กรมชลฯคาดพรุ่งนี้(8 ต.ค. )น้ำที่นครสวรรค์อยู่ในระดับสูงสุด

กรมชลฯ คาดการณ์พรุ่งนี้(8 ต.ค. )น้ำที่นครสวรรค์จะสูงสุด 2,400 ลบ.ม./วินาที

            วันที่ 7 ต.ค. นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาของศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ กรมชลประทาน คาดการณ์ว่าแม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดนครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำสูงสุดไหลผ่านในเกณฑ์ประมาณ 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในวันพรุ่งนี้(8 .. 60) ระดับน้ำจะต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 2.80 เมตร ไม่มีน้ำเอ่อล้นตลิ่ง

        กรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยการผันน้ำเข้าคลองและแม่น้ำต่างๆ ทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อควบคุมปริมาณน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในกณฑ์ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยวันนี้(7 .. 60) กรมชลประทาน ยังคงทยอยเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง จนถึงขณะนี้มีปริมาณน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในเกณฑ์ 1,783 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนบริเวณจังหวัดสิงห์บุรีและอ่างทอง เพิ่มสูงขึ้นจากวานนี้(6 ต.ค.) ประมาณ 0.25 เมตร ส่วนบริเวณคลองโผงเผง คลองบางบาล อำเภอบางบาล อำเภอเสนา แม่น้ำน้อย อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นเป็นลำดับถัดไปในวันพรุ่งนี้(8 .. 60) จากเดิมอีกประมาณ 0.10 – 0.20 เมตร หากปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในเกณฑ์ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะทำให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่จังหวัดชัยนาทลงไปถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพิ่มสูงขึ้นจากเดิมประมาณ 0.30 – 0.80 เมตร ทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ยังคงได้รับผลกระทบน้ำท่วมสูง

           นอกจากนี้ ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ ยังได้คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณน้ำสูงสุดไหลผ่านที่อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไม่เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในช่วงวันที่ 11 – 12 .. 60 ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทั้งนี้ หากมีฝนตกในพื้นที่และมีน้ำท่าไหลหลากลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาในบริเวณดังที่กล่าวมา ก็อาจจะทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีกเล็กน้อย ซึ่งยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังไม่สิ้นสุดฤดูฝน

        อย่างไรก็ตามกรมชลประทาน จะเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบนให้ออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด เพื่อให้มีพื้นที่รองรับปริมาณน้ำที่จะเกิดจากฝนตกหนักลงมาอีกในระยะต่อไป ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์เพิ่มเติมว่า ในช่วงวันที่ 9 - 13 .. บริเวณประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพฯและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ซึ่งกรมชลประทาน จะรายงานสถานการณ์น้ำให้ทราบอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลมายังสายด่วนกรมชลประทาน โทร.1460 หรือติดตามสถานการณ์น้ำได้ที่ www.rid.go.th/2009/


เปิดอ่าน