ชวนชิม"อีค่อม" สุดยอดลิ้นจี่ของดี"แม่กลอง"

โดย - รพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์  เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม

 

   สมุทรสงคราม ยามเข้าหน้าร้อนจะมี ผลไม้พิเศษชนิดหนึ่งที่สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้ท้องถิ่นด้วยรสชาติที่หวานหอม กรอบ อร่อย ทำให้ใครได้ชิมแล้วต้องติดใจ จนบอกได้ว่านี่คือ“สุดยอดลิ้นจี่” ผลไม้แห่งความสุข

     สมุทรสงครามหรือ“แม่กลอง”ได้สร้างชื่อ ถือเป็นแหล่งปลูกลิ้นจี่พันธุ์ค่อมที่มีคุณภาพดีที่สุดของประเทศ เนื่องจากสภาพพื้นที่เหมาะสม ด้วยสภาพแวดล้อมที่เป็นเมืองสามน้ำ จึงมีพื้นที่เหมาะแก่การทำกสิกรรมเป็นอย่างยิ่ง

 

ชวนชิม"อีค่อม" สุดยอดลิ้นจี่ของดี"แม่กลอง"

     สภาพพื้นดินเมืองสามน้ำแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์ แบบลักจืดลักเค็ม หรือน้ำกร่อยทำให้ลิ้นจี่มีรสชาติดีสมกับที่เป็นราชินีของผลไม้ไทย โดยพันธุ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ก็คือ “พันธุ์ค่อม” โดยผู้ที่นำมาปลูกคนแรก คือ นายติ มีแก้วกุญชร ชาวสวนในต.แควอ้อม อ.อัมพวา  โดยนำเมล็ดมาจากตรอกจันทร์ ยานนาวา บางกอก ปรากฏว่าให้ผลเร็วภายใน 3 ปี ผลดกเต็มต้น มีสีแดง รสหวานอร่อย เดิมเรียกพันธุ์ “อีค่อม” เพราะลำต้นไม่สูงมีลักษณะเป็นพุ่ม ต่อมาจึงตัดคำว่า “อี” ออกเพราะเห็นว่าไม่สุภาพเหลือเพียง “ลิ้นจี่พันธุ์ค่อม” ซึ่งต้นลิ้นจี่พันธุ์ค่อมต้นแรก ปลูกไว้เมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2397 ซึ่งปัจจุบันมีอายุกว่า 200 ปีแล้ว 

     ลิ้นจี่พันธุ์ค่อม เปรียบเสมือนคนมีลูกยากถึงแม้ว่าจะเป็นดอกสมบูรณ์เพศ คือมีทั้งเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน เกสรตัวผู้จะบานก่อนที่เกสรตัวเมียจะบานพร้อมผสม

จึงจำเป็นต้องอาศัยการผสมข้ามต้น และปลูกลิ้นจี่สายพันธุ์อื่น ๆ ที่มีเกสรตัวผู้ไว้ช่วยผสมเกสร เช่น พันธุ์ไทยพันธุ์กะโหลก พันธุ์สำเภาแก้ว พันธุ์จีน เป็นต้น เรียกว่ากว่าจะได้เงินจากลิ้นจี่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะลิ้นจี่พันธุ์ค่อมเป็นลิ้นจี่พันธุ์เบา จำเป็นต้องอาศัยสภาพอากาศที่เหมาะสมเพื่อช่วยในการออกดอกและติดผล 

 

ชวนชิม"อีค่อม" สุดยอดลิ้นจี่ของดี"แม่กลอง"

    ทว่าสภาพภูมิอากศเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้คือ ต้องอาศัยอากาศที่หนาวเย็นอุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส ติดต่อกันอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เมื่อสุกเต็มที่จะมีสีแดงเข้ม เปลือกแข็ง ตุ่มค่อนข้างแหลม เปลือกด้านในจะมีสีชมพู มีกลิ่นหอม หวาน เนื้อแห้งล่อนไม่ติดเมล็ด เนื้อสีขาวหรือขาวนวล เมล็ดเล็ก บ่าของผลกว้างสวยเป็นรูปหัวใจ รสชาติเข้มจัด หวานนำเปรี้ยวตามเล็กน้อย ทำให้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งจากรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ลิ้นจี่ค่อมได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของจังหวัดสมุทรสงคราม

 ปัจจุบันสมุทรสงครามมีพื้นที่ปลูกลิ้นจี่ ประมาณ 5,700  ไร่ โดยแหล่งปลูกที่สำคัญอยู่ในพื้นที่อ.บางคนที และอ.อัมพวา ซึ่งในอดีตสมุทรสงคราม มีพื้นที่ปลูกลิ้นจี่ ประมาณ 20,000 ไร่ แต่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เจอปัญหาสภาพอากาศแปรปรวน ทำให้ลิ้นจี่ออกดอก แต่ไม่ติดผล  ชาวสวนจึงตัดสินใจโค่นต้นลิ้นจี่ทิ้งแล้วหันมาปลูกส้มโอ และมะพร้าวน้ำหอมแทน ซึ่งถ้าปล่อยให้เนิ่นนานออกไป ลิ้นจี่สมุทรสงคราม อาจจะเหลือแค่ตำนาน 

 จากปัญหาดังกล่าว จ.สมุทรสงคราม ภายใต้การนำของนายคันฉัตร ตันเสถียร ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ได้มอบนโยบายให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนช่วยในการบริหารจัดการ โดยยึดนโยบาย “นโยบาย 3 ต.” ของท่านกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือการ ต่อ - เติม - แต่ง โดย “ต่อ” คือ การสานต่อนโยบายเดิมที่ดีอยู่แล้ว ให้มีการขยายผลต่อเนื่อง “เติม” คือ การเพิ่มรายละเอียดให้โครงการเดิมที่ยังไม่สมบูรณ์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เช่น การเพิ่มจำนวนคน และเพิ่มงบประมาณ และ “แต่ง” คือ การปรับปรุง เปลี่ยนแปลงในโครงการเดิมที่ไปต่อไม่ได้

 

ชวนชิม"อีค่อม" สุดยอดลิ้นจี่ของดี"แม่กลอง"

ซึ่งจะมีปรับโครงสร้างการทำงานใหม่ให้เป็นแบบบูรณาการในทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอ และจังหวัด โดยได้แต่งตั้งคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบสถานการณ์การผลิต และการตลาดลิ้นจี่จ.สมุทรสงครามอย่างใกล้ชิด

    ปี 2561 ระดับจังหวัด และคณะทำงานติดตาม ตรวจสอบสถานการณ์การผลิต และการตลาดลิ้นจี่จังหวัดสมุทรสงคราม ระดับอำเภอ จัดทำแผนการบริหารจัดการลิ้นจี่จังหวัดสมุทรสงคราม  และกำหนดมาตรการด้านการตลาดลิ้นจี่ โดยให้คณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคเกษตร จ.สมุทรสงคราม (Chief of Operation) เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการสินค้าตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ จัดสถานที่จำหน่ายลิ้นจี่ให้กับเกษตรกร และจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งระบบ

   ในส่วนสำนังกานเกษตรจังหวัดที่ตัวเองรับผิดชอบได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรทราบถึงปัญหา และความสำคัญของลิ้นจี่ โดยได้นำระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่เข้ามาช่วย โดยยึดแนวทางการทำงานตามที่ท่านสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ให้ไว้คือ การสนับสนุนให้เกษตรกรมีการบริหารจัดการร่วมกัน ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต มีการบริหารจัดการที่ดีภายใต้การสนับสนุนและบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งภาคเอกชน ซึ่งเป็นการสนับสนุนในด้านความรู้โดยการใช้งานวิจัย นวัตกรรม เทคโนโลยี และการบริหารจัดการ เข้าไปช่วยพัฒนาลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในด้านต่าง ๆ รวมทั้งยกระดับมาตรฐานและเพิ่มมูลค่าให้สินค้าเกษตร ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทย

     นอกจากนี้ ได้ดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผ่านกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายใต้ “โรงเรียนเกษตรกรลิ้นจี่” โดยใช้แปลงเรียนรู้ฯ จากสวนลิ้นจี่ของนายจิรศักดิ์ เฮงประเสริฐ

(สวน 200 ปี) ซึ่งเป็นสมาชิกแปลงใหญ่ลิ้นจี่ในต.แควอ้อม อ.อัมพวา  โดยเกษตรกรจะต้องร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตามขั้นตอนที่กำหนด และนำขั้นตอนการปฏิบัติไปใช้ในสวนลิ้นจี่ของตนเอง ตั้งแต่การตัดแต่งกิ่ง การจัดการระบบน้ำด้วยระบบสปริงเกอร์

       การใส่ปุ๋ยระยะแรกเพื่อสร้างใบอ่อน ซึ่งเมื่อลิ้นจี่มีการสร้างใบใหม่ที่สมบูรณ์แล้วก็จะจัดการให้มีการสะสมอาหารในใบและลำต้น เพื่อให้มีความสมบูรณ์มากที่สุด พร้อมที่จะออกดอก รวมถึงเทคโนโลยีการช่วยผสมเกสร และมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีการดูแลรักษาระยะผลอ่อน ผลแก่ จนถึงการเก็บเกี่ยว ซึ่งจะทำจนครบวงจรการผลิต ทำให้เกษตรกรสามารถจัดการด้านเทคโนโลยีการผลิตได้ด้วยตนเอง ทำให้ลิ้นจี่ติดผล ซึ่งจะได้สรุปเป็นองค์ความรู้ ขยายผลถ่ายทอดสู่เกษตรกรผู้ผลิตทั้งจังหวัด โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ ทำให้ลิ้นจี่สมุทรสงคราม เป็นผลไม้ที่อยู่คู่เมืองแม่กลอง สร้างรายได้ให้เกษตรกร อย่างยั่งยืนต่อไป

  นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในสวนลิ้นจี่ เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสสัมผัสกับบรรยากาศของสวนลิ้นจี่ พร้อมทั้งเลือก ชม ชิม ช๊อป ลิ้นจี่คุณภาพ ซึ่งมีทั้งหมด 19 สวนและมีการกำหนดจัดงาน“เทศกาลลิ้นจี่ และของดีแม่กลอง” ปี 2561 ระหว่างวันที่ 15 – 24 เมษายน 2561 ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยเกษตรกรนำผลผลิตลิ้นจี่จากสวนมาจำหน่ายถึงผู้บริโภคโดยตรงหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเกษตรจสมุทรสงครามโทร. 0-3471-1711

 

ชวนชิม"อีค่อม" สุดยอดลิ้นจี่ของดี"แม่กลอง"

เทคนิคการเลือกลิ้นจี่คุณภาพ  

            “หนามตั้ง” หนามตั้งหรือหนามแหลมจะห่างเสมอทั้งลูกไม่เป็นกระจุก

            “หนังตึง”  มีไหล่ผลกว้างแป้น รูปทรงผลคล้ายรูปหัวใจโย้หน่อยๆ เปลือกหรือหนังบางตึง กรอบ เวลาแกะเปลือกให้บิดจากขั้วผล โดยบิดวนไปรอบๆผล

            “เนื้อเต่ง”  คือเนื้อหนากรอบ สีขาวขุ่น เนื้อแห้ง ไม่แฉะ กลิ่นหอม รสหวาน ติดฝาดเล็กน้อย

            “ล่องชาด” ผิวเปลือกด้านในจะเป็นสีชมพู หากผลแก่จัดพอดีกินจะเป็นสีชมพูด้านในจากขั้วลงมาถึงกึ่งกลางลูกเป็นลิ้นจี่ที่อร่อยที่สุด

 

ชวนชิม"อีค่อม" สุดยอดลิ้นจี่ของดี"แม่กลอง"

 

ชวนชิม"อีค่อม" สุดยอดลิ้นจี่ของดี"แม่กลอง"


เปิดอ่าน