทร์ วชิราลงกรณ แก่งกระจาน และปราณบุรี) ยังคงต้องเร่งการพร่องน้ำ ตามการคาดการณ์ฝนที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องและรองรับฝนตามฤดูกาลในปลายเดือน ก.ย.-ต.ค. 61
             สถานการณ์น้ำในแม่น้ำ/ลำน้ำ 
แม่น้ำสายสำคัญ  
- ภาคเหนือ มีระดับน้ำปานกลางถึงน้ำมาก ไม่มีน้ำสูงกว่าระดับตลิ่ง 
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีระดับน้ำปานกลางถึงน้ำมาก มีน้ำสูงกว่าระดับตลิ่งใน แม่น้ำสงคราม จ.สกลนคร อ.เซกา จ.บึงกาฬ ห้วยหลวง จ.อุดรธานี แม่น้ำโขง บริเวณ จ.หนองคาย จ.นครพนม และ จ.มุกดาหาร ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง มีระดับน้ำน้อยถึงปานกลาง ไม่มีน้ำสูงกว่าระดับตลิ่ง 
- ภาคตะวันตก มีระดับปานกลางถึงน้ำมาก ไม่มีน้ำสูงกว่าระดับตลิ่ง 
- ภาคตะวันออก มีระดับปานกลางถึงน้ำมาก มีน้ำสูงกว่าระดับตลิ่งใน แม่น้ำนครนายก บริเวณ อ.องครักษ์ จ.นครนายก แม่น้ำปราจีนบุรี บริเวณ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี
- ภาคกลาง และภาคใต้ มีระดับปานกลางถึงน้ำมาก มีน้ำสูงกว่าระดับตลิ่งในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณ อ.พยุหคีรี                จ.นครสวรรค์ 
       

     การติดตามสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดใหญ่
             ตามมติที่ประชุมคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 5/2561 เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 61 ให้พื้นที่ภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ที่มีอ่างเก็บน้ำปริมาณน้ำมากกว่า 80% ของความจุ พิจารณาปรับแผนการระบายน้ำ เพื่อเก็บกักน้ำให้พอเพียงในฤดูแล้ง และอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่า 50% ของความจุ ต้องวางแผนเก็บกักน้ำและเติมน้ำโดยประสานกับกรมฝนหลวงและการบินเกษตร
อ่างฯ ขนาดใหญ่+ กลาง : ปริมาตรน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่มี 53,724 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 76 ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง มี 3,125 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 61 รับน้ำได้อีก 19,252 ล้าน ลบ. ม.
อ่างฯที่ความจุเกิน 100% ขนาดใหญ่ 2 แห่ง เขื่อนน้ำอูน (108% เมื่อวาน 109%) เขื่อนแก่งกระจาน (106% เมื่อวาน 107%) ขนาดกลาง 16 แห่ง (ลดลง 6 แห่ง) ซึ่งอยู่ใน ภาคเหนือ 1 แห่ง (ลดลง 1 แห่ง) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 12 แห่ง (ลดลง 4 แห่ง) ภาคกลาง (ลดลง 1 แห่ง) และภาคตะวันออก 3 แห่ง (เท่าเดิม)  
อ่างเฝ้าระวัง (80-100%) ขนาดใหญ่ 5 แห่ง เขื่อนวชิราลงกรณ (94% เท่าเดิม) เขื่อนศรีนครินทร์ (91% เท่าเดิม) 
เขื่อนรัชชประภา (86% เท่าเดิม ) เขื่อนขุนด่านปราการชล (87% เท่าเมื่อวาน) เขื่อนปราณบุรี (80% เท่าเดิม ) ขนาดกลาง 65 แห่ง (เพิ่มขึ้น 1 แห่ง) แยกเป็น ภาคเหนือ 9 แห่ง (เพิ่มขึ้น 1 แห่ง) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 39 แห่ง (เพิ่มขึ้น 3 แห่ง) ภาคตะวันออก 11  แห่ง (ลดลง 1 แห่ง) ภาคกลาง 4 แห่ง (เท่าเดิม) และภาคใต้ 2 แห่ง (ลดลง 2 แห่ง)
อ่างเฝ้าติดตาม (น้อยกว่า 30%) ขนาดใหญ่ 2 แห่ง เขื่อนอุบลรัตน์ (28% เท่าเดิม) เขื่อนทับเสลา (25%เท่าเดิม) ขนาดกลาง 39 แห่ง (เพิ่มขึ้น 1 แห่ง) ภาคเหนือ 2 แห่ง (เท่าเดิม)  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 26 แห่ง (เท่าเดิม)  ภาคตะวันออก 4 แห่ง (เท่าเดิม) 
ภาคกลาง 1 แห่ง (เท่าเดิม)  ภาคใต้ 6 แห่ง (เพิ่มขึ้น 1 แห่ง)
อ่างเฝ้าติดตามที่มีระดับต่ำกว่าเกณฑ์ควบคุม (Lower Rule Curve)  ขนาดใหญ่ 2 แห่ง เขื่อนกิ่วลม (38%) เขื่อนบางลาง (50%)
- พื้นที่เฝ้าระวังเสี่ยงน้ำท่วม : ลำน้ำก่ำ ลำน้ำสงคราม ลำน้ำอูน แม่น้ำแควน้อย แม่น้ำแควใหญ่ แม่น้ำป่าสัก อ.หล่มสัก อ.หนองไผ่ อ.เมืองเพชรบูรณ์ อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ และแม่น้ำปราจีนบุรี บริเวณ ตลาดเก่า อ.กบินทร์บุรี อ.ศรีมหาโพธิ์ อ.เมืองปราจีนบุรี อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี (ทั้งนี้ให้ติดตามประกาศของกรมชลประทานเรื่องสถานการณ์น้ำแม่น้ำปราจีนบุรี) แม่น้ำน่าน      อ.แม่จริม อ.บ่อเกลือ อ.เวียงสา อ.ท่าวังผา อ.เมืองน่าน จ.น่าน (ฝนตกหนักใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา)
- สถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา : ปัจจุบันอัตราการระบายท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 820 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาด้านท้ายเขื่อนจะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 30-50 ซม. ต้องพิจารณาปรับแผนการระบายน้ำให้ส่งผลกระทบน้อยที่สุด โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ปรับลดการระบายน้ำในเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิตติ์    แล้วเมื่อวานนี้(2 ก.ย.) 


เปิดอ่าน