ก.เกษตรฯ เตรียมชี้ชะตา"3 สารเคมี"!

โดย -โต๊ะข่าวเกษตร

              กระทรวงเกษตรฯ เตรียมชี้ชะตา 3 สารเคมี จับมือกรมอนามัย กรมควบคุมโรค และกรมการแพทย์ ร่วมพิจารณาผลกระทบต่อสุขภาพ ส่วนพิษตกค้างและสิ่งแวดล้อม ชงคณะกรรมการเฝ้าระวังวัตถุอันตราย ใช้ข้อมูลทางวิชาการและหลักเกณฑ์ 12 ข้อตามมาตรฐานFAOและWHO

              พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการที่ นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตรได้ร่วมเสวนาวิชาการ “การเกษตรไทยต้องพึ่งพาสารกำจัดศัตรูพืชจริงหรือ” ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมวัชพืชแห่งประเทศไทย ประเด็นหนึ่งที่ได้มีการนำเสนอจากผู้ที่เข้าร่วมเสวนาครั้งนี้คือ สารเคมีจำนวน 3 ชนิด ได้แก่พาราควอต ไกลโฟเสต และคลอไพรีฟอส ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้เตรียมหารือกรมอนามัย กรมควบคุมโรค และกรมการแพทย์ เพื่อร่วมพิจารณาผลกระทบต่อสุขภาพ ส่วนประเด็นสารพิษตกค้าง และสิ่งแวดล้อม เตรียมเสนอคณะกรรมการเฝ้าระวังวัตถุอันตรายพิจารณา โดยจะใช้ข้อมูลทางวิชาการและหลักเกณฑ์ 12 ข้อตามมาตรฐานFAOและWHO

             นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า มีการกล่าวว่าสารเคมีทั้ง 3 ชนิดดังกล่าว เป็นสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีอันตรายควรที่จะมีการพิจารณายกเลิกการใช้หรือไม่ รวมทั้งจากการที่ผู้แทนเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช(Thai-PAN)ได้แจ้งข้อคิดเห็นและแนวทางการจัดการสารเคมีทั้ง3 ชนิดดังกล่าว ของคณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งแต่งตั้งโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการควบคุมวัตถุอันตรายเป็นคณะกรรมการฯ และมีผู้แทนเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช(Thai-PAN)เป็นฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการฯ ซึ่งคณะกรรมการดังกล่าวได้เสนอแนวทางในการดำเนินการสารเคมีทั้ง 3 ชนิดไว้ ดังนี้

                   พาราควอทที่ประชุมมีข้อเสนอ ให้กำหนดระยะเวลายกเลิกการใช้ในปี 2562 เพื่อให้ผู้ประกอบการและเกษตรกรมีเวลาเตรียมตัวหาทางเลือกอื่นอีก 3 ปีโดยไม่อนุญาตให้มีการขึ้นทะเบียนเพิ่มและไม่ต่ออายุทะเบียนเนื่องจากเป็นสารที่มีพิษเฉียบพลันสูง และมีประเทศต่างๆมากกว่า 40 ประเทศยกเลิกการใช้

                   ไกลโฟเสต ที่ประชุมมีข้อเสนอ ให้จำกัดการใช้อย่างเข้มงวด โดยห้ามใช้สำหรับการเกษตรในพื้นที่สูงและพื้นที่ต้นน้ำ ห้ามใช้ในบริเวณแม่น้ำ ลำคลอง และแหล่งน้ำและพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งห้ามใช้ในพื้นที่สาธารณะ และเขตชุมชน โดยมีเหตุผล เนื่องจากองค์กรอนามัยโลกกำหนดให้เป็นสารที่น่าจะก่อมะเร็ง

                   คลอไพริฟอส ที่ประชุมมีข้อเสนอ ให้ยกเลิกการใช้ในบ้านเรือน.ส่วนการใช้ทางการเกษตรให้กำหนดระยะเวลายกเลิกการใช้ในปี 2562 เพื่อให้ผู้ประกอบการและเกษตรกรมีเวลาเตรียมตัวหาทางเลือกอื่นอีก 3 ปีโดยไม่อนุญาตให้มีการขึ้นทะเบียนเพิ่มและไม่ต่ออายุทะเบียนและจำกัดการใช้อย่างเข้มงวดในภาคเกษตรห้ามใช้พืชผักและผลไม้โดยเด็ดขาด เนื่องจากพบการตกค้างของคลอร์ไพริฟอสอยู่ในกลุ่มสารเคมีที่ตกค้างสูงสุดเป็นอันดับสองรองจากคาร์เบนดาซิม และสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และจีนออกข้อกำหนดห้ามใช้ในผักและผลไม้ทุกชนิดจนถึงหลายประเภท

                 “กรมวิชาการเกษตรได้รับฟังข้อเสนอของคณะกรรมการฯ และได้แจ้งว่า จะนำข้อมูลที่คณะกรรมการฯ เสนอมาทั้งหมดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ได้แก่ข้อมูลที่เกี่ยวกับอันตรายต่อสุขภาพ กรมวิชาการเกษตรจะให้ กรมอนามัย กรมควบคุมโรค และกรมการแพทย์ ซึ่งมีความชำนาญในเรื่องดังกล่าวพิจารณา ส่วนในเรื่องการใช้ทางการเกษตร พิษตกค้าง และด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กรมวิชาการเกษตรจะมอบหมายให้คณะทำงานดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายที่ต้องเฝ้าระวังซึ่งมีผู้แทนที่รับผิดชอบในแต่ละสาขาวิชาพิจารณาข้อมูลทางวิชาการ โดยใช้หลักเกณฑ์การจัดวัตถุอันตรายเข้าอยู่ในรายการเฝ้าระวังของกรมวิชาการเกษตรจำนวน 12 ข้อ ซึ่งหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นไปตามมาตรฐานFAOและWHOโดยกำหนดให้การพิจารณาแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2560”อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าว

                                               


เปิดอ่าน