royal coronation
วันที่ 22 กรกฎาคม 2562
เกษตร/ทำกิน/สัตว์เลี้ยง

ปศุสัตว์แจงกรณีเกษตรกรขายกระบือในโครงการธนาคารโค-กระบือฯ 

วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 - 19:45 น.
ปศุสัตว์, แจง, กรณี, เกษตรกร, ขาย, กระบือ, โครงการ, ธนาคาร, โคก, ระบือ
Shares :
เปิดอ่าน 814 ครั้ง

ปศุสัตว์แจงกรณีเกษตรกรขายกระบือในโครงการธนาคารโค-กระบือฯ 

              วันที่ 20 ก.ค.60   นายสัตวแพทย์อภัย  สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่าจากการที่มีผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่ง ชื่อ Rapeepak Taratornpitak ได้โพสต์เรื่องราวการฝากเลี้ยงกระบือไว้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ และต่อมาไม่พบกระบือตัวดังกล่าว นั้น  กรมปศุสัตว์ได้ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นแล้ว ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2559 นายรพีพัค ธราธรพิทักษ์ อยู่ที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้บริจาคกระบือเพศเมียอายุประมาณ 4 ปี  จำนวน 1  ตัว มูลค่า 35,000 บาท เพื่อนำเข้าโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอเขาค้อได้คัดเลือกเกษตรกรชื่อ นายวรพล  แก้วแดง  อยู่ที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อนำไปเลี้ยงดู โดยได้ทำสัญญายืมเพื่อการผลิต เลขที่ พช 43/59 ซึ่งนายวรพล ให้การว่าได้นำกระบือตัวดังกล่าวไปเลี้ยงดูจริง  แต่ปรากฏว่ากระบือมีนิสัยไม่เชื่อง บังคับยากและไม่สามารถสืบพันธุ์ได้ โดยเจ้าหน้าที่ผสมเทียมตรวจสอบแล้ว พบว่าระบบสืบพันธุ์ไม่สมบูรณ์ และได้รายงานให้ปศุสัตว์อำเภอเขาค้อทราบด้วยแล้ว ต่อมา นายวรพลฯ ได้ขายกระบือตัวดังกล่าวในราคา 35,000 บาท และนำเงินที่ได้ไปซื้อกระบือตัวใหม่ เป็นกระบือแม่และลูก จำนวน 2 ตัว  ราคา 37,000 บาท โดยเพิ่มเงินอีก 2,000 บาท  ซึ่งการกระทำดังกล่าวไม่ได้แจ้งให้ปศุสัตว์อำเภอเขาค้อทราบ  
            อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวต่อว่า ตามระเบียบกรมปศุสัตว์ว่าด้วยการดำเนินการโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร  ตามพระราชดำริ พ.ศ. 2556  มีเงื่อนไข หากเกษตรกรผู้ยืมทำสัญญายืมแม่โคหรือแม่กระบือไป  3  ปีแล้ว  ไม่มีลูกโคหรือลูกกระบือ  ทางธนาคารฯจะถอนการให้ยืมและเกษตรกรผู้ยืมจะต้องนำแม่โคหรือแม่กระบือที่ยืมดังกล่าวนั้นส่งคืนธนาคารฯ เพื่อให้ปศุสัตว์จังหวัดนำไปให้บริการแก่เกษตรกรรายอื่นยืมต่อไป เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าเป็นความบกพร่องทางระบบสืบพันธุ์ของแม่โคหรือแม่กระบือ  ไม่ใช่เป็นความบกพร่องที่เกิดจากเกษตรกรผู้ยืม  ให้ทดแทนแม่โคหรือแม่กระบือให้เกษตรกรผู้นั้น และทำสัญญาใหม่ ซึ่งตามสัญญาฯ หากผู้ยืมไม่ปฏิบัติตามสัญญานี้ไม่ว่าข้อหนึ่งข้อใด ผู้ให้ยืมมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ทันทีโดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้าก่อน  และผู้ยืมจะต้องเสียเบี้ยปรับในอัตรา 2 เท่า ของมูลค่าโค-กระบือ ที่ยืมตามสัญญานี้
            ดังนั้น เมื่อกรมปศุสัตว์ พิจารณาแล้วเห็นว่ากรณีที่นายวรพล แก้วแดง  ได้ขายกระบือโดยพลการไม่ได้แจ้งกรมปศุสัตว์ทราบ ถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่ผสมเทียมตรวจสอบแล้วพบระบบสืบพันธุ์ไม่สมบูรณ์ก็ตาม นายวรพลฯ ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะนำกระบือตัวดังกล่าวไปจำหน่าย

                   ดังนั้น การกระทำดังกล่าวถือว่าไม่ปฏิบัติตามระเบียบและเงื่อนไขของโครงการฯ  โดยจะอ้างว่าไม่ทราบระเบียบและเงื่อนไขของโครงการนั้นไม่ได้  เนื่องจากเกษตรกรที่รับมอบสัตว์จากโครงการ ต้องทำสัญญายืมเพื่อการผลิต โดยสัญญาได้ชี้แจงข้อปฏิบัติไว้ชัดเจน กรมปศุสัตว์จึงดำเนินการตามความในสัญญายืมโค-กระบือเพื่อการผลิตโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ  ข้อ 11. คือ บอกเลิกสัญญาทันทีโดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้าก่อน และผู้ยืมจะต้องเสียเบี้ยปรับในอัตรา 2 เท่า ของมูลค่าโค-กระบือที่ยืมตามสัญญา  
                       สำหรับประเด็นที่ปศุสัตว์อำเภอเขาค้อพูดว่า ให้นำเงินไปซื้อเจ้าบุญรอดคืน เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบของปศุสัตว์อำเภอเขาค้อ ซึ่งได้มีการกล่าวขอโทษนายรพีภัคต่อหน้าพนักงานสอบสวน สภ.เขาค้อ ซึ่งนายรพีภัคฯได้ยกโทษในกรณีนี้ให้แล้ว กรมปศุสัตว์จึงขอชี้แจงข้อเท็จจริงให้สาธารณชนได้รับทราบต่อไป  

Shares :
เปิดอ่าน 814 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ