“กล้วยไม้”กับความรักไร้พรมแดน ตอน 16

โดย - ศ.ระพี สาคริก

 

ต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว

         หลังจากกลับมาจากประเทศฝรั่งเศสในครั้งนั้นแล้วฉันรู้สึกว่าโชคไม่ค่อยจะดีอยู่สักหน่อย ทั้งนี้ก็เพราะตัวเองเริ่มทำรายการโทรทัศน์ให้กรมประชาสัมพันธ์มาตั้งแต่ปีแรกของการจัดตั้งสถานีโทรทัศน์ขึ้นในเมืองไทยคือปี 2498 โดยใช้สถานีวิทยุโทรทัศน์ช่องสี่ที่บางขุนพรหม

     ฉันยังจำได้ดีว่า มิใช่ตัวเองวิ่งเสนอหน้าเข้าไปขอทำนะ แต่เป็นเพราะ พล.อ.สุรจิต จารุเศรณี ซึ่งขณะนั้นเป็นอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ในสมัยจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้เชิญฉันไปพบที่กรมและแจ้งว่า ท่านได้พบเศษกระดาษแผ่นหนึ่งตกอยู่ ครั้นเก็บขึ้นมาอ่านจึงรู้สึกประทับใจ เพราะข้อความในกระดาษแผ่นนั้นมันเป็นลายมือเขียนของฉันที่สะท้อนอุดมการณ์ของการทำงานเพื่อแผ่นดินไทย ซึ่งมีผลเตือนสติคนจำนวนมากได้อย่างลึกซึ้ง นอกจากนั้น พล.อ.สุรจิต จารุเศรณี ก็เป็นคนสนใจกล้วยไม้อีกด้วย

     ท่านพูดกับฉันว่า “ท่านอาจารย์ครับ ผมเห็นเศษกระดาษแผ่นนี้เป็นลายมือท่านอาจารย์มันตกอยู่บนพื้น ผมเก็บขึ้นมาแล้วรู้สึกศรัทธา ท่านอาจารย์มาออกโทรทัศน์กับผมไหมครับ” นั่นเป็นเหตุเริ่มต้น ไม่ใช่ฉันวิ่งไปเสนอหน้ากับใคร แต่อธิบดีเป็นคนเชิญฉันมาทำเอง ตรงนี้จำให้ดีนะเธอประเดี๋ยวจะบอกให้รู้ว่ามันเกิดอะไรติดตามมา

     หลังจากนั้นมาฉันก็มาออกโทรทัศน์ที่ช่องสี่บางขุนพรหมทุกวันพุธในเวลาหลังข่าวครั้งละครึ่งชั่วโมงติดต่อกันมาเป็นเวลาหลายปี จนกระทั่งสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ได้ย้ายที่ทำการไปจัดตั้งที่ทำการชั่วคราวอยู่ที่บริเวณบางลำพู แล้วถัดมาจึงกลายเป็นสถานีโทรทัศน์อีกสองแห่ง นับตั้งแต่ อสมท และตามมาด้วยช่อง 11 ของกรมประชาสัมพันธ์

   อยู่มาวันหนึ่ง มันมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ฉันรู้สึกว่า สถานีโทรทัศน์แห่งนี้ในช่วงหลังๆ ไม่พอใจนักวิชาการบางคนที่ออกมาพูดก้าวร้าวอยู่เสมอ ซึ่งตอนนั้นไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรมาคัดคนออก ก็เลยเอากฎกบว.ออกมาหยุดยั้ง โดยอ้างว่าผู้ประกาศโทรทัศน์คนใดไม่ได้ผ่านการสอบกบว.จะไม่มีสิทธิ์ออกอากาศ ประกาศข้อนี้ไม่มีแม้แต่ข้อยกเว้น

      ขอโทษทีนะจ๊ะ ถ้าหากเป็นคนมีความคิดสักหน่อยก็จะรู้เองว่าในอดีต อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์เป็นคนไปเชิญฉันมาออกโทรทัศน์เองนะ ตั้งแต่สมัยยังไม่มีกบว. และในช่วงหลังๆ กรรมการกบว. บางคนก็ยังเป็นลูกศิษย์ฉันอีกด้วย ดังนั้นการพิจารณาของกบว. น่าจะนำเอาที่มาที่ไปและมารยาทที่ดีแก่ผู้หลักผู้ใหญ่มาพิจารณาใช้ทำเป็นข้อยกเว้น มากกว่าการใช้อารมณ์มองแค่ปัญหาเฉพาะหน้า การทำอย่างนี้มันเหมือนกับกรมประชาสัมพันธ์กำลังตบหน้าตัวเอง แต่ฉันเป็นคนไม่สนใจที่จะต่อปากต่อคำกับใครให้เสียศักดิ์ศรีของตนด้วย

     วันนั้นฉันได้รับจดหมายเชิญจากงานพืชสวนโลกที่เกาะรียูเนียน ไอส์แลนด์ ซึ่งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ให้ไปเป็นกรรมการตัดสินในงานแสดงครั้งนั้น ความจริงฉันจัดรายการโทรทัศน์ ส่วนใหญ่กล้องก็ซื้อเอง ถ่ายก็ถ่ายเอง ฉันถึงสามารถทำให้กรมประชาสัมพันธ์ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพราะฉันถือว่า “ตนทำให้แผ่นดินถิ่นเกิด ไม่ใช่ทำให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง”

                                                         ..................................................................................


เปิดอ่าน