ข่าว

“บิ๊กฉัตร” ปลื้มนโยบายแปลงใหญ่ถูกทาง

“บิ๊กฉัตร” ปลื้มนโยบายแปลงใหญ่ถูกทาง

22 มิ.ย. 2560

“บิ๊กฉัตร” ปลื้มนโยบายแปลงใหญ่ถูกทาง

              พล.อ.ฉัตรชัย  สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า นโยบายเกษตรแปลงใหญ่ที่กระทรวงเกษตรฯ สนับสนุนและผลักดันมาตลอดในระยะสองปีที่ผ่านมา ปัจจุบันพบว่า มีเกษตรแปลงใหญ่ทั้งประเทศ 2,138 แปลง รวมพื้นที่ 3.10 ล้านไร่ เกษตรกร 225,010 ราย จำ
นวน 67 ชนิดสินค้า ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ประเมินผลการดำเนินการพบว่า เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น 992 - 1,565 บาท/ไร่

           และหนึ่งในตัวอย่างพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่อีกแห่งหนึ่งที่เห็นผลชัดเจน คือ  เกษตรแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน อ.สิเกา จ.ตรัง ที่มีการผลิตในพื้นที่ที่มีความเหมาะสมตาม Agri-Map มีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันมากที่สุดใน จ.ตรัง พื้นที่ 44,074 ไร่  โดยเกษตรกรได้ปรับเปลี่ยนการปลูกปาล์มแบบเดิมมารวมกันจัดตั้งกลุ่มในรูปวิสาหกิจชุมชน “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน กลุ่มสิเกา-วังวิเศษ” มีสมาชิก 99 ราย พื้นที่ 182 แปลง มีพื้นที่เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 2,756 ไร่ เป็นลักษณะเกษตรแปลงใหญ่ และได้นำระบบ RSPO (Roundtable on Sustainable Palm Oil) มาใช้ คือ การผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน โดยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบต่อชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงเกษตรฯ เข้าไปให้ความรู้ สร้างความเข้าใจ และ ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรองค์ความรู้ที่จำเป็นแก่เกษตรกร ซึ่งมีฐานเรียนรู้ 3 ฐาน คือ 1) การจัดการสวนปาล์มน้ำมันก่อนให้ผลผลิต 2) การจัดการสวนปาล์มน้ำมันช่วง 10 ปีแรกของการปลูก และ 3) การจัดการสวนปาล์มน้ำมันช่วง 10 ปีหลังของการปลูก
          โดยผลการดำเนินการทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุน อาทิ ค่าปุ๋ย ที่ได้ปุ๋ยอินทรีย์จากโรงงาน เช่น ทะลายปาล์ม/ขี้เค้ก ในอัตราอย่างน้อยไร่ละ 1 ตัน ลดต้นทุนได้ไร่ละ 1,000 บาท  มีการตรวจดินเบื้องต้นเพื่อจัดทำเป็นปุ๋ยสั่งตัด ซึ่งปุ๋ยสั่งตัดราคาถูกกว่าปุ๋ยทั่วไป 5 บาท/กก. ซึ่งจะใช้ปุ๋ยไร่ละ 264 กก. สามารถลดต้นทุนปุ๋ยได้ ไร่ละ 1,320 บาท  ขณะเดียวกัน ผลผลิตเพิ่มขึ้น โดยก่อนเข้าร่วมเกษตรแปลงใหญ่ มีผลผลิตเฉลี่ย 3.2 ตัน/ไร่/ปี หลังเข้าร่วมโครงการ ผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 4.2 ตัน/ไร่/ปี คิดเป็นร้อยละ 31 ผลผลิตเพิ่มขึ้นไร่ละ 4,000 บาท  และจากการเข้าร่วมตามมาตรฐาน RSPO ราคาเพิ่มขึ้น 0.15 บาท/กก. เพิ่มขึ้นไร่ละ 630 บาท รวมแล้ว ใน 1 ไร่ ลดต้นทุนได้ 2,320 บาท เพิ่มราคาผลผลิตได้ 4,630 บาท รวมแล้วเกษตรมีเงินเพิ่ม 6,950 บาท/ไร่/ปี
          “เกษตรแปลงใหญ่หรือ  Collaborative Farming ที่หลายๆ ประเทศกำลังนำมาใช้ในเร็วๆ นี้ เช่น ประเทศไอร์แลนด์ และ ประเทศออสเตรเลีย เพื่อแก้ปัญหาภาคการเกษตรในด้านโครงสร้างแรงงาน การรวมกลุ่มซื้อปัจจัยการผลิต การถ่ายทอดความรู้ การใช้เทคโนโลยีร่วมกัน และ การบริหารจัดการ/การตลาด ซึ่งต้องทำงานร่วมกัน ทำการเกษตรที่สามารถลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และ ผลผลิตมีคุณภาพ เพื่อตอบโจทย์ 2 ข้อ คือ 1. เกษตรกรมีรายได้เพียงพอ/มีเกียรติความภาคภูมิใจ 2. มีสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพที่ตรงความต้องการผู้บริโภคนั้น ซึ่งประเทศไทยได้ดำเนินการอย่างจริงจังมาแล้วสองปี และจะเริ่มผลักดันให้เกิดมากขึ้นต่อเนื่อง โดยขณะนี้หลายพื้นที่เริ่มเห็นผลที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งสะท้อนได้ว่านโยบายเดินมาถูกทางแล้ว โดยในอีก 5 ปีข้างหน้า กระทรวงเกษตรฯ ตั้งเป้าหมายว่าประเทศไทยจะมีเกษตรแปลงใหญ่ไม่น้อยกว่า 25 ล้านไร่ ร่วมกันผลักดันเกษตรแปลงใหญ่ หรือ Collaborative Farming เพื่อเกษตรกรคนส่วนใหญ่ของประเทศไทย และ เพื่ออาหารที่มีคุณภาพความปลอดภัยต่อผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ” พลเอก ฉัตรชัย กล่าว