ข่าว

แขวนหมวกสันติบาล จับหมวกเกษตรกรเต็มขั้น

แขวนหมวกสันติบาล จับหมวกเกษตรกรเต็มขั้น

09 เม.ย. 2560

โดย - คนิตา สีตอง

 

          ร.ต.ท.สมบูรณ์ พลวัฒน์ อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล จ.ตรัง อยู่บ้านเลขที่ 38/10 ถ.โคกขัน ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง กล่าวว่า ก่อนที่จะเกษียณก็ได้วางแผนว่าจะต้องมีอะไรทำ ที่จะใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ก็คิดว่าว่าปลูกกล้วยไข่แซมในพื้นที่ว่างกลางร่องสวนปาล์มน้ำมัน เพราะเคยปลูกมาเมื่อปี 2538 จากนั้นก็ได้จัดหากล้าพันธุ์กล้วยไข่ และวางรูปแบบการปลูก

        สาเหตุที่เลือกปลูกกล้วยไข่แทนการปลูกกล้วยน้ำหว้า เหมือนเกษตรกรรายอื่นๆ เพราะว่าใช้พื้นที่ปลูกน้อยกว่า หากปลูกกล้วยน้ำว้า ระยะห่างของต้นปาล์มน้ำมันอยู่ที่ 9 เมตร ซึ่งกล้วยน้ำว้า ยิ่งโตกอจะยิ่งใหญ่ขยายขึ้นเรื่อยๆและตายยาก แต่กล้วยไข่จะตายเองในระยะเวลาประมาณ 6 ปี ซึ่งจะหมดสภาพไปเอง โดยที่คนปลูกไม่ต้องลงทุนให้รถมาไถ ซึ่งตนได้ปลูกกล้วยไข่แซมสวนปาล์มน้ำมัน บนเนื้อที่ 5 ไร่ การดูแลไม่ยุ่งยาก ปล่อยตามธรรมชาติ โดยเมื่อต้นกล้วยเข้าช่วงปีที่ 2 จะเริ่มแตกหน่อขึ้นมา และจะสังเกตว่าต้นไหนไม่สมบูรณ์ ก็จะเสริมด้วยปุ๋ยมูลสัตว์ จะไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ส่วนการดูแลก็ไม่ยาก ไม่ต้องรดน้ำ จะใช้น้ำฝนเพราะพื้นที่ตรงนี้จะมีความชุ่มชื้นของพื้นที่อยู่แล้ว และได้มีเจ้าหน้าที่ได้ลงมาสำรวจแปลงกล้วยไข่ ไม่ใช้สารเคมี เพื่อที่ให้ทางตนไปร่วมจำหน่ายที่ตลาดเกษตรกรปลอดสารพิษ

       ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้นำกล้วยไปวางจำหน่ายที่บริเวณหน้าบ้าน ก็ขายได้ไม่เดือดร้อน เรื่องการขาย แต่หลังจากที่มีร้านขายกาแฟมาเช่าหน้าบ้าน ก็เลยต้องวิ่งหาตลาด พร้อมนำกล้วยไปให้ดู เมื่อร้านค้าต่างๆเห็นกล้วยไข่ก็ตกลงรับซื้อ เพราะสภาพดูดี ผิวสวย หากผิวไม่สวยเขาก็ปฏิเสธ เพราะกล้วยไข่ ชาวไทยเชื้อสายจีนจะนิยมนำไปไหว้พระ โดยราคาขายจากสวนจะขายในราคากิโลกรัมละ 15 บาท ยกทั้งเครือจะตัดด้านบนเสมอลูกสุดท้าย ส่วนปลายก็ตัดเสมอ แล้วนำขึ้นชั่งกิโลขาย โดยเคยชั่งได้นำหนักกล้วยไข่เครือใหญ่สุดมีน้ำหนักถึง 14 กิโลกรัม ซึ่งกล้วยไข่หวีใหญ่ ขายหวีละ 70 บาท 60 บาท 50 บาท ลดหลั่นลงมา ขณะเดียวกันสามารถจัดการดูแลให้กล้วยสุกพร้อมๆกันได้ โดยเฉพาะในช่วงวันพระจะขายดี คนซื้อจะดูว่ากล้วยสุก 4-6 ลูก หรือสุกทั้งหมด เพื่อนำไปไหว้พระ ส่วนกล้วยไข่ลูกเล็กๆ จะมีแม่ค้าทำขนมข้าวม่าวทอดไส้กล้วย จะมาติดต่อซื้อ

        ทั้งนี้ ตนมีรายได้ในการเก็บกล้วยไข่ขายตกเดือนละ 7,000 – 8,000 บาททุกเดือน นำมาใช้จ่ายเป็นค่าน้ำมันรถ ค่าปุ๋ยปาล์ม ค่าใช้ใช้จ่ายงานสังคมต่างๆ แทนการใช้เงินส่วนอื่น ลดค่าใช้จ่ายไปได้มากในระยะเวลา 6-10 ปี กล้วยไข่ก็จะหมดสภาพย่อนสลายไปเองโดยไม่ต้องเสียแรงทำลาย และกลายเป็นปุ๋ยในดิน และปาล์มก็ได้เก็บผลผลิตต่อไป อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ตนเองก็จะหาพื้นที่ใหม่เพื่อปลูกกล้วยไข่ต่อไปเนื่อง จากตนเองก็มีต้นพันธุ์กล้วยไข่อยู่แล้วและตลาดยังคงมีความต้องการกล้วยไข่สูง