"3 สหกรณ์"MOUเชื่อมโยงเครือข่ายบุกตลาดโคเนื้อเวียดนาม

"3 สหกรณ์"จับมือเชื่อมโยงเครือข่ายภายใต้การตลาดนำการผลิตโคเนื้อพร้อมแลกเปลี่ยนสินค้ากันระหว่างสหกรณ์ เสริมสร้างอาชีพและรายได้ให้กับสมาชิกเครือข่ายสหกรณ์

 

           16  พฤษภาคม  2561 " 3 สหกรณ์"สหกรณ์การเกษตรหนองสูง - สหกรณ์การเกษตรคำชะอี -สหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จับมือเชื่อมโยงเครือข่ายภายใต้การตลาดนำการผลิตโคเนื้อ แลกเปลี่ยนสินค้ากันระหว่างสหกรณ์ เสริมสร้างอาชีพและรายได้ให้กับสมาชิกเครือข่ายสหกรณ์

 

 

"3 สหกรณ์"MOUเชื่อมโยงเครือข่ายบุกตลาดโคเนื้อเวียดนาม

 

           นายเชิดชัย พรหมแก้ว รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวถึงการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจและแลกเปลี่ยนสินค้ากันระหว่าง 3 สหกรณ์ คือ สหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด สหกรณ์การเกษตรคำชะอี จำกัด                         จังหวัดมุกดาหาร และสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด จังหวัดร้อยเอ็ด โดยได้มีการลงนามข้อตกลง MOU ร่วมกันตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการดำเนินงานตามนโยบายการตลาดนำการผลิตในเรื่องโคเนื้อ เนื่องจากว่าสหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด เป็นแหล่งเลี้ยงโคเนื้อคุณภาพ แต่ขณะนี้ยังเป็นธุรกิจที่ค้าขายได้เฉพาะในตลาดท้องถิ่นเท่านั้น  

 

          ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์เห็นว่าการพัฒนาการเลี้ยงโคของสหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด สามารถทำให้เกษตรกรที่ทำนาและสวนยางมีรายได้เสริม จนกลายเป็นรายได้หลักเลี้ยงครอบครัวได้ จึงมีการส่งเสริมให้ขยายการเลี้ยงโคเพิ่ม ขณะเดียวกันการทำตลาดของสหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด

 

"3 สหกรณ์"MOUเชื่อมโยงเครือข่ายบุกตลาดโคเนื้อเวียดนาม

 

          ขณะนี้เป็นที่ยอมรับของพ่อค้าในประเทศเวียดนาม และมีการติดต่อเพื่อสั่งซื้อเนื้อโคของสหกรณ์ไปจำหน่ายที่ประเทศเวียดนามเพิ่มมากขึ้นแต่สหกรณ์ต้องมีการพัฒนาโรงเชือดให้ได้มาตรฐาน GMP จึงจะสามารถทำให้การส่งออกเนื้อโคไปจำหน่ายยังต่างประเทศมีโอกาสขยายเพิ่มมากขึ้น  กรมปศุสัตว์มองเห็นโอกาสดังกล่าว จึงได้สนับสนุนงบประมาณให้สหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด  จำนวน 27 ล้านบาท สร้างโรงเชือดใหม่ที่ได้มาตรฐาน GMP ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์โคเนื้อของสหกรณ์มีมาตรฐาน เนื้อที่ได้มีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค และสามารถส่งไปตีตลาดต่างประเทศได้    

 

          อย่างไรก็ตาม คาดว่าการสร้างโรงเชือดจะแล้วเสร็จในอีก 3 เดือนข้างหน้านี้ เมื่อสร้างโรงเชือดใหม่อัตราการเชือดต่อวันจะเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้น จะต้องมีการสร้างเครือข่ายผู้เลี้ยงโคเนื้อเพิ่ม สำหรับมาป้อนโรงเชือดของสหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด วันละ 200 ตัว  ซึ่งสหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด ดำเนินธุรกิจส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อ มีความต้องการวัตถุดิบเพื่อนำมาผลิตเป็นอาหารสัตว์ เช่น หญ้า รำ และปลายข้าว  

 

"3 สหกรณ์"MOUเชื่อมโยงเครือข่ายบุกตลาดโคเนื้อเวียดนาม

 

           ขณะที่อีก 2 สหกรณ์ได้แก่สหกรณ์การเกษตรคำชะอี จำกัด จังหวัดมุกดาหาร และสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด จังหวัดร้อยเอ็ด  ที่มาเชื่อมโยงเครือข่าย ต้องการสร้างอาชีพเสริมให้กับสมาชิกหลังจากการทำนา โดยสหกรณ์การเกษตรวิสัย จำกัด   มีโรงสีขนาดใหญ่ 200 ตันต่อวัน มีรำและปลายข้าวที่สามารถนำมาเป็นวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์จำนวนมาก และสามารถขายให้สหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัดได้โดยไม่ต้องไปซื้อจากที่อื่น  

 

          ส่วนสหกรณ์การเกษตรคำชะอี จำกัด ทำหน้าที่เป็นแหล่งผลิตโคต้นน้ำ ระหว่างการเลี้ยงโคให้มีคุณภาพจำเป็นต้องมีอาหารข้นไปเลี้ยงลูกโค   ซึ่งสหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด มีโรงงานผลิตอาหารข้น  โดยการนำรำและปลายข้าวจากสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด มาผลิตอาหารข้นเพื่อส่งขายให้สหกรณ์การเกษตรคำชะอี จำกัด นำไปจำหน่ายแก่สมาชิกเพื่อนำไปเลี้ยงโคต้นน้ำได้ ซึ่งเป็นลักษณะของการเชื่อมโยงเครือข่ายและได้รับประโยชน์ร่วมกันทั้ง 3 สหกรณ์

 

"3 สหกรณ์"MOUเชื่อมโยงเครือข่ายบุกตลาดโคเนื้อเวียดนาม

 

          นอกจากนี้ความร่วมมือที่เกิดขึ้นนอกจากเอาเรื่องโคเนื้อเป็นตัวหลักแล้ว ยังเชื่อมโยงในการแลกเปลี่ยนสินค้าตามหลักการและวิธีการสหกรณ์ ทำให้สินค้าบางชนิดที่มีราคาถูกกว่าตลาด เช่น ปุ๋ย อาหารสัตว์ และข้าวสาร โดยสหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด จะผลิตลูกโคเพื่อไปขุนต่อขายให้กับสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัดและสหกรณ์การเกษตรคำชะอี จำกัด ขณะเดียวกันก็จะเป็นตลาดที่จะซื้อโคจากทั้ง 2 สหกรณ์ที่เลี้ยงจนได้ขนาดแล้วกลับมาเชือดต่อ เพื่อป้อนให้กับตลาดภายในประเทศและผู้ส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศเวียดนามต่อไป

 

          การเลี้ยงโคเนื้อของสหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก เนื่องจากสหกรณ์มีวิธีการจัดการผลิตอาหารโคที่ดี ส่งผลให้ต้นทุนการเลี้ยงโคลดลง ราคาเนื้อที่นี่จึงถูกกว่าที่อื่น คุณภาพเนื้อดี             ผู้เลี้ยงมีการควบคุมคุณภาพอาหารไม่มีสารเร่งและสารตกค้าง จึงมีความปลอดภัย ขณะนี้ภาพรวมปริมาณโคเนื้อในประเทศมีไม่เพียงพอที่จะป้อนตลาด ทำให้มีการลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านวันละไม่น้อยกว่า 2,000 ตัว หากไม่มีการแก้ไขปัญหาดังกล่าว อาจทำให้เชื้อโรคต่าง ๆ ที่ติดมากับวัว แพร่ระบาดเข้ามาในประเทศไทย จึงเป็นที่มาของการพัฒนาโรงเชือดของสหกรณ์ให้ได้มาตรฐาน  ที่ผ่านมา สมาชิกสหกรณ์ได้ยึดหลักในการเลี้ยงโค                    

"3 สหกรณ์"MOUเชื่อมโยงเครือข่ายบุกตลาดโคเนื้อเวียดนาม

 

         ตามหลักวิชาการ คุณภาพเนื้อโคจึงได้มาตรฐานและมีคุณภาพดี ซึ่งการเลี้ยงโคยังสามารถต่อยอดอาชีพอื่น ๆได้หลายอาชีพ อาทิ  สมาชิกสหกรณ์สามารถปลูกพืชที่สามารถนำมาผลิตเป็นอาหารสัตว์ได้ นอกจากนี้ เศษเนื้อ       ที่เหลือจากการคัดเกรดคุณภาพแล้ว ยังสามารถส่งไปขายยังตลาดล่าง ร้านเนื้อย่างและร้านส้มตำได้ ซึ่งจะเป็นการสร้างอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้กับสมาชิกสหกรณ์ได้อีกทางหนึ่งด้วย