"กล้วยไม้กับความรักไร้พรมแดน ตอน18 

โดย - ศ.ระพี สาคริก

 

ต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว

การเดินทางไปทำงานที่เกาะรียูเนียน เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.2543 (ค.ศ.2000)

หนังสือเชิญที่ให้ฉันไปเป็นกรรมการตัดสินในงานพืชสวนโลก (AIPH) ซึ่งจัดขึ้นที่เกาะรียูเนียน โดยที่มีชาวฝรั่งเศสกลุ่มหนึ่งอยู่เบื้องหลังนั้น จริงๆ แล้วความคิดของเขาก็เพื่อช่วยเหลือคนผิวดำที่นำมาจากทวีปแอฟริกา งานนี้ได้กำหนดเวลาของการจัดงานเอาไว้อย่างชัดเจนว่า จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน และไปสิ้นสุดลงในวันที่ 28 เดือนเดียวกัน ซึ่งจดหมายฉบับนั้นได้ถูกส่งมาจากบริษัทที่รับงานจัดการในครั้งนั้น ซึ่งบริษัทนี้มีศูนย์ปฏิบัติการอยู่ที่ฮ่องกง

ฉันได้พยายามศึกษาหาข้อมูล จึงรู้ว่าผู้จัดการของบริษัทเป็นสาวจีนชาวฮ่องกง ซึ่งยังเป็นโสด และการทำงานครั้งนี้จะต้องมาอยู่ที่เกาะรียูเนียน จึงเอาแม่มาอยู่ด้วย

จดหมายทุกฉบับที่ฉันเขียนถึงเขา เขารู้สึกดีใจมาก และยังทราบว่าเขาเอาจดหมายของฉันไปอวดแม่ เลยทำให้แม่ของเขารักอัธยาศัยของฉันเพิ่มมาอีกคนหนึ่ง

แต่จดหมายเชิญที่ฉันได้รับในตอนแรก มันไม่ได้บอกที่มาที่ไปของการจัดงาน รวมทั้งไม่ได้บอกในรายละเอียดว่าเกาะนี้อยู่ที่ไหน และจะเดินทางไปมาได้อย่างไร ฉันจึงต้องดิ้นรนค้นหาข้อมูลเอาเอง

ในที่สุดก้าวแรกของฉันก็พบความจริงว่า เกาะนี้อยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ใกล้ๆ กันกับเกาะมอริเชียส (Mauritius) ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านพันธุ์อ้อยสำหรับทำน้ำตาล โดยที่จะต้องบินข้ามทวีปแอฟริกาไปให้ถึงจุดนั้น

และเกาะรียูเนียนดังกล่าว ก็เป็นเกาะที่เศรษฐีฝรั่งเศสกลุ่มหนึ่งได้ไปสร้างบ้านพักสำหรับตากอากาศอยู่ที่นั่น ส่วนคนผิวดำซึ่งนำไปจากทวีปแอฟริกาก็เพื่อเอาไปปล่อยไว้ให้เป็นคนรับใช้ ซึ่งขณะนั้นเชื้อสายของคนกลุ่มนี้ ได้ไปตั้งรกรากจนกระทั่งไปประกอบอาชีพในด้านการเกษตรเช่นการปลูกอ้อย ปลูกสับปะรดในชีวิตประจำวัน และฉันไปพบว่ามีคนผิวดำครอบครัวหนึ่ง นำพันธุ์กล้วยไม้ตัดดอกจากเมืองไทยไปเริ่มต้นปลูกเป็นอาชีพร่วมด้วย เช่นเดียวกันกับบรรยากาศในหมู่เกาะฮาวาย และหมู่เกาะโอกินาวา แถมคนเหล่านี้ยังออกลูกออกหลาน จนกระทั่งถึงขั้นที่มีการจัดตั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัยให้แก่คนพวกนี้แล้ว

ฉันไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องชีวิตคนที่เกาะรียูเนียนมาก่อน แต่ก็มีความกล้าที่จะไปศึกษาหาความรู้ และไปทำงานให้แผ่นดินถิ่นเกิดของเราเอง

ส่วนจดหมายเชิญก็เพียงแต่บอกว่า ให้ฉันไปรับตั๋วเครื่องบินจากการบินไทยที่กรุงเทพฯ แล้วจับสายการบิน TG ในเวลาหนึ่งทุ่มไปลงที่สิงคโปร์ หลังจากนั้นก็ให้ไปรับตั๋วเครื่องบินจากสำนักงานของสายการบินมาดากัสการ์ที่สิงคโปร์ เพื่อบินต่อไปยังเกาะรียูเนียนในเวลาตีสาม 

ลองคิดดูก็แล้วกันว่า ฉันตัวคนเดียวแต่กล้าเสี่ยงถึงขนาดนั้น ซึ่งช่วงนั้นก็มีบรรดาลูกศิษย์ที่หวังดีเตือนฉันอยู่หลายคนด้วยความเป็นห่วง ทำให้รู้สึกลังเลใจว่าจะไปดีหรือไม่ดี แต่ความตั้งใจที่จะทำงานให้แผ่นดินไทยอยู่เหนือกว่ามาก จึงทำให้ฉันต้องเป็นคนกล้ามากกว่ากลัว ความจริงแล้วตอนนั้นตัวเองก็มีอายุเกือบเจ็ดสิบปีแล้ว

 


เปิดอ่าน