ข่าว

กรมชลฯเร่งผุด 3 อ่างฯสร้างความมั่นคงให้เขตเศรษฐกิจพิเศษตาก

กรมชลฯเร่งผุด 3 อ่างฯสร้างความมั่นคงให้เขตเศรษฐกิจพิเศษตาก

20 พ.ย. 2560

กรมชลฯเร่งผุด 3 อ่างฯสร้างความมั่นคงให้เขตเศรษฐกิจพิเศษตาก

          กรมชลประทานเดินหน้าพัฒนาแหล่งน้ำ รองรับการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษตาก  หวังเสริมสร้างความมั่นคงในเรื่องน้ำ  และแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งอย่างยั่งยืน เตรียมผลักดันสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 3 แห่งในระยะเร่งด่วน มูลค่ารวมกว่า 6,700 ล้านบาท
          ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์   อธิบดีกรมชลประทาน  เปิดเผยว่า  กรมชลประทานได้ดำเนินโครงการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)  การพัฒนาแหล่งน้ำต้นทุนเพื่อรองรับพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษตาก   เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงเรื่องน้ำรองรับความต้องการที่จะเกิดขึ้นทั้งปัจจุบันและอนาคต   รวมทั้งหาแนวทางการพัฒนาและบริหารจัดการเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยในพื้นที่อำเภอแม่สอด อำเภอพบพระ  อำเภอแม่ระมาด และพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตากอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับนโยบายของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ โดยมีพื้นที่การศึกษาครอบคลุมพื้นที่ 21 ตำบล5 อำเภอของจังหวัดตากคือ อำเภอแม่ระมาด  แม่สอด  พบพระ  วังเจ้า  และอำเภอเมือง
              โครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ดังกล่าวในปัจจุบัน มีทั้งหมด 62 โครงการ สามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณ 29.45 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นเพียงร้อยละ 0.56 ของปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยในพื้นที่โดยมีพื้นที่ชลประทานและพื้นที่รับประโยชน์ทั้งหมด 81,825 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 9.43 ของพื้นที่เกษตรกรรมทั้งหมดเท่านั้น
              ส่วนโครงการตามแผนหลักการพัฒนาแหล่งน้ำเขตเศรษฐกิจพิเศษตากที่เคยศึกษาเบื้องต้นไว้นั้น มีทั้งหมด 153 โครงการ ประกอบด้วย  โครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลางจำนวน 21 โครงการ และ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กอีก 132 โครงการ สามารถเก็บกักน้ำรวมกันได้ 366.17 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่ชลประทานและพื้นที่รับประโยชน์รวม 384,629 ไร่ คาดว่าจะใช้งบลงทุนทั้งหมดประมาณ 24,690.93 ล้านบาท
             อย่างไรก็ตามในการศึกษาในครั้งนี้ กรมชลประทานได้ทำการคัดเลือกโครงการที่มีความสำคัญในระดับต้นและมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการจำนวน 3 โครงการ ได้แก่โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ละเมาตอนกลาง-บ้านห้วยยะอุ  ตัวเขื่อนจะสร้างกั้นห้วยแม่ละเมา  สาขาของแม่น้ำเมยที่บ้านห้วยยะอุ ตำบลด่านแม่ละเมา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก  เป็นอ่างฯขนาดกลางมีความจุในระดับกักเก็บสูงสุด 85.285 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.)

             โดยปริมาณฝนเฉลี่ยในพื้นที่ลุ่มน้ำ 1,463 มม./ปี และมีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ย 314.136 ล้าน ลบ.ม./ปี   เมื่อแล้วเสร็จจะสามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่ชลประทานได้ 70,000 ไร่  ส่งน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค 21 ล้าน ลบ.ม./ปี และรักษานิเวศน์ลำน้ำ 3.245 ลบ.ม./วินาที  ใช้งบการก่อสร้างประมาณ 1,415 ล้านบาท  พื้นที่อ่างเก็บน้ำและพื้นที่หัวงานตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ  จะต้องดำเนินการศึกษาEIA
             โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยอุ้มเปี้ยมตอนบน ตัวเขื่อนสร้างกั้นห้วยอุ้มเปี้ยม ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของห้วยแม่ละเมา ที่หมู่ 2 บ้านแม่ละเมา ตำบลคีรีราษฎร์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก  เป็นอ่างฯขนาดกลาง มีความจุในระดับกักเก็บสูงสุด 84.07 ล้าน ลบ.ม. โดยมีปริมาณฝนเฉลี่ยในพื้นที่ลุ่มน้ำ 1,407 มม./ปี และปริมาณน้ำท่าเฉลี่ย 82.17 ล้าน ลบ.ม./ปี  เมื่อแล้วเสร็จ  จะสามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่ชลประทาน 38,000 ไร่ ส่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค 600,000ลบ.ม./ปี และรักษานิเวศลำน้ำ 0.50 ลบ.ม./วินาที  ใช้งบในการก่อสร้างประมาณ 5,084 ล้านบาท  พื้นที่อ่างเก็บน้ำและพื้นที่หัวงานตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ  จะต้องดำเนินการศึกษาEIA เช่นเดียวกัน
               และโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่กึ๊ดหลวงตอนบน ตัวเขื่อนสร้างกั้นห้วยแม่กึ๊ดหลวง  ลำน้ำสาขาของห้วยแม่ละเมา  ที่หมู่ 12 บ้านใหม่พัฒนา ตำบลแม่กาษา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก    เป็นอ่างฯขนาดกลาง มีความจุในระดับกักเก็บสูงสุด 2.445  ล้าน ลบ.ม. โดยมีปริมาณฝนเฉลี่ยในพื้นที่ลุ่มน้ำ 1,463 มม./ปี และปริมาณน้ำท่าเฉลี่ย 4.64 ล้าน ลบ.ม./ปี  เมื่อแล้วเสร็จ  จะสามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่ชลประทาน 3,000 ไร่ ส่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค 76,030  ลบ.ม./ปี และรักษานิเวศลำน้ำ 0.075 ลบ.ม./วินาที  ใช้งบในการก่อสร้างประมาณ 268 ล้านบาท  โดยพื้นที่อ่างเก็บน้ำและพื้นที่หัวงานตั้งอยู่ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าละเมา

                  ด้านนายมานพ ทิยอด ซึ่งเป็นประธานกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานเขื่อนโกกโก่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวด้วยว่า เกษตรกรที่นี่ได้มีน้ำใช้เพราะในหลวงรัชกาลที่ 9 ทำให้มีน้ำเพียงพอที่จะทำนาได้ถึงปีละ 2 ครั้งและมีน้ำเพาะปลูกตลอดทั้งปี หากจะมีการสร้างอ่างไว้เก็บน้ำที่มีมากในช่วงฝนไว้มาเติมในหน้าแล้งก็จะดี ก็จะทำให้มีรายได้มากขึ้นด้วย และหากน้ำมีพอก็แบ่งปันกันใช้ได้  แต่การสร้างเขื่อนต้องใช้เวลานาน ตอนนี้อยากให้กรมชลประทานมาขุดลอกคูคลองส่งน้ำสายใหญ่เพราะมีตะกอนเพิ่มขึ้นเร็วมาก กลุ่มผู้ใช้น้ำก็ยินดีที่จะมาร่วมกันทพความสะอาดด้วย เพื่อจะทำให้ส่งน้ำได้รวดเร็วไปถึงแปลงนาได้เต็มที่