ภาคเกษตรไทยได้อะไรจากกลุ่มประเทศ"ซีแอลเอ็มวี"ตอน4

โดย - รศ.ดร.พิชัย ทองดีเลิศ       

 

ต่อจากเสาร์ที่แล้ว 

    เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้พูดถึงบรรยากาศสองข้างทางในเมืองปากเซ ระหว่างการเดินทางเพื่อเข้าไปพูดคุยกับนักวิชาการในมหาวิทยาลัยจำปาสัก สำหรับมหาวิทยาลัยจำปาสักนั้นถือได้ว่าเป็นสถาบันการศึกษาด้านการเกษตรที่สำคัญในเขตลาวใต้และมีความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยในไทยอยู่หลายแห่ง โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้เข้าไปให้ความร่วมมือทางวิชาการและการศึกษาด้านการเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง 

    ในครั้งนี้ทางทีมนักวิจัยเราได้พบกับท่านคณบดีคณะเกษตร ดร.ทองใส สีจัน และคณาจารย์ในคณะเกษตร โดยได้เล่าให้เราฟังว่าประเทศลาวตั้งแต่เหนือจรดใต้นั้นมีความแตกต่างทางด้านพื้นที่ทำการเกษตร แต่ความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่มีค่อนข้างสูงโดยเฉพาะบริเวณที่ติดแม่น้ำโขงและแม่น้ำสายย่อย ๆ  บริเวณที่เป็นที่ราบของลาวใต้ก็จะเน้นการปลูกข้าวแถบเมืองโพนทอง 

    โดยเฉพาะข้าวเหนียว ซึ่งเป็นอาหารหลักของคนลาว นอกเหนือจากนั้นก็มีปลูกผักผลไม้บ้างไม่มาก เน้นเพื่อการบริโภคในพื้นที่เท่านั้น ส่วนผลไม้จำพวกทุเรียน สับปะรด ผลไม้อื่น ๆ และยางพารามีปลูกกันมากในเขตเมืองบาเจียง ซึ่งการเกษตรส่วนใหญ่ของสปป.ลาวจะเน้นเพื่อการบริโภคภายในประเทศและบางส่วนนำเข้าจากไทยและเวียดนาม จึงไม่ค่อยใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรกลการเกษตรมากนักเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสูง 

      แต่ก็มีนายทุนที่นำเข้าจากไทยและเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามเพื่อให้เกษตรกรเช่าทำการเกษตร นอกจากนี้การเลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ก็เป็นที่นิยมของเกษตรกรชาวลาว แทบจะทุกบ้านในบริเวณลาวใต้ โดยจะเลี้ยงกันไว้ใต้ถุนบ้านและข้าง ๆ บ้าน เหลือกินจึงจะนำไปขายและบางทีก็มีการแลกเปลี่ยนกันในระหว่างเพื่อนบ้าน ส่วนเกษตรกรลาวนั้นก็ไม่แตกต่างจากเกษตรกรไทยคือส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุและทำการเกษตรแบบดั้งเดิมมาเป็นเวลายาวนานบนที่ดินของตนเอง

  พื้นที่ที่เป็นจุดเด่นทางการเกษตรอีกแห่งของลาวใต้ก็คือบริเวณที่ราบสูงโบโลเวน แต่เดิมพื้นที่ตรงนี้เป็นเขตภูเขาไฟเก่า จึงทำให้มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะกับการปลูกหลายชนิด โดยเฉพาะกาแฟที่ชอบดินและความสูงแบบรวมถึงน้ำฝนแบบนี้ ซึ่งอาจารย์นคริน พูนสวัด ได้พาทีมงานขึ้นไปดูการปลูกกาแฟของบริษัทไทยเบฟเวอเรจที่ได้สัมปทานกว่าหมื่นไร่บนที่ราบสูงแห่งนี้ในนามของปากซองไฮแลนด์ 

      ซึ่งถือเป็นการลงทุนทำธุรกิจเกษตรที่มีขนาดใหญ่ของนักลงทุนไทยในลาวและเน้นการใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรแทนแรงงานคน โดยมุ่งพัฒนาให้เป็น Coffee valley แห่งเอเชียและเน้นการผลิตกาแฟคุณภาพสูงพิเศษสำหรับนักดื่มที่เป็นคอกาแฟตัวจริง ซึ่งต่างจากกาแฟดาวที่เน้นตลาดแบบทั่วไป นอกจากนี้ก็ยังมีฟาร์มเสาวรสและมีชาวญี่ปุ่นเข้ามาทดลองทำฟาร์มสตรอเบอรี่ด้วยเช่นกัน

      เป็นที่น่าแปลกใจว่าบริเวณตลาดแถบนั้นมีชาวบ้านขายโสมในขวดโหลมากมาย ทางอาจารย์นครินได้บอกว่าถัดจากบริเวณนี้ไปเป็นเมืองอัตตะปือ มีชาวเกาหลีเข้ามาสัมปทานปลูกโสมเพื่อนำผลผลิตส่งกลับไปทำผลิตภัณฑ์โสมในเกาหลี ในอีกด้านหนึ่งพื้นที่ลาวใต้นี้เองเปรียบเสมือนเส้นทางเชื่อมต่อไปสู่เวียดนามและกัมพูชา จึงเป็นพื้นที่ที่นักลงทุนจากต่างชาติจับตามองเพื่อลงทุนทางธุรกิจเกษตรและอาหารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

    ในสัปดาห์หน้าเราจะเดินทางจากลาวใต้เข้าสู่กัมพูชากันครับ!


เปิดอ่าน