การปฏิวัติครั้งที่สาม (ตอนที่สอง)

คอลัมน์...  ตำข่าวสารกรอกหม้อ  โดย...  จักรกฤษณ์ สิริริน

 


          มีหนังสือที่น่าสนใจของสำนักพิมพ์ GREAT idea ในเครือสำนักพิมพ์ปัญญาชน เกี่ยวกับพรรคคอมมิวนิสต์และการบริหารประเทศจีน ซึ่งนอกจากจะกำลังทะยานขึ้นสู่มหาอำนาจของโลกยุคใหม่แล้ว ยังเป็นแบบเรียนและกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับนักบริหาร ไม่ว่าจะเป็นนักบริหารในวงการใดก็ตาม ล้วนแล้วแต่น่าอ่าน “การปฏิวัติครั้งที่สาม” เป็นอย่างมาก

 


          การตรวจจับมลภาวะเริ่มจากบนหลังคาสถานทูตสหรัฐอเมริกาที่กรุงปักกิ่ง


          ปัญหาดังกล่าวเกิดจากการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องของจีน ทำให้สภาพอากาศได้รับความเสียหายอย่างมาก ถ่านหินถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะ 65% ของการใช้ไฟฟ้ามาจากถ่านหิน และเป็น 62% ของพลังงานทั้งหมดที่ใช้ในจีน


          อีกทั้งจีนมีการผลิตรถยนต์มากกว่าสหรัฐอเมริกาไปแล้ว จึงทำให้ระดับมลภาวะในอากาศในกรุงปักกิ่ง สูงกว่าในกรุงนิวยอร์กถึงหกเท่า และจากตัวเลขของสำนักงานสิ่งแวดล้อมในกรุงปักกิ่ง พบว่า 20% ของมลภาวะ PM 2.5 มาจากอุตสาหกรรมรถยนต์ในจีน


          มากไปกว่านั้น 40% ของแม่น้ำในจีน มีมลภาวะเจือปนอยู่ และ 20% ของแม่น้ำทั้งหมดถือได้ว่ามีสารพิษเจือปนอยู่ กระทรวงด้านการพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของจีน ได้รายงานในปี 2015 ว่า คนจีนกว่า 280 ล้านคนไม่มีน้ำดื่มไว้ใช้เพื่อการบริโภค แม่น้ำที่เคลื่อนไหวจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออกอย่างแม่น้ำเหลืองนั้น 10% ของมวลแม่น้ำเป็นที่ทิ้งมูลอุจาระต่างๆ


          สถาบันกวางโจว คณะธรณีเคมี จากวิทยาศาสตรบัณฑิตสถานของจีน รายงานว่า หนึ่งในสามของ 162,000 ตันของยาปฏิชีวนะที่ถูกบริโภคจากคนจีนทั้งหมดในปี 2013 หรือเท่ากับครึ่งของจำนวนยาปฏิชีวนะทั้งหมดที่ถูกบริโภคบนโลก ได้ถูกเททิ้งลงไปในแม่น้ำและผิวดินในแผ่นดินจีน และถึงแม้ว่ารัฐบาลจีน ได้บอกประชาชนว่า 80% ของน้ำที่ส่งจ่ายไปให้พลเมืองจีนไว้ใช้ในการบริโภคนั้น แต่ระยะเวลาที่น้ำสะอาดเหล่านี้ต้องเดินทางมาถึงผู้บริโภคหรือต้องผ่านท่อประปามากมายนั้น ย่อมทำให้น้ำที่สะอาดกลายเป็นน้ำที่เคลือบด้วยสารพิษต่างๆ มากมายอย่างไม่รู้ตัว


          มลภาวะของจีนสูงขึ้นไปถึง 800 จุดของตัว PM 2.5 ทำให้ชาวจีนถึงกับพูดว่าจีนกำลังก้าวสู่วันสิ้นโลก แม้แต่สื่อที่มาจากรัฐบาลจีนก็เริ่มมองว่าปัญหาดังกล่าวกำลังเป็นปัญหาที่อันตรายมาก คนจีนได้รับข่าวที่ไม่เป็นมงคลในทุกๆ วัน เช่นอากาศที่เลวร้ายนี้เทียบได้กับการสูบบุหรี่วันละสองซองต่อวัน และทำให้คนจีนต้องตายก่อนวัยอันควรในทุกๆ ปี ที่เกี่ยวกับระบบการหายใจหรือโรคปอด


          หนังสือพิมพ์ของรัฐบาลจีน The People’s Daily ได้พาดหัวว่า จีนที่สวยงามคือจีนที่หายใจเอาอากาศที่สะอาด โดยหนังสือพิมพ์ได้กล่าวว่า การแก้ปัญหาเรื่องมลภาวะควรเป็นการจัดการบริหารอย่างเป็นระบบไม่ใช่เป็นการบริหารวิกฤติแบบเฉพาะหน้าครับ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

เปิดอ่าน