กว่าจะถึงวันนี้“บัวไข เติมศิลป์”เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติปี 2560

บัวไข เติมศิลป์, กว่า, วันนี้, บัวไข, เติม, ศิลป์, เกษตรกร, ดีเด่น, แห่งชาติ, กว่าจะถึงวันนี้บัวไข, 2560, รพชในสมัยนั้น, AGRI MAP, ประเภทผ้าไหมมัดหมี่

กว่าจะถึงวันนี้“บัวไข เติมศิลป์” เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหมปี 2560

        ชีวิตเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะการปเป็นได้ น่าจะใช้ได้ดีกับวิถีชีวิตของ“บัวไข เติมศิลป์”เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ปี 2560  ที่เพิ่งได้รับพระราชทานโล่รางวัลจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา

กว่าจะถึงวันนี้“บัวไข เติมศิลป์”เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติปี 2560

         บัวไขเกิดในครอบครัวที่มีพื้นเพปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้า วัยเด็กได้ช่วยแม่เก็บใบหม่อนเลี้ยงไหมมาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ก่อนออกมาทำอาชีพเลี้ยงไหมอย่างจริงจังหลังเรียนจบชั้นป.4 กระทั่งอายุ 15 ปี จึงสมัครเป็นสมาชิกกลุ่มเลี้ยงไหมวัยอ่อนตำบลห้วยบง ตามโครงการส่งเสริมอาชีพของสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท (รพช.ในสมัยนั้น) ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดชัยภูมิในปี 2522 ซึ่งได้รับการสนับสนุนโรงเลี้ยงไหมวัยอ่อน

     จากนั้นในปีถัดมาเกิดสภาวะแห้งแล้งไม่สามารถทำนาได้ ที่นาเป็นที่ดอนไม่มีแหล่งน้ำ ประกอบกับเป็นบุตรคนโตต้องดูแลน้อง ๆ จำเป็นต้องหางานอื่นทำ จึงได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ สมัครงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กและแม่บ้าน ระหว่างที่ทำงานในกรุงเทพฯ อยากกลับบ้านมาประกอบอาชีพเลี้ยงไหม แต่ในสมัยนั้นถ้าเลี้ยงไหมอย่างเดียว อาจจะเลี้ยงดูครอบครัวไม่ได้ เนื่องจากราคาเส้นไหมยังไม่สูง ระหว่างนั้นได้ดูข่าวพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ทุรกันดารได้เลี้ยงไหม ทอผ้าไหม ทำให้เกิดแรงบันดาลใจอีกครั้ง ประกอบกับน้องๆได้ออกเรือนสร้างครอบครัวสามารถดูแลตนเองและครอบครัวได้แล้ว จึงได้กลับภูมิลำเนาจังหวัดชัยภูมิและได้เริ่มต้นเลี้ยงไหมอย่างจริงจังบัดนั้นเป็นต้นมา

กว่าจะถึงวันนี้“บัวไข เติมศิลป์”เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติปี 2560

        “ก็คิดว่าไม่มีอาชีพอะไรที่ได้ดีเท่ากับอาชีพที่บรรพบุรุษให้มา ครอบครัวเราก็ยึดอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหมหาเลี้ยงครอบครัวมาตั้งแต่อดีต ก็เลยตัดสินใจมาสานต่ออาชีพของครอบครัวแล้วอีกอย่างตอนนั้นดูข่าวพระราชินีในรัชกาลที่9ได้ส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเพื่อเป็นอาชีพ สร้างรายได้ก็ตั้งใจสนองแนวพระราชดำริพระองค์ท่านด้วย”บัวไขเผยความตั้งใจในการทำอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม 

         กระทั่งปีพ.ศ. 2553 กรมหม่อนไหม โดยศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ชัยภูมิ จัดโครงการฝึกอบรมการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมแบบเน้นหนักหลักสูตร 10 วัน จำนวนเกษตรกร 10 ราย โดยจัดอบรม ณ ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ชัยภูมิ เธอได้เข้าร่วมโครงการ ในนามกลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านห้วยบง –หนองสะแบง โดยสมาชิกเลือกให้เธอเป็นผู้นำ เหตุเพราะเป็นผู้ที่มีบุคลิกร่าเริง กล้าพูด กล้าแสดงออก มีมนุษย์สัมพันธ์กับคนทั่วไป หลังจากฝึกอบรมแล้ว ได้รับการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ เช่น กระด้งไม้ไผ่ จ่อไม้ไผ่ ไข่ไหม ต้นหม่อน และอื่นๆ โดยสมาชิกในกลุ่มได้มีการเลี้ยงไหม 6 รุ่นต่อปี รุ่นละ 1 แผ่น พันธุ์ไหมที่เลี้ยง คือ พันธุ์ดอกบัว 

กว่าจะถึงวันนี้“บัวไข เติมศิลป์”เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติปี 2560

        ต่อมาได้รับการสนับสนุนพื้นที่ปลูกหม่อน จำนวน 80 ไร่จากอบต.ห้วยบง จึงได้จัดตั้งเป็นกลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหมตำบลห้วยบง โดยมีเธอเป็นประธานกลุ่ม ปัจจุบันมีสมาชิก 700 คน เมื่อรวมกลุ่มเป็นกลุ่มระดับตำบล มีปัญหาทั้งด้านการบริหารจัดการกลุ่ม การผลิต การตลาด เธอได้เสียสละกำลังกาย กำลังสติปัญญา ฝ่าฟันปัญหาต่างๆ และได้ประชุมแบ่งแปลงหม่อนให้แต่ละคนรับผิดชอบในแปลงรวม 80 ไร่ มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ โดยการติดมอเตอร์กับเครื่องสาวไหม เป็นเครื่องสาวไหมมอเตอร์แบบ 2 หัวสาว และมีความพยายามในการจัดการผลผลิตให้ได้ผลผลิตเส้นไหมคุณภาพ การแก้ปัญหาด้านการตลาด โดยการติดต่อขายเส้นไหมเองในกลุ่มต่างจังหวัดในเครือข่าย เช่น นครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ เป็นต้น

        สำหรับครอบครัวของเธอแต่เดิมจัดได้ว่าเป็นครอบครัวที่มีรายได้น้อย แต่หลังจากประกอบอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอยางจริงจัง ทำให้ครอบครัวมีรายได้เพิ่มขึ้น มีความอยู่ดีกินดี จนสามารถซื้อที่นาเพิ่มจำนวน 4 ไร่และซื้อวัวอีก 4 ตัว สามารถปลดหนี้และมีเงินออม  

กว่าจะถึงวันนี้“บัวไข เติมศิลป์”เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติปี 2560

       จากความสำเร็จของผลงานทั้งปริมาณและคุณภาพ ตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติงานและความยั่งยืนในอาชีพเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 38 ปี ทำให้สามารถขยายพื้นที่ปลูกหม่อน โดยมีการปรับปรุงพื้นที่นาจำนวน 5 ไร่ ให้เป็นพื้นที่ปลูกหม่อน ผลสด จำนวน 1 ไร่ ปลูกหม่อนพันธุ์บุรีรัมย์ 60 จำนวน 2 ไร่ และปลูกหม่อนพันธุ์สกลนคร จำนวน 2 ไร่ ตามโครงการปรับเปลี่ยนกิจกรรมการผลิตในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมเป็นแปลงหม่อน (AGRI MAP) ปัจจุบัน มีพื้นที่ปลูกหม่อนรวม 8 ไร่ โดยปลูกหม่อนพันธุ์เชียงใหม่ จำนวน 1 ไร่ พันธุ์บุรีรัมย์ 60 จำนวน 3 ไร่ และพันธุ์สกลนคร จำนวน 4 ไร่

       จากนั้นได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมจากศูนย์หม่อนไหมเฉลิม พระเกียรติฯ ชัยภูมิ จนสามารถผลิตเส้นไหมคุณภาพตามมาตรฐาน มกษ.8000-2555 ซึ่งผลผลิต เส้นไหมที่ได้จะส่งให้กลุ่มทอผ้าคญาบาติกเป็นประจำทุกเดือน ทำให้มีรายได้จากการจำหน่ายเส้นไหม ดักแด้ และผ้าไหม ปีละไม่ต่ำกว่า 235,820 บาท ไม่เพียงเท่านั้นผลิตภัณฑ์ผ้าไหมของเธอยังได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 2 การประกวดผ้าไหม (ประเภทผ้าไหมมัดหมี่)ในงาน “ท่องเที่ยวเมืองวัฒนธรรม มหกรรมผ้าไหมชัยภูมิ เทอดไท้องค์ราชินี” ปี 2558 อีกด้วย

กว่าจะถึงวันนี้“บัวไข เติมศิลป์”เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติปี 2560

        ด้วยความที่เธอเป็นผู้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีฝีมือด้านการสาวไหม และต้องการอนุรักษ์ภูมิปัญญาดั้งเดิมของชุมชน จึงได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ภูมิปัญญาหม่อนไหม และได้รับรางวัลศูนย์เรียนรู้ดีเด่นด้านหม่อนไหมจังหวัดชัยภูมิอีกด้วย ซึ่งมีหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และผู้สนใจมาศึกษาดูงานอยู่เป็นประจำและยังทำหน้าที่เป็นวิทยากรด้านการสาวไหมให้กับกลุ่มต่างๆทั้งในจังหวัดชัยภูมิและจังหวัดใกล้เคียงอีกด้วย

         สำหรับเกษตรกร กลุ่มเกษตรกรหรือผู้สนใจเกี่ยวกับการปลูกหม่อนเลัี้ยงไหมและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากไหม สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่บัวไข เติมศิลป์ เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมปี 2560และประธานกลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านห้วยบง –หนองสะแบงโทร.08-78800906ต้องการเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ภูมิปัญญาหม่อนไหม เลขที่ 151 หมู่ที่ 2 ตำบล ห้วยบง อำเภอ เมือง จังหวัด ชัยภูมิ รหัสไปรษณีย์ 36000 ได้ทุกวันไม่มีวันหยุด                       


เปิดอ่าน