"กล้วยไม้"กับความรักไร้พรมแดน ตอน19 

โดย - ศ.ระพี สาคริก

 

ต่อจากอาทิตย์ที่้แล้ว

ฉันได้พยายามค้นหาดูในแผนที่แล้ว แต่ก็ยังไม่รู้ว่ามหาสมุทรอินเดียนั้นมันอยู่ในบริเวณไหน และมีอาณาเขตกว้างขวางมากน้อยแค่ไหนด้วย แต่มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเทศอินเดียอย่างแน่นอน หากจะต้องบินข้ามทวีปแอฟริกาไปอีกคาบหนึ่ง

การเดินทางโดยเครื่องบินโดยไปหวังน้ำบ่อหน้า คือไปหวังตั๋วจากสายการบินมาดากัสการ์ ซึ่งออกเดินทางจากสิงคโปร์ตอนตีสาม ก็นับว่าเสี่ยงพอแล้วกับความมั่นใจ

ก่อนออกเดินทางจากเมืองไทยฉันก็ได้ซักซ้อมความแน่นอนแล้วว่า ไปถึงสิงคโปร์มันจะต้องได้ตั๋วต่อไปแน่นะ ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้ว่าเกาะรียูเนียนนั้นมันอยู่ที่ไหน

ในที่สุดเวลาหนึ่งทุ่มตรงฉันก็คว้ากระเป๋าเดินทางส่วนตัว ไปขึ้นเครื่องบินการบินไทยมุ่งตรงไปสิงคโปร์ โดยนั่งชั้นประหยัด เพราะฉันเห็นใจว่าประเทศจนๆ อย่างนี้คงไม่สามารถปันงบประมาณสำหรับตั๋วชั้นธุรกิจ อย่างที่คุณมาร์ค กอนเญ่ เคยจัดเตรียมให้ฉันได้

หลังจากจับเครื่องการบินไทยไปลงสิงคโปร์ตอนสองทุ่มครึ่งแล้ว ฉันก็ยังไม่แน่ใจว่าต่อจากนั้นมันจะไปยังไงต่อ หลังจากนั้นฉันก็ไปถามที่เคาน์เตอร์ว่าจะไปติดต่อสายการบินมาดากัสการ์ได้ที่ไหน คำตอบก็คือให้เดินทางไปติดต่อในเมือง แต่ขณะนั้นยังเป็นเวลาเพียงสองทุ่มครึ่งกว่าเครื่องบินจะออกก็เป็นเวลาตีสาม ลูกศิษย์ฉันคนที่คอยเป็นกำลังใจให้เขาก็สงสัย แต่อีกใจหนึ่งเขาก็เชื่อว่ารู้ใจครูของเขาดี จึงอยากให้ไป แต่ก็รู้สึกลังเลอยู่นิดหน่อย ส่วนฉันก็ทวงรูปของคนผิวดำ ที่เขาถ่ายจากร้านขายดอกไม้ที่เมืองดิจอง เพื่อเอาติดตัวไปด้วย โดยที่คิดว่าคนกลุ่มนี้คงจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเชิญครั้งนั้น

ส่วนในเรื่องของกระเป๋า ก่อนจะเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ฉันได้นำกระเป๋าเดินทางที่มีเครื่องใช้ประจำวันเท่าที่จำเป็นติดตัวไปเช็กอินกับสายการบินไทยที่สนามบินดอนเมือง ซึ่งขณะนั้นเจ้าหน้าที่ของการบินไทยได้ทราบแล้วว่า ฉันจะต้องเดินทางต่อไปยังเกาะรียูเนียนไอส์แลนด์ เขาจึงบอกว่าจะจัดการเช็กกระเป๋ารวดเดียวให้ถึงเกาะรียูเนียนเลย โดยการเดินทางครั้งนี้ฉันได้รับแจ้งจากเขาว่า “อาจารย์ครับ คงไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ เพราะกระเป๋าของอาจารย์เราตั้งใจจะเช็กทรู โดยไปถ่ายขึ้นเครื่องสายการบินมาดากัสการ์ที่สิงคโปร์ ผมรับรองว่ากระเป๋าของท่านอาจารย์จะไปกับท่านโดยตลอด แล้วคงไปรับได้ที่สนามบินปลายทางเลย”

แต่ฉันก็ไม่ค่อยจะไว้ใจเรื่องนี้เท่าไหร่นัก เพราะเคยมีประสบการณ์มาแล้วเมื่อครั้งไปประชุมธนาคารโลกที่สหรัฐอเมริกา

เพราะนึกถึงช่วงที่จะออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปประชุมที่นั่น ซึ่งการเดินทางครั้งนั้นจะต้องไปถ่ายเครื่องที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี แต่กลับพบว่ากระเป๋าเดินทางของฉันมันไปไม่ถึงสหรัฐอเมริกา โดยถูกตั้งทิ้งไว้ที่สนามบินกรุงโรม ประเทศอิตาลี ฉันจึงต้องหาซื้อเครื่องใช้ที่จำเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง กว่าจะได้กระเป๋าเดินทางก็ถึงกำหนดเดินทางกลับกรุงเทพฯแล้ว

ขณะนั้นฉันตั้งใจอย่างแน่วแน่แล้วว่า จะต้องไปถึงที่เกาะรียูเนียนให้ได้ อย่างว่าแหละ ฉันมันเป็นคนไฟแรง ขนาดเสี่ยงอย่างนี้ยังเดินทางคนเดียวเพราะต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายให้เจ้าภาพ

พอไปถึงสิงคโปร์แล้ว จิตใจมันก็ไม่ค่อยจะมั่นคงนัก เพราะเหตุว่าสามทุ่มก็แล้ว สี่ทุ่มก็แล้ว ห้าทุ่มก็แล้ว ไม่เห็นใครเอาตั๋วสายการบินมาดากัสการ์มาให้ เลยต้องนั่งนกสัปหงกอยู่ที่สนามบินคนเดียวเช่นนั้นต่อไปอีกระยะหนึ่ง โดยไม่คาดหวังอะไรทั้งสิ้น

ฉันรอแล้วรอเล่า จนกระทั่งถึงเวลาเกือบตีสอง จึงได้มีเจ้าหน้าที่สายการบินมาดากัสการ์จากในเมืองเดินทางมาถึง พร้อมกับบอกว่านี่คือตั๋วของคุณ ทำให้โล่งใจไปได้อีกเปลาะหนึ่ง

                                                          ...................................................................................


เปิดอ่าน