ข่าว

เขื่อนลำปาว จัดสรรน้ำลงตัวไร้ปัญหาแย่งน้ำ

เขื่อนลำปาว จัดสรรน้ำลงตัวไร้ปัญหาแย่งน้ำ

07 ก.ค. 2561

เขื่อนลำปาว จัดสรรน้ำลงตัว ชาวนา-ผู้เลี้ยงกุ้งอยู่ร่วมกันไร้ปัญหาแย่งน้ำ

 

กรมชลประทาน ประสบผลสำเร็จในการจัดสรรน้ำให้กับเกษตรกร 2 อาชีพ ที่มีความแตกต่าง ทั้งชาวนาปลูกข้าว และผู้เลี้ยงกุ้ง ในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว ไร้ปัญหาแย่งชิงน้ำ สร้างความเท่าเทียมในการใช้น้ำ

เขื่อนลำปาว จัดสรรน้ำลงตัวไร้ปัญหาแย่งน้ำ

            เขื่อนลำปาว จัดสรรน้ำลงตัวไร้ปัญหาแย่งน้ำ

             นายฤาชัย จำปานิล ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว กรมชลประทาน เปิดเผยว่า โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว ประสบผลสำเร็จในการวางแผนบริหารจัดการน้ำ และสร้างความเข้าใจให้กับเกษตรกร ในเขตอำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพหลัก 2 อาชีพคือ ทำนาปลูกข้าว และเลี้ยงกุ้งก้ามกราม ไม่ให้มีปัญหาในการแย่งน้ำ ทั้งๆที่พื้นที่นาและบ่อกุ้งอยู่ติดกัน ซึ่งในปัจจุบันมีเกษตรกรทำนาปลูกข้าว 259 ราย ครอบคลุมพื้นที่ 43,886 ไร่ ส่วนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งมีจำนวน 61,00 ราย ใช้พื้นที่ 1,520 ไร่ มีความต้องการใช้น้ำรวมกันประมาณ 63 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อปี

            สำหรับแนวทางในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ดังกล่าว กรมชลประทานได้ใช้แนวทางการบริหารจัดการน้ำ แบบเชื่อมโยงทั้ง 2 ฝ่ายเข้าด้วยกัน โดยได้ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทั้งสองส่วนได้รับความพึงพอใจ แม้เกษตรกรทั้ง 2 อาชีพดังกล่าวจะมีการใช้น้ำที่แตกต่างกันก็ตาม โดยเกษตรกรที่ทำนาในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว จะได้รับการจัดสรรน้ำจากเขื่อนลำปาวในการปลูกข้าว 2 ครั้งต่อปี คือ ครั้งแรกการทำนาปรังในช่วงฤดูแล้งใช้น้ำจากเขื่อนลำปาว 100% ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม-เมษายน อีกครั้งคือฤดูฝนทำนาปี ใช้น้ำจากเขื่อนลำปาวในช่วงหว่านกล้า ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-ตุลาคม แต่ในส่วนของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งมีความต้องการใช้น้ำแบบไม่มีฤดูกาลตลอดทั้งปี

 

เขื่อนลำปาว จัดสรรน้ำลงตัวไร้ปัญหาแย่งน้ำ

           “ในช่วงที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว ส่งน้ำสำหรับการปลูกข้าวจะไม่มีปัญหาในการจัดสรรน้ำให้กับทั้ง 2 อาชีพ สามารถสูบน้ำเข้านา หรือนำน้ำไปเลี้ยงกุ้งได้อย่างพอเพียง แต่ในช่วงเวลาปิดน้ำ หรือช่วงที่เก็บเกี่ยวข้าว เกษตรกรชาวนาจะต้องลดน้ำและระบายน้ำออกจากนา ทางโครงการฯจะดำเนินการประชาสัมพันธ์ และประสานงานอย่างใกล้ชิดให้ผู้ที่เลี้ยงกุ้งสำรองน้ำไว้เลี้ยงกุ้ง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย เนื่องจากเกษตรกรเลี้ยง กุ้งก้ามกราม ที่ถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจของจังหวัดด้วย พร้อมทั้งให้ใช้เครื่องตีน้ำ บำบัดเพิ่มออกซิเจนในน้ำ ไม่ให้น้ำเน่าเสีย” นายฤาชัย กล่าว

         อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือ เจ้าหน้าที่ชลประทานจะต้องเข้าไปพบปะกับทั้งเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและบ่อกุ้ง เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจทุกระยะให้อยู่ร่วมกันได้ จนทำให้ในปัจจุบันผู้ใช้น้ำทั้ง 2 กลุ่มพอใจ ไม่มีการแย่งน้ำ แม้จะมีความแตกต่างกันด้านอาชีพอย่างมากที่สุดก็ตาม

        ส่วนสถานการณ์น้ำในเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ ล่าสุดขณะนี้มีปริมาณน้ำประมาณ 759 ล้าน ลบ.ม. หรือ ร้อยละ 38 ของปริมาณเก็บกัก ถือว่ามากกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงเวลาเดียวกันอยู่ 250 ล้าน ลบ.ม. เพียงพอที่จะส่งให้กับพื้นที่การเกษตรช่วงต้นฤดูฝน ทั้งนี้ แผนการจัดสรรน้ำและเพาะปลูกพืชฤดูฝนปี 2561 ของโครงการส่งน้ำ ฯ ลำปาว ได้จัดสรรให้ภาคการเกษตร 421 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่รวม 306,963 ไร่ จัดสรรให้การอุปโภค-บริโภค 7.36 ล้าน ลบ.ม. การรักษาระบบนิเวศน์ 122.5 ล้าน ลบ.ม. และอื่น ๆ อีก 174 ล้าน ลบ.ม.