เกษตรฯ แถลงเคลียร์ปม 3 วัตถุอันตรายจำกัดพื้นที่ใช้"ไกลโฟเซต"

ไกรโกรเสต, ไกลโฟเซต

เกษตรฯ แถลงเคลียร์ปม 3 วัตถุอันตรายจำกัดพื้นที่ใช้"ไกลโฟเซต"

          วันที่ 12 ก.ย.เวลา 11.00 น.ที่กรมวิชาการเกษตร นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดแถลงข่าวความคืบหน้าการพิจารณาลด ละ เลิกใช้วัตถุอันตรายทั้ง 3 ชนิด ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสาคัญในการลดการใช้สารเคมี และมีนโยบายที่จะผลิตสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐานและปลอดภัยจากสารตกค้างทั้งในผลผลิตและสิ่งแวดล้อม

            ทั้งนี้ตามที่มีข้อเสนอของคณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกาจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ของกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2560 เสนอให้พิจารณาลด ละ เลิกใช้ วัตถุอันตราย paraquat dichloride , chlorpyrifos และ glyphosate-isopropylammonium เนื่องจากมีข้อมูลที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม โดยเสนอให้ ห้ามใช้วัตถุอันตราย paraquat dichloride และ chlorpyrifos ภายในต้นเดือนธันวาคม 2562 โดยจะมีการจำกัดการใช้ glyphosate-isopropylammonium อย่างเข้มงวด ซึ่งภายหลังจากที่กระทรวงสาธารณสุขได้แถลงการณ์แล้ว กรมวิชาการเกษตรได้ดำเนินการ ดังนี้

          เริ่มจากการจัดประชุมเพื่อรวบรวมข้อมูล โดยมีนักวิชาการด้านสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม เกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมประชุม เมื่อวันอังคารที่ 25 เมษายน 2560 จากนั้นได้แจ้งหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จานวน 9 หน่วยงาน โดยมีหน่วยงานแจ้งข้อคิดเห็นและส่งข้อมูลเพิ่มเติม จำนวน 6 หน่วยงาน ซึ่งส่วนใหญ่เห็นด้วยกับข้อกังวลด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของคณะกรรมการดังกล่าว

            จากนั้นคณะทำงานดาเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายที่ต้องเฝ้าระวังของกรมวิชาการเกษตร เพื่อศึกษาข้อมูลพิษวิทยา ประเมินความเป็นอันตราย และผลกระทบจากการใช้วัตถุอันตราย โดยได้ประชุมไปแล้ว 8 ครั้ง

          คณะทำงานพิจารณาสารทดแทนวัตถุอันตราย paraquat dichloride, chlorpyrifos และ glyphosate-isopropylammonium ของกรมวิชาการเกษตร ซึ่งมีผู้แทนจากมหาวิทยาลัย 5 สถาบันร่วมเป็นคณะทางานฯ เพื่อกาหนดหลักเกณฑ์การหาสารที่จะนามาใช้เป็นสารทางเลือก กรณีที่มีความจาเป็นต้องควบคุมสารทั้ง 3 ชนิด โดยได้ประชุมไปแล้ว 3 ครั้ง

            จัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียในการพิจารณาลด ละ เลิกใช้วัตถุอันตรายทั้ง 3 ชนิด จำนวน 4 ครั้ง และจัดทาแบบสอบถามเพื่อสารวจความเห็น โดยประชาสัมพันธ์ผ่านเวปไซด์ของกรมวิชาการเกษตร ตู้ ปณ. 1031 และทางจดหมายอิเลคทรอนิค ardpesti@doa.in.th

              อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ผลจากการดาเนินการทั้งหมดดังกล่าว ได้ข้อสรุปว่ากรมวิชาการเกษตร จะดาเนินการต่อข้อเสนอของคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ ดังนี้ สำหรับ glyphosate จะจากัดการใช้อย่างเข้มงวดตามข้อเสนอ โดยให้ผู้ประกอบการรายงานการนาเข้า การผลิต การส่งออก การจาหน่าย พื้นที่การใช้ และปริมาณคงเหลือ  ระบุพื้นที่ห้ามใช้ในฉลากวัตถุอันตราย ควบคุมการโฆษณา

             ส่วน paraquat dichloride และ chlorpyrifos กรมวิชาการเกษตรได้รวบรวมข้อมูลด้านพิษวิทยาของสาร ด้านประสิทธิภาพในการใช้ ด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้านการห้ามใช้ในต่างประเทศ ด้านการห้ามใช้ตามข้อตกลงของอนุสัญญา ข้อมูลจากการรับฟังความคิดเห็น รวมทั้งข้อมูลด้านสุขภาพอนามัย ที่ได้รวบรวมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุข

             แต่เนื่องจากกรมฯ ยังไม่มีความเชี่ยวชาญที่จะพิจารณานาข้อมูลด้านสุขภาพอนามัย มาวินิจฉัยได้อย่างชัดแจ้งว่าสารดังกล่าวมีอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ตามที่มีการกล่าวอ้างหรือไม่ จึงเห็นสมควรที่จะขอคาปรึกษาในเรื่องดังกล่าวจากคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งมีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน และประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ รวมไปถึงผู้แทนจากหน่วยงานด้านสาธารณสุข ตามอานาจหน้าที่ในมาตรา 7 (4) แห่งพ.ร.บ. วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

              “กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสาคัญในการลดการใช้สารเคมี และมีนโยบายที่จะผลิตสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐานปลอดภัยจากสารตกค้างทั้งในผลผลิตและสิ่งแวดล้อม และพร้อมที่จะสนับสนุนการลด ละ เลิก การใช้ เมื่อมีความจาเป็น โดยคานึงถึงความเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์เป็นสาคัญ อย่างไรก็ตามเพื่อรองรับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น กระทรวงเกษตรฯ จะศึกษาและเร่งรัดหาวิธีการที่เหมาะสมเพื่อเป็นทางเลือกทดแทนการใช้สารดังกล่าวต่อไป” อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าวย้ำ

  


เปิดอ่าน