ข่าว

กยท. และ เหินฟง ลงนามซื้อขายประเดิมล๊อตแรก 5,000 ตัน

กยท. และ เหินฟง ลงนามซื้อขายประเดิมล๊อตแรก 5,000 ตัน

24 พ.ค. 2560

กยท. และ เหินฟงลงนามบันทึกสัญญาซื้อขายประเดิมล๊อตแรก 5,000 ตัน

                วันที่ 24 พ.ค.60 ดร.ธีธัช  สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลังจากลงนามบันทึกช่วยจำ เมื่อครั้งที่ กยท.ไปดูงานที่ประเทศจีนในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา และได้มีโอกาสได้ไปดูศักยภาพการผลิตของบริษัท เหินฟง รับเบอร์ อินดัสเทรียล จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตยางล้อรายใหญ่ 1 ใน 3 ของประเทศจีน ที่มีกำลังการผลิตจำนวนมาก เพราะมีความต้องการใช้ยางวันละประมาณ 30,000 ตัน เราจึงนำความต้องการนี้มาพิจารณาว่ากำลังการผลิตที่สามารถหาได้จะตอบโจทย์ความต้องการของบริษัท เหินฟง ได้มากน้อยเท่าไรได้บ้าง ณ วันนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นของการซื้อขายยาง ซึ่งทางบริษัทฯ ได้ส่งผู้มีอำนาจลงนาม มาลงนามซื้อขายฉบับแรก

               โดยในสัญญาซื้อขายฉบับแรกนั้นได้แสดงความจำนงต้องการซื้อยางจากการยางแห่งประเทศไทยเดือนละ 5,040 ตัน ซึ่งจะเป็นยางประเภท STR 20 หรือยางคอมปาวน์  ตามมาตรฐานสากล โดย กยท. จะเป็นผู้รวบรวมยางจากพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางด้วยการซื้อผ่านทางสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. และคัดเลือกยางที่มีคุณภาพเหมาะสมตรงตามความต้องการ ทั้งนี้ จะเป็นการดูดซับเอายางจากฤดูกาลเปิดกรีดนี้ออกจากตลาดได้ประจำทุกเดือน ซึ่งเกษตรกรชาวสวนยาง หรือสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางที่มีศักยภาพจะมีส่วนร่วมในการจำหน่ายวัตถุดิบในโครงการนี้ด้วย

                  ดร.ธีธัช  กล่าวเพิ่มเติมว่า ความต้องการใช้ยางของบริษัท เหินฟง นั้นมีมากกว่านี้มาก แต่ในจุดเริ่มต้นจะเริ่มที่ประมาณ 5,000 ตันต่อเดือน และหากผ่านไปแล้ว 6 เดือนถึง 8 เดือน ถ้าเราเห็นศักยภาพของคู่ค้าและศักยภาพของผู้ผลิตแล้ว กยท.ก็อาจจะปรับเพิ่มตามความต้องการใช้ เพราะในเครือบริษัทของกลุ่ม เหินฟง มีมากถึง  45 บริษัท ที่อยู่ในมลฑลชานตุง ซึ่งมีความต้องการใช้ยางปีละ 1.5 ล้านตัน

            “สำหรับโครงการนี้ กยท. ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตรายเดียว แต่จะต้องรับซื้อยางไม่ว่าจะเป็นยางก้อนถ้วย หรือยางประเภทอื่นๆ จากเกษตรกร เพื่อนำมาแปรรูปเป็นยาง STR 20 ผ่านโรงงานทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ กยท. แต่ถ้าปริมาณความต้องการใช้ยางเพิ่มมากขึ้น จะเปิดรับจากสถาบันเกษตรกรผู้ผลิตสินค้าดังกล่าว ซึ่งมีโรงงานที่จะมาเข้าร่วมโครงการและผลิตคุณภาพเดียวกัน ภายใต้การรับรองของ กยท.”

                 Mr.SHUO LU ประธานกรรมการ บริษัท เหินฟง รับเบอร์ อินดัสเทรียล จำกัด กล่าวว่า มีความยินดีมากที่มีการดำเนินการทำสัญญาซื้อขายยางอย่างเป็นทางการร่วมกับ การยางแห่งประเทศไทย ซึ่งประเทศไทยและจีนมีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันมาเป็นเวลายาวนาน ประเทศจีนถือว่ามีการใช้ยางในมากที่สุดในโลก ในขณะที่ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกยางมากที่สุดในโลก ซึ่งในปีที่ผ่านมาประเทศจีนนำเข้ายางจากประเทศต่าง ๆ เป็นจำนวนประมาณ 4.8 ล้านตัน โดยนำเข้ายางจากประเทศไทยในปริมาณมากที่สุด ทั้งนี้ ทางบริษัทได้นำเข้าวัตถุดิบจากประเทศไทยและมาเลเซียป้อนเข้าโรงงานเพื่อผลิตยางล้อ คิดเป็น 30,000 ตัน/วัน และในปีนี้โรงงานจะผลิตยางล้อ 800,000 เส้น และ ยางรถเล็ก 300,000 เส้น

                   “การร่วมธุรกิจซื้อขายยางครั้งนี้จะส่งผลดีในด้านราคาที่ยุติธรรม เนื่องจากเป็นการซื้อขายที่ไม่ผ่านคนกลางใดๆ ทั้งสิ้น และรู้สึกเชื่อมั่นในคุณภาพยางของประเทศไทย เชื่อมั่นใน กยท. และกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางผู้ผลิตยางที่ กยท. ดูแล ซึ่ง กยท. จะสามารถนำยางที่มีคุณภาพส่งให้บริษัทตามที่ต้องการได้ ซึ่งนำไปสู่การร่วมดำเนินธุรกิจซื้อขายยางที่ดีต่อไปในอนาคต”Mr.SHUO LU กล่าวทิ้งท้าย

                    นายสังข์เวิน  ทวดห้อย ผู้แทนเกษตรกรชาวสวนยาง กรรมการคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่าการลงนามบันทึกข้อตกลงซื้อขายยางระหว่าง กยท. และ บริษัท เหินฟง รับเบอร์ อินดัสเทรียล จำกัด จากประเทศจีน ในฐานะเกษตรกรชาวสวนยางมีความพึงพอใจมาก เพราะเรามีความมุ่งหวังในการเป็นผู้นำด้านการผลิตยาง ซึ่งในระดับต่างประเทศ เกษตรกรชาวสวนยางก็สามารถทำได้ และขณะนี้ กยท.ได้ทำหน้าที่ในการมองหาตลาด เป็นสื่อกลางให้กับพ่อค้า เพื่อรวบรวมวัตถุดิบที่มีคุณภาพขายให้ผู้บริโภคโดยตรง

                 ฉะนั้นเกษตรกรชาวสวนยาง ซึ่งเป็นฝ่ายผลิต ฝ่ายวัตถุดิบจะต้องให้ความสำคัญในกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำคือ การดูแลและควบคุมเรื่องคุณภาพ อย่างเช่นยางก้อนถ้วย ควรให้ความระมัดระวังไม่ให้มีสิ่งปลอมปน ในส่วนของกลางน้ำ จะต้องมีกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพเช่นกัน เพื่อรักษาคุณภาพและมาตรฐานของยางพาราไทย ซึ่งผู้บริโภค หรือผู้ซื้อจะได้เชื่อมั่นและพึงพอใจต่อสินค้า ก่อให้เกิดการซื้อขายและทำธุรกิจร่วมกันอย่างยาวนานที่สุด