อายัด ! ฟาร์มหมูใช้สารเร่งเนื้อแดง !!!

"ชุดเฉพาะกิจปศุสัตว์" x-ray ฟาร์มสุกรและโรงฆ่าสัตว์ จ.ราชบุรี พบใช้เร่งเนื้อแดงอื้อสั่งอายัดโค 25 ตัว สุกร 490 ตัว ส่งดำเนินคดีทันที

 

11 กรกฏาคม 2561  นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ สั่งการให้นายสัตวแพทย์จีรศักดิ์ พิพัฒนพงศ์โสภณ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วยชุดเฉพาะกิจปราบปรามการใช้สารเร่งเนื้อแดงกรมปศุสัตว์

ทั้งนี้มีเจ้าหน้าที่จาก สพส. อยส., สนง.ปศข 7,สนง.ปศข.2 กลุ่มด่านกักกันสัตว์ที่ 7 กลุ่มด่านกักกันสัตว์ที่ 6 กลุ่มด่านกักกันสัตว์เขต 1 รวมกว่า 140 นาย เข้าตรวจสอบฟาร์มและโรงฆ่าสัตว์ในทุกอำเภอของจังหวัดราชบุรีเพื่อตรวจปัสสวะสุกรและโคด้วยชุดทดสอบภาคสนาม(strip test)

 

โดยปฏิบัติงานในพื้นที่ 2 อำเภอได้แก่ อ.โพธาราม และบ้านโปร่ง ได้เข้าตรวจสอบโรงฆ่าสุกรในพื้นที่อ.โพธาราม จำนวน  6 แห่ง ไม่พบผลบวกต่อสารเร่งเนื้อแดงทุกแห่ง เข้าตรวจโรงฆ่าโค ในพื้นที่ อ.บ้านโป่ง  จำนวน  5 แห่ง พบผลบวกต่อสารเร่งเนื้อแดงจำนวน 2 แห่ง จึงได้แจ้งพนักงานตรวจโรคสัตว์สั่งงดการฆ่า จำนวน 25 ตัว เข้าตรวจสอบฟาร์มสุกรในพื้นที่ อ.โพธาราม จำนวน  21 ฟาร์ม พบผลบวกต่อสารเร่งเนื้อแดง จำนวน 1 ฟาร์ม จึงได้อายัดสุกร จำนวน 490 ตัว โดยปัสสาวะที่ให้ผลบวกจะส่งตรวจทางห้องปฏิบัติหากผลตรวจยืนยันว่าพบสารเร่งเนื้อแดงจะดำเนินคดีต่อไป


นายสัตวแพทย์สรวิศ กล่าวว่าการปฏิบัติการครั้งนี้จะเป็นการตรวจสอบอย่างละเอียด เข้มข้นและครอบคุมทุกพื้นที่ ๆ ที่มีการเลี้ยงสุกรหนาแน่นและในโรงฆ่าสัตว์รวมถึงสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ด้วย ซึ่งนอกจากปฏิบัติการในพื้นที่จังหวัดราชบุรีแล้วจะขยายไปยังจังหวัดอื่นๆด้วย ซึ่งจะปฎิบัติอย่างต่อเนื่องต่อไป เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้บริโภค เนื่องจากสัตว์ที่มาจากฟาร์มที่ลักลอบใช้สารเร่งเนื้อแดง มีความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้ที่บริโภคผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ดังกล่าว

 

โดยการกระทำดังกล่าวข้างต้น เป็นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และที่โรงฆ่าสัตว์หากฝ่าฝืนคำสั่งพนักงานตรวจโรคสัตว์ ตามพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2559 จะมีโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท


หากพบเห็นการกระทำผิดโปรดแจ้งเบาะแสผ่านแอพพลิเคชั่น (Application) "DLD 4.0" ที่สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งได้ทั้งระบบ iOS ผ่าน App Store และระบบ Android ผ่าน Google play เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบการกระทำความผิดและดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างทันท่วงที