ข่าว

กรมชลฯสั่งเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำเกาะติดภาวะฝนตกเปิดSWOC24 ชม.

กรมชลฯสั่งเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำเกาะติดภาวะฝนตกเปิดSWOC24 ชม.

02 ส.ค. 2561

กรมชลฯสั่งเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำเกาะติดภาวะฝนตกเปิด SWOC 24 ชม.

 
           กรมชลประทานยืนยันเขื่อนทุกแห่งที่อยู่ในการดูแล มีความมั่นคง แข็งแรง ปลอดภัย มีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ ตลอดทั้งปี พร้อมสั่งตรวจสอบซ้ำ และให้เฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์น้ำจากภาวะฝนตกในระยะนี้อย่างใกล้ชิด เปิด SWOC ปฏิบัติงานตลอด 24 ชม.ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ค.61 เป็นต้นไป
   

      นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า เขื่อนและอ่างเก็บน้ำที่อยู่ในการดูแลของกรมชลประทานนั้นมีความปลอดภัย มั่นคงแข็งแรงทุกแห่ง เขื่อนและอ่างเก็บน้ำของกรมชลประทาน ออกแบบ ตามหลักวิชาการ สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ และสามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้สูงถึง 7 ตามมาตราริกเตอร์ นอกจากนี้ยังได้ทำการตรวจสอบความมั่นคง แข็งแรงของตัวเขื่อนทุกแห่ง ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ กรมชลประทานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอตลอดทั้งปี แม้ในยามปกติที่ไม่มีภัยพิบัติใดๆก็ตาม ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนที่
อาศัยอยู่ในพื้นที่ท้ายเขื่อน มีความมั่นใจและเชื่อมั่นในความปลอดภัยแข็งแรงของเขื่อน ตลอดเวลา
             “เขื่อนและอ่างเก็บน้ำที่อยู่ในความดูแลของกรมชลประทานนั้น มีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบและ ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้มีการปล่อยปละละเลย รวมทั้งยังได้บำรุงรักษาถูกต้องตาม มาตรฐานสากล อย่างไรก็ตามถ้าหากมีแนวโน้มว่าน้ำจะไหลลงอ่างเก็บน้ำในปริมาณมาก และคาดว่าน้ำอาจจะ ล้นทางระบายน้ำล้นโครงการชลประทานในพื้นที่ที่รับผิดชอบ จะแจ้งเตือนเป็นเอกสารรายงานไปยังจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมไปกับการแจ้งเตือนผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำให้ รับทราบสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ทำให้การแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว ลดความเสียหาย ต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ได้เป็นอย่างมาก” อธิบดีกรมชลประทานกล่าวย้ำ
               อย่างไรก็ตามเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนมากขึ้น ยังได้สั่งการให้ดำเนินการตรวจสภาพความมั่นคงและสภาพน้ำของเขื่อนทุกเขื่อน ทั้งที่สร้างเสร็จแล้วและกำลังก่อสร้างเป็นกรณีพิเศษ พร้อมทั้งให้จัดเวรยามประจำทุกเขื่อนเฝ้าระวังเหตุการณ์ตลอดเวลา จัดเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ที่ต้องใช้เกี่ยวกับเขื่อนไว้ให้พร้อมใช้งานได้ทันที การติดต่อสื่อสารไปยังเขื่อนและเจ้าหน้าที่ประจำเขื่อนต้องทำไ้ด้มากกว่า 1 ช่องทาง และให้มีการรายงานให้ทางอำเภอ
จังหวัดและ ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ(SWOC) ได้ทราบสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โ ดยให้SWOC ปฏิบัติงานตลอด 24 ชม.ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ค.61 เป็นต้นไป
             ส่วนสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ไ ด้ส่งผลให้ระดับน้ำในลำห้วยธรรมชาติ และแม่น้ำต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นจนเอ่อล้นเข้าท่วมบางพื้นที่นั้น กรมชลประทานได้นำเครื่อง สูบน้ำเข้าไปช่วยเหลือ เพื่อเร่งระบายน้ำออกอย่างต่อเนื่อง จนทำให้หลายพื้นที่สถานการณ์น้ำท่วมกลับเข้าสู่ ภาวะปกติแล้วและหากไมมี่ฝนตกในพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วมเพิ่ม ก็จะเข้าสู่ภาวะปกติในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน
            นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กรมชลประทาน ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวัง และ ติดตามสถานการณ์น้ำจากภาวะฝนตกในระยะนี้อย่างใกล้ชิด และจะแจ้งให้ประชาชนทราบเป็นระยะๆ พร้อม ทั้งให้ตรวจสอบ บำรุงรักษาอาคารชลประทานทุกแห่งให้มีความปลอดภัย และสามารถใช้งานได้อย่างเต็ม ศักยภาพ
         ส่วนการสนับสนุนเครื่องจักรกลและเครื่องสูบน้ำ ก่อนที่จะดำเนินการใดๆ เพื่อเป็นการป้องกันและลด ปัญหาความขัดแย้งระหว่างประชาชนด้วยกันที่อาจจะเกิดขึ้น ไ ด้ให้ชลประทานในพื้นที่นั้นๆ จัดประชุมร่วมกับ ประชาชนและฝ่ายปกครองในพื้นที่ เพื่อเป็นการสร้างความรับรู้ ความเข้าใจร่วมกันก่อน ป้องกันปัญหาความ ขัดแย้งที่จะตามมาทีหลัง ซึ่งกรมชลประทานได้จัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และเครื่องมือต่างๆ ไ ว้พร้อม โ ดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงทั้งหมดแล้ว


            สำหรับสถานการณ์น้ำล่าสุดอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำทั้งหมด 49,466ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 65 ของปริมาณความจุ โ ดยเป็นปริมาณน้ำใช้การได้25,546 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็น ร้อยละ 49 มากกว่าช่วงเดียวกันในปี2560 ประมาณ 5,203 ล้าน ลบ.ม. โดยมี ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ จำนวน 517.22 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน และปริมาณน้ำระบายออก จำนวน 185.27 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน สามารถรับน้ำได้อีก26,541 ล้าน ลบ.ม.