กรมชลแจ้งเตือนเมืองสุโขทัยรับมือน้ำในแม่น้ำยมสูงขึ้น
กรมชลแจ้งเตือนเมืองสุโขทัยรับมือน้ำในแม่น้ำยมสูงขึ้น
นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า จากการได้ติดตามสภาวะฝนที่ตกหนักในพื้นที่ลุ่มน้ำยม พบว่า อิทธิพลของพายุ “ทกซูรี”(DOKSURI) ทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดแพร่ ตั้งแต่วานนี้(16 ก.ย. 60) วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 178 มิลลิเมตร ส่งผลให้มีปริมาณน้ำท่าไหลหลากลงสู่แม่น้ำยมเป็นจำนวนมาก โดยที่สถานี Y.37 อ.วังชิ้น จ.แพร่ เมื่อเวลา 12.00 น.(17 ก.ย. 60) วัดระดับน้ำได้ 9.16 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 1.84 เมตร ปริมาณน้ำไหลผ่าน 990 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แนวโน้มระดับน้ำยังคงสูงขึ้น หากไม่มีฝนตกหนักเพิ่มเติมในพื้นที่ คาดว่าปริมาณน้ำไหลผ่านสูงสุดจะอยู่ในเกณฑ์ 1,050 – 1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในช่วงเวลา 15.00 – 18.00 น.ของวันนี้(17 ก.ย. 60) ก่อนที่ปริมาณน้ำนี้จะไหลหลากลงสู่พื้นที่ตอนล่างบริเวณประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย
ในวันพรุ่งนี้(18 ก.ย. 60) ในช่วงเวลาประมาณ 15.00 – 18.00 น. ปริมาณน้ำไหลผ่านในเกณฑ์ 950 – 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำในแม่น้ำยมก่อนจะไหลหลากลงสู่เขตเทศบาลเมืองสุโขทัย เพื่อลดยอดปริมาณน้ำที่อาจจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจและชุมชนเมืองในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัย โดยการผันน้ำบริเวณเหนือประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ เข้าคลองหกบาท ในอัตรา 250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งปริมาณน้ำส่วนหนึ่งที่นำเข้าคลองหกบาท จะนำไปเก็บไว้ในทุ่งบางระกำ(แก้มลิงธรรมชาติ) ที่กรมชลประทานได้จัดเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้ว เพื่อให้เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำรับน้ำหลากในแม่น้ำยม ช่วยลดปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านตัวเมืองสุโขทัยและลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้เป็นอย่างมาก
ปัจจุบันทุ่งบางระกำมีปริมาณน้ำในทุ่งประมาณ 200 ล้านลูกบาศก์เมตร ยังรับน้ำได้อีกประมาณ 200 ล้านลูกบาศก์เมตร การบริหารจัดการน้ำดังกล่าว ทำให้สามารถควบคุมปริมาณน้ำให้ไหลผ่านด้านท้ายประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ ได้ไม่เกิน 550 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากนั้นจะใช้คลองต่างๆทั้งสองฝั่งของแม่น้ำยม แบ่งรับน้ำเข้าไปตามศักยภาพของแต่ละคลอง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจและชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัย
ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้แจ้งสถานการณ์น้ำไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมโยธาธิการและผังเมือง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ให้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำต่อไปแล้ว อนึ่ง กรมชลประทาน ได้มอบหมายให้โครงการชลประทานจังหวัดและโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาในพื้นที่ บูรณาการร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด รวมทั้งวางแผนบริหารจัดการน้ำไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน พร้อมทั้งจัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และเครื่องสูบน้ำ ไว้คอยช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีต่อไปแล้ว



