"ศาสตร์ของพระราชา"จะช่วยคนไทยอยู่รอดในวิกฤติโลก!

โดย - โต๊ะข่าวเกษตร

 

          จากนี้ไป เราคงต้องหันกลับมาทบทวนเกี่ยวกับเรื่องของพลังงาน โดยเฉพาะเรื่อง “น้ำมัน” กันอีกรอบ หลังจากที่ถูกให้ปักใจเชื่อว่ามันเป็นทรัพยากรธรรม ชาติที่จะต้องหมดไปในระยะเวลาอันสั้น ทำให้หลายประเทศทั่วโลกในอดีตต่างใช้น้ำมันกันแบบจำกัด บ้างก็กักตุนสำรองล่วงหน้ากันเป็นราย 5 ปี หรือ 10 ปีเลยทีเดียว ตามแต่งบประมาณของแต่ละประเทศจะเอื้ออำนวย เพราะว่ากันว่า “พลังงานจากซากฟอสซิล” “ทองคำดำ” นั้นมันจะหมดโลกไปจริงๆ!

 

"ศาสตร์ของพระราชา"จะช่วยคนไทยอยู่รอดในวิกฤติโลก!

 

            ราคาน้ำมันในห้วงช่วงที่เศรษฐกิจจีนร้อนแรง ปาเข้าไป 100-120 เหรียญต่อบาร์เรล แต่พอมีการขุดค้นพบแหล่งน้ำมันใหม่เพิ่มขึ้น โดยสหรัฐอเมริกา (เชลล์แก๊ส) จากชั้นใต้หินดินดานออกมาใช้มากขึ้นๆ ปัจจุบันมีความคุ้มค่าต่อต้นทุนการผลิต ราคาก็ต่ำกว่าการนำเข้าจากกลุ่มโอเปคแถบตะวันออกกลาง แถมเป็นการทำให้คู่แข่งอย่างรัสเซียที่มีรายได้จากการขายก๊าซและพลังงานเป็นหลักมีรายได้ลดลง จากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดน้อยถอยลงเหลืองเพียง 25-30 เหรียญต่อบาร์เรลขณะนี้ หลายสิ่งหลายอย่างจึงแปรเปลี่ยนไป

           ความต้องการน้ำมันที่น้อยลงโดยจีนเป็นผู้นำ เพราะเศรษฐกิจของจีนที่ชะลอตัว ไม่ร้อนแรงหวือหวาเหมือนช่วงที่กำลังเร่งเครื่องปั๊มตัวเลขทางเศรษฐกิจให้โตแบบก้าวกระโดด ปัจจัยพื้นฐานทั้ง ข้าว อ้อย ปาล์ม ยางพารา แร่ธาตุ พลังงาน ก๊าซ น้ำมัน จีนก็ค่อยๆนำเข้าน้อยลง ผนวกกับเศรษฐกิจยุโรป อเมริกาก็แย่พอๆกัน ซ้ำเติมให้ความต้องการใช้น้ำมันจึงยิ่งน้อยลงไปอีก 

 

"ศาสตร์ของพระราชา"จะช่วยคนไทยอยู่รอดในวิกฤติโลก!

 

          ความต้องการใช้น้ำมันน้อยลง และแหล่งผลิตน้ำมันมีเพิ่มมากขึ้นโดยอเมริกา ราคาน้ำมันโลกจึงถดถอย พ่อค้าขายน้ำมันแถบตะวันออกกลางที่เคยร่ำรวยก็ยากจนลง เคยล่ำซำจากการขายน้ำมันที่ 100-120 เหรียญต่อบาร์เรล เหลือ 25-30 เหรียญต่อบาร์เรล

          ปกติเราเคยมีรายได้วันละ 100 บาท แล้วจู่ๆลดลงเหลือเพียงวันละ 25 -30 บาท เราจะกินอยู่อย่างฟุ่มเฟือยอีกได้หรือไม่ ในเมื่อเราไม่ได้เป็นประเทศที่ร่ำรวยจากการขายน้ำมัน หรือจะหยุดนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ นานา ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากฝั่งบ้านเรา!

          จะปิดประเทศหรือก็ใช่ที่ ขนาดจีน เมียนมา ที่ว่าแน่ๆ ยังต้องเปิดประเทศสร้าง 1 ประเทศ 2 ระบบ มีแมวดำ แมวขาว ที่จับหนูเป็นให้เห็นมาก็หลายปีแล้ว จนจีนเกือบจะแซงอเมริกาด้วยซ้ำในด้านเศรษฐกิจ ขนาดเปิดประเทศได้เพียงไม่กี่ปี เมียนมาเองก็กำลังตามมาติดๆเช่นเดียวกัน

 

"ศาสตร์ของพระราชา"จะช่วยคนไทยอยู่รอดในวิกฤติโลก!

 

           ในเมื่อโลกภายนอกเราก็ต้องฝ่า โลกภายในก็ต้องสู้ จึงไม่ควรอยู่อย่างกล้าๆ กลัวๆ รีบนำศาสตร์ของพระราชา “เศรษฐกิจพอเพียง” มาปรับใช้ ด้วยการทำโซนพอเพียงให้แก่ตนเอง เอาไว้สร้างความสุขในทุกวินาทีที่มีลมหายใจ ในโซนพื้นที่พอเพียงสัก 1 ไร่ (จะมี 100 ไร่ 1,000 ไร่ไม่สำคัญขอเพียง 1 ไร่)

           โซนเล็กๆนี้ มีนาข้าว 30% มีสระน้ำ 30% มีป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง 30% มีที่พักอาศัยอีก 10% หิวก็กินข้าว กินผักผลไม้ที่ปลูก กินไข่ กินไก่ กินปลา กุ้งฝอย ฯลฯ โดยไม่ต้องใช้เงิน เมื่อมีพื้นฐานที่แข็งแรงแล้ว ค่อยทำเกษตรเชิงเดี่ยวตามนโยบายรัฐบาลที่ส่งเสริมให้ปลูกอ้อย ปลูกมัน ปาล์ม ข้าวโพด ฯลฯ ว่ากันไปตามนโยบาย แต่หากพลาดพลั้งเราก็ยังมีโซนพอเพียงนี้

           เพราะโซนนี้เป็นพื้นที่ที่มีความสุขทุกวินาทีได้โดยไม่ต้องใช้เงิน!

           เหมือนดังที่ ก.เกษตรฯ เดินหน้าขับเคลื่อนเกษตรทฤษฎีใหม่ซึ่งเน้น ‘ทำจริง-เกิดขึ้นจริง’ โดย พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ เจ้ากระทรวงเกษตรฯ ที่มีนโยบายในการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ ให้มีความเหมาะสมและสามารถเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม

           ล่าสุด กระทรวงเกษตรฯ ได้จัดทำกิจกรรมส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ ภายใต้โครงการส่งเสริมปรัชญาของหลักเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยคัดเลือกเกษตรกรที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ มีเป้าหมาย 7 หมื่นราย ใน 882 อำเภอๆละ 80 ราย ครอบคลุมทุกอำเภอ กระจายทั่วประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้มีกินมีใช้ ลดหนี้สิน พร้อมกันนี้ได้ให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ บูรณาการทำงานร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวออกไปสู่การปฏิบัติจริง

           “กระทรวงเกษตรฯ ได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร 882 ศูนย์ ทั่วประเทศสำหรับเป็นแหล่งเรียนรู้ มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผลิต และเทคโนโลยีการเกษตรให้แก่เกษตรกร โดยได้คัดเลือกผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ ศูนย์ฯ ละ 80 ราย ใน 882 ศูนย์ฯ ทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้มีรายชื่อเกษตรกรที่ให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ เกินเป้าหมาย 7 หมื่นรายตามที่ตั้งไว้” พลเอกฉัตรชัย กล่าว

 

"ศาสตร์ของพระราชา"จะช่วยคนไทยอยู่รอดในวิกฤติโลก!

 

           นางบริสุทธิ์ เปรมประพันธ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการขับเคลื่อนแนวทางดำเนินงานกิจกรรมส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยการน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาปฏิบัติให้เกิดขึ้นจริงอย่างแพร่หลายในทุกภูมิภาคของไทย เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมฯ ได้นำแนวเกษตรทฤษฎีใหม่ไปใช้ดำเนินกิจกรรมทางเกษตรในพื้นที่ของตนเอง และเพื่อให้มีศักยภาพในการทำกิจกรรมทางการเกษตรตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่ขั้นที่ 1 พัฒนาไปสู่ขั้นที่ 2 และ 3 โดยเกษตรกรสามารถปรับเปลี่ยนแนวคิดรูปแบบในการประกอบอาชีพให้พึ่งพาตนเองได้ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว 

          ทั้งนี้ ในการดำเนินการได้มอบหมายให้คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แบบเบ็ดเสร็จ (Single Command) สำรวจเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการ อำเภอละ 80 ราย และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่แต่ละหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เข้าไปส่งเสริมสนับสนุนให้เกษตรกรได้ทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการลงพื้นที่ร่วมกับเกษตรกรในการจัดทำผังแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ และวางแผนในการจัดผังแปลงต่อไป โดยกระทรวงเกษตรฯให้การสนับสนุนกิจกรรมการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ ภายใต้โครงการส่งเสริมปรัชญาของหลักเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ เพื่อให้การขับเคลื่อนดังกล่าวเกิดผลสําเร็จเป็นรูปธรรม


 

 


เปิดอ่าน