
อตก.เร่งฟ้องแพ่ง79คดีข้าวจำนำหายภายในเดือน ก.ย.นี้
อตก.เร่งฟ้องแพ่ง79คดีข้าวจำนำหายภายในเดือน ก.ย.นี้
นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) รวบรวมเอกสารเพื่อยื่นฟ้องผู้กระทำผิดทำให้ข้าวสูญหายและเสื่อมคุณภาพ โดย อ.ต.ก.ได้ยื่นฟ้องคดีอาญาไปแล้ว 200 คดี เหลือคดีแพ่งอีก 79 คดี ซึ่งเดิม อ.ต.ก.ต้องการรอผลคดีอาญาให้มีการชี้ขาดก่อนจึงจะดำเนินการฟ้องแพ่ง
นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า อ.ต.ก.ตรวจสอบและรวบรวมเอกสารหลักฐาน พร้อมส่งเอกสารยื่นฟ้องคดีแพ่ง 79 คดี เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวที่ อ.ต.ก.เป็นเจ้าของคลังเก็บข้าวในโครงการที่ล่าสุดพบข้าวของรัฐบาลเสียหาย หลังจากนายกรัฐมนตรีสั่งการให้ อ.ต.ก.เร่งเรียกร้องค่าเสียหายในทางแพ่งกับบริษัทผู้รับจ้างตรวจสอบข้าว ซึ่งต้องรับผิดชอบตามสัญญาดูแลสภาพข้าวในโครงการรับจำนำ โดยต้องส่งเรื่องให้สำนักงานอัยการสูงสุดภายในเดือน ธ.ค.2561 เพื่อดำเนินการฟ้องร้องคดีให้ทันก่อนหมดอายุความ
ทั้งนี้ การรวบรวมเอกสารดำเนินคดีทั้งในส่วนของคดีอาญาและคดีแพ่ง อ.ต.ก.ได้แต่งตั้งคณะทำงานติดตาม กำกับดูแลการดำเนินคดีโครงการรับจำนำข้าวเปลือกตามนโยบายรัฐบาล เพื่อรวบรวมเอกสารส่งให้สำนักงานอัยการสูงสุดดำเนินคดีตามกฎหมาย คาดแล้วเสร็จในเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งการยื่นฟ้องจะดำเนินการได้หลังการประเมินมูลค่าความเสียหายที่เกิดกับข้าวในสต็อกรัฐบาล
สำหรับการฟ้องร้องเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายครั้งนี้ เกิดจากมติคณะกรรมการนโยบายบริหารและจัดการข้าว (นบข.) มอบหมายให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) และ อ.ต.ก.เป็นผู้จัดเก็บข้าวของโครงการรับจำนำข้าวเปลือกตั้งแต่ปี 2551-2557 โดย อ.ต.ก.ทำสัญญาเช่าโกดังและจ้างบริษัทผู้รับจ้างตรวจสอบข้าว เพื่อจัดเก็บข้าวเปลือกภายใต้โครงการรับจำนำข้าว ซึ่งเมื่อตรวจสอบคุณภาพข้าวหลังการจัดเก็บในโกดังพบว่าข้าวเปลือกมีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน จึงต้องแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทผู้รับจ้างตรวจสอบข้าว
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า สำหรับคดีที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวในส่วนของ อคส.ตั้งแต่ปี 2554-2557 ที่ อคส.จะต้องเร่งส่งฟ้องทางแพ่งรวม 882 คดี 244 สัญญา โดยทั้ง 882 คดีจะหมดอายุความทางแพ่งตั้งแต่เดือน ธ.ค.2561-ก.ค.2562 คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้นกว่า 1 แสนล้านบาท
ก่อนหน้านี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) สั่งให้ อ.ต.ก.และ อคส.ทยอยฟ้องในคดีโครงการรับจำนำข้าวกับพ่อค้าเอกชน ก่อนที่จะหมดอายุความที่เหลือ 1 ปี ซึ่งเป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด เพราะหากเร่งยื่นฟ้องในช่วงใกล้หมดอายุความ สำนักงานอัยการจะดำเนินการไม่ทัน
นอกจากนี้ที่ประชุม ครม.ในช่วงกลางเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา มีความเห็นว่าเพื่อเป็นการรักษาประโยชน์ของรัฐและเป็นการป้องกันความเสียหายใดๆ อันอาจเกิดขึ้นจากการที่ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการฟ้องร้องคดีต่างๆ จึงมีมติให้ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ได้แก่คดีเกี่ยวกับการดำเนินโครงการจำนำข้าวเปลือก ซึ่งมีทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง ซึ่งใกล้จะหมดอายุความและอยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อฟ้องร้องคดีให้ อ.ต.ก.และ อคส.เร่งรัดการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จทุกคดีโดยเร็ว แล้วส่งเรื่องให้สำนักงานอัยการสูงสุดอย่างช้าสุดภายในเดือน ธ.ค.2561 เพื่อฟ้องคดีให้ทันภายในกำหนดอายุความ
ทั้งนี้ ในกรณีที่มีคดีใดที่ส่วนราชการเจ้าของเรื่องมีประเด็นที่เห็นควรจะประนีประนอมยอมความ ไกล่เกลี่ย หรือตกลงให้เป็นไปตามคำร้องขอของคู่ความ ส่วนราชการเจ้าของเรื่องจะดำเนินการเช่นนั้นได้ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีเจ้าสังกัด หรือรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายก่อน แล้วแต่กรณี



