เกษตรฯเผยจัดการน้ำช่วงฤดูฝน ประสบผลสำเร็จตามแผนที่วางไว้

เกษตร

เกษตรฯเผยบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝน ประสบผลสำเร็จตามแผนที่วางไว้

 

          พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สถานการณ์อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกันทั้งสิ้น 53,131 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 71 ของความจุอ่างฯ รวมกันทั้งหมด มากกว่าปี 2559 รวม 12,813 ล้าน ลบ.ม. เป็นน้ำใช้การได้ 29,312 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 57 (ปี 2559  มีน้ำใช้การได้ 16,617 ล้าน ลบ.ม.) สามารถรองรับน้ำได้อีก 22,083 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 29 ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลักมีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 15,708 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 63 ของความจุอ่างฯ รวมกันทั้งหมด ปริมาณน้ำมากกว่าปี 2559 รวม 3,772 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณน้ำใช้การได้ 9,012 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 50 (ปี 2559 มีน้ำใช้การได้ 5,240 ล้าน ลบ.ม.) สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 9,163 ล้าน ลบ.ม. สำหรับสถานการณ์น้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 34 แห่ง ทั้งประเทศมีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯรวม 1,934 ล้าน ลบ.ม. (6 – 12 ก.ย. 60) ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก ได้แก่ 1) เขื่อนภูมิพล 229 ล้าน ลบ.ม. 2) เขื่อนสิริกิติ์ 330 ล้าน ลบ.ม. 3) เขื่อนแควน้อยฯ 131 ล้าน ลบ.ม. และ 4) เขื่อนป่าสักฯ 160 ล้าน ลบ.ม. รวมเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยามีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ 850 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันมีการระบายน้ำจาก 4 เขื่อนหลักรวม 31.12 ล้าน ลบ.ม.

          นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงวันที่ 14 - 18 ก.ย. ร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับพายุไต้ฝุ่นตาลิมบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก และพายุดีเปรสชั่นบริเวณด้านตะวันออกของเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ พายุไต้ฝุ่นตาลิมมีทิศทางการเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย และพายุดีเปรสชั่น มีทิศทางการเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตก ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

          สำหรับความก้าวหน้าการบริหารจัดการน้ำเพื่อสนับสนุนการเพาะปลูกข้าวนาปีในช่วงฤดูฝนของพื้นที่ทุ่งหน่วงน้ำ (โครงการบางระกำโมเดล 60) พื้นที่ 265,000 ไร่ เกษตรกรในพื้นที่ทุ่งบางระกำ ให้ความร่วมมือปรับเปลี่ยนเวลาการเพาะปลูกข้าวนาปีเป็นอย่างดี ทำให้การดำเนินงานประสบผลสำเร็จตามแผนที่วางไว้ เกษตรกรได้เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วจำนวน 230,000 ไร่ (87%) คงเหลืออีกประมาณ 35,000 ไร่ โดยส่วนที่เหลือคาดว่าจะเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จภายใน 31 สิงหาคม 2560 ปัจจุบันรับน้ำจากแม่ยมสายหลัก และแม่น้ำยมสายเก่า เข้ามาในระบบคลองสายหลักและคลองสาขา รวมไปถึงในทุ่งที่เก็บเกี่ยวแล้วประมาณ 70,000 ไร่ รับน้ำเข้าในระดับความลึกเฉลี่ย 1.00 - 1.50 เมตร มีปริมาณน้ำประมาณ 150 ล้าน ลบ.ม. จากเป้าหมายสูงสุด 400 ล้าน ลบ.ม. โดยแบ่งพื้นที่ลุ่มต่ำสุดในเขตโครงการ ดังนี้ 1. ทุ่งแม่ระหัน ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก และพื้นที่รอยต่อ ต.บ้านใหม่สุขเกษม ต.ดงเดือย อ.กงไกรลาศ  พื้นที่ประมาณ 30,000  ไร่ (ปัจจุบันเริ่มรับน้ำเข้าแล้ว) และ 2.ทุ่งบางระกำ ต.ตะแบกงาม ต.ชุมแสงสงคราม ต.บางระกำ และ ต.ท่านางงาม จ.พิษณุโลก พื้นที่ประมาณ 40,000  ไร่ อีกทั้ง กรมชลประทานบูรณาการร่วมกับกรมประมงและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการ ปล่อยน้ำเข้านา ปล่อยปลาเข้าทุ่ง ประมาณต้นเดือนกันยายน 2560 เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีรายได้เสริมอีกทางหนึ่งด้วย

                นอกจากนี้กรมชลประทานได้วางแผนการบริหารจัดการน้ำ เพื่อลดยอดปริมาณน้ำหลากที่จะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง เข้าไปเก็บไว้ในทุ่งแก้มลิง 12 ทุ่ง ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ จำนวน 1.15 ล้านไร่ (พื้นที่ตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ลงมา) โดยได้ดำเนินการปรับปฏิทินการเพาะปลูกให้เร็วขึ้น ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2560 เป็นต้นมา เพื่อให้สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ก่อนจะถึงฤดูน้ำหลากเดือนกันยายน – ตุลาคม ปัจจุบันพบว่าภายในวันที่ 15 กันยายน 2560 นี้จะสามารถเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จในทุกพื้นที่ก่อนจะปรับพื้นที่ลุ่มต่ำที่มีทั้งหมด 12 ทุ่ง ให้เป็นพื้นที่รองรับน้ำหลากโดยที่ประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ได้กำหนดให้วันที่ 25 กันยายน 2560 เป็นวันเริ่มต้นตัดยอดน้ำผ่านระบบชลประทานเข้าทุ่งต่างๆ จำนวน 10 ทุ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยาประกอบด้วยทุ่งเชียงรากทุ่งฝั่งซ้ายคลองชัยนาท-ป่าสักทุ่งท่าวุ้งทุ่งบางกุ่มทุ่งบางกุ้งทุ่งป่าโมกทุ่งผักไห่ทุ่งเจ้าเจ็ดทุ่งพระยาบรรลือทุ่งโพธิ์พระยาและสำรองพื้นที่ไว้อีก 2 ทุ่งคือทุ่งบางบาลและทุ่งรังสิตใต้สามารถเก็บกักน้ำได้สูงสุด 1,500 ล้าน ลบ.ม.


เปิดอ่าน