อียูชื่นชมไทยแก้ไอยูยู !!!

"กระทรวงเกษตรฯ"ชี้ตลาดส่งออกสินค้าเกษตรไทยสดใสหลังหารือร่วมกับทูตหลายประเทศ ดันยางพาราธรรมชาติ สับปะรด ทูน่าเป็นสินค้าส่งออกอียูชื่นชมไทยแก้ไอยูยู

            13 มี.ค.61 นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังอนุญาตให้เอกอัครราชทูตประจำประทศไทย 3 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐไนจีเรีย สหภาพยุโรป และสาธารณรัฐเปรู เข้าพบและหารือด้านความร่วมมือทางการเกษตร ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีความยินดีและเป็นเกียรติที่ได้ต้อนรับเอกอัครราชทูตทั้ง 3 ประเทศ โดยกระทรวงเกษตรฯ พร้อมให้ความร่วมมือและการสนับสนุนด้านวิชาการในด้านต่าง ๆ อันจะส่งผลอันดีต่อการขยายความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างกันในอนาคต ซึ่งประเด็นสำคัญที่ได้หยิบยกหารือ ประกอบด้วย  ประเทศไทยสนับสนุนการฝึกอบรมทางวิชาการด้านเทคโนโลยีการผลิตและแปรรูปข้าวแก่สาธารณรัฐไนจีเรีย ซึ่งประเทศไทยขอให้ไนจีเรียส่งข้อเสนอโครงการผ่านกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (Thailand International Cooperation Agency: TICA) 

            นอกจากนี้ ประเทศไทยได้หารือเกี่ยวกับการขยายตลาดสินค้าสัตว์ปีกจากไทยไปไนจีเรีย เนื่องจากเห็นว่าไนจีเรียมีโอกาสในการนำเข้าเพราะมีประชากรมุสลิมเกือบร้อยละ 50 ของประชาการทั้งหมด (ประมาณ 180 ล้านคน) และไทยมีสินค้าฮาลาลที่ได้มาตรฐานสากล เอกอัครราชทูตฯ สหภาพยุโรป แสดงความชื่นชมในความร่วมมือระหว่างอียู และกรมปศุสัตว์ ในการดำเนินงานของคณะทำงานอย่างไม่เป็นทางการ (informal contact group) ซึ่งช่วยให้การติดตามงาน/เอกสารการขอเปิดตลาด รวมถึงการติดตามประเด็นเร่งด่วนด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และเสนอให้มีการจัดตั้งคณะทำงานอย่างไม่เป็นทางการสำหรับสินค้าพืช ซึ่งฝ่ายไทยเห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว พร้อมกันนี้อียูยังชื่นชมการทำงานของในการแก้ไขปัญหาประมง IUU ของไทย

             กระทรวงเกษตรฯ แจ้งความคืบหน้าของการเดินทางไปตรวจรับรองอะโวกาโดจากประเทศเปรู ก่อนการส่งออกในช่วงสิ้นเดือน มี.ค. นี้ และได้มอบหมายกรมวิชาการเกษตร พิจารณาการเปิดตลาดให้กับเปรูตามกระบวนการ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเร่งรัดการจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านหม่อนไหม ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับทั้งสองประเทศในการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี (know-how) ที่แต่ละฝ่ายมีความเชี่ยวชาญ ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายได้มีการแลกเปลี่ยนนักวิชาการด้านประมงระหว่างกัน

           สำหรับการหารือเพื่อขยายมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรระหว่างกัน โดยเฉพาะการหารือกับสหภาพยุโรปและสาธารณรัฐเปรู ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ขอให้สนับสนุนการนำเข้าสินค้าเกษตรจากไทย อาทิ ยางพาราธรรมชาติ สับปะรด ปลาทูน่า และข้าวจากไทย เป็นต้น ทั้งนี้ สินค้าเกษตรของไทยได้รับความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ เนื่องจากกระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญกับมาตรฐานสินค้าจนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล รวมทั้งมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค