ผลโอเน็ตป่วน แอดมิชชั่นส์ต้องขยายไปถึงวันที่ 9 พ.ค. ส่วนรับตรงและแพทย์ 9 สถาบันไม่เปลี่ยน ด้านจุฬาฯ เปิดเรียน 5 มิ.ย. มธ. วันที่ 14 มิ.ย. เหตุติดวันหยุดราชการและพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ไม่ใช่เพราะขยายแอดมิชชั่นส์ ส่วน มข.เลื่อนไปอีก 1 สัปดาห์ "ภาวิช" เลขาธิการ กกอ.ยืนยันรับเพิ่มไม่ถึงหมื่นคน ผู้ปกครองเตรียมร้องศาลปกครองตรวจสอบระบบตรวจข้อสอบ สทศ. หลังจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ประกาศผลสอบการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) และผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง (เอเน็ต) รอบ 3 เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ปรากฏว่า มีปัญหาไม่มีคะแนน คะแนนเป็นศูนย์ คะแนนเพิ่มขึ้นและลดลง มีการร้องเรียนที่ศูนย์ตรวจสอบผลคะแนน ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด กระทั่ง สกอ.ได้ประชุมหารือกับมหาวิทยาลัยในวันที่ 3 พฤษภาคม เพื่อพิจารณาขยายเวลารับสมัครแอดมิชชั่นส์รับตรงและแอดมิชชั่นส์กลาง ที่สิ้นสุดวันที่ 7 พฤษภาคม เป็น 9 พฤษภาคม
ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม เวลา 13.00 น. ศ.(พิเศษ) ดร.ภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยหลังประชุมทางไกลร่วมกับตัวแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศ ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ว่า ที่ประชุมประมวลสถานการณ์ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลังการประกาศผลคะแนน ขณะนี้อยู่ในสถานการณ์ที่แก้ไขปัญหาได้ คาดว่าไม่กระทบต่อระบบแอดมิชชั่นส์และการเปิดภาคเรียน แต่จะขยายวันรับสมัครพร้อมชำระค่าสมัครแอดมิชชั่นส์ทั้งตรงและกลางจากเดิมวันสุดท้ายวันที่ 7 พฤษภาคม ไปเป็นวันที่ 9 พฤษภาคม
ส่วนการรับเรื่องร้องเรียนเด็กต่างจังหวัดให้ยื่นคำร้องผ่านเวบไซต์ สทศ. หรือที่ศูนย์มหาวิทยาลัยภูมิภาค โดย สทศ.จะกำหนดวันนัดให้มาตรวจกระดาษคำตอบได้ที่ศูนย์ที่เด็กแจ้งความจำนงไว้ภายในวันที่ 6 พฤษภาคม แต่หากกรณีคะแนนมีการเปลี่ยนแปลง สทศ.จะเพิ่มคะแนนและประกาศผลทางเวบไซต์แบบวันต่อวันให้ทันที เช่น กรณีข้อสอบอัตนัยวิชาภาษาอังกฤษที่ตรวจใหม่แล้ว มีการป้อนคะแนนลงคอมพิวเตอร์ผิดพลาด
เลขาธิการ กกอ. กล่าวอีกว่า ส่วนการรับตรงของแต่ละมหาวิทยาลัย เป็นเรื่องที่มหาวิทยาลัยจะแจ้งผู้สมัครเอง ซึ่งในส่วนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะไม่รอคะแนนส่วนที่เหลือ จะประกาศผลตามเดิมในวันที่ 3 พฤษภาคม แต่หากพบว่าภายหลังมีผู้สมัครที่ได้คะแนนสูงกว่าคะแนนต่ำสุดที่ผ่านการคัดเลือกมายื่นผลคะแนนในภายหลังจะพิจารณาให้ แต่ต้องมาแสดงสิทธิไม่เกินวันที่ 29 พฤษภาคม ส่วนกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) ประกาศผลตามเดิมในวันที่ 5 พฤษภาคม
แต่ยังให้ผู้สมัครที่ทราบผลคะแนนภายหลังและสูงกว่าคะแนนต่ำสุดมายื่นเรื่องภายหลังได้ รวมถึงผู้สมัครระบบแอดมิชชั่นส์ตรงและกลาง นำผลคะแนนมายื่นแสดงสิทธิได้ภายหลังเช่นกัน และขยายเวลาการคืนสิทธิให้แก่เด็กที่ได้สละสิทธิโควตาไปแล้ว โดยให้มาแจ้งความจำนงกับมหาวิทยาลัยถึงวันที่ 9 พฤษภาคม สำหรับเด็กที่สมัครแอดมิชชั่นส์ไว้ตั้งแต่รับสมัครรอบแรก และจะแก้ไขอันดับการเลือกคณะ ให้ส่งโทรสารรายละเอียดการแก้ไขได้จนถึงวันที่ 5 พฤษภาคม จากเดิมที่กำหนดภายในวันที่ 1 พฤษภาคม
ทั้งนี้ คาดว่าไม่น่าเพิ่มถึงหมื่นคน แม้ว่าจะรับเพิ่มในส่วนเด็กที่มีคะแนนไม่เรียบร้อย แต่ส่วนใหญ่ไปเพิ่มในการรับตรงของมหาวิทยาลัย ที่เมื่อตรวจสอบแล้วมีคะแนนเท่ากับ หรือสูงกว่าคะแนนต่ำสุดที่ประกาศไว้มหาวิทยาลัยจะรับหมด แต่ที่จะกระทบมากอาจเป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เพราะประกาศผลรับตรงแล้ว แต่อธิการบดีได้เตรียมแนวทางแก้ไขไว้แล้ว ทั้งนี้ สกอ.ได้เร่งแก้ปัญหาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 20 พฤษภาคม ก่อนประกาศผลแอดมิชชั่นส์กลางวันที่ 24 พฤษภาคม
เลขาธิการ กกอ. กล่าวอีกว่า สำหรับแนวโน้มผู้ร้องเรียนในวันที่ 3 พฤษภาคม คงไม่มากเท่าวันที่ 2 พฤษภาคม ดังนั้น เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์อยู่ในวิสัยที่จัดการได้ ส่วนปัญหาอื่นที่เหลืออยู่มีเพียง 2-3 ปัญหา ได้แก่ การเข้าถึงข้อมูลที่เด็กบางคนต้องป้อนรหัสประจำตัวนักเรียนศูนย์ 5 หลัก หรือ 00000 จึงจะเข้าไปดูคะแนนได้ ซึ่งเกิดจาก สทศ.ส่งข้อมูลให้ สกอ. โดยไม่มีเลขประจำตัวนักเรียน โปรแกรมจึงอ่านค่าเป็น 00000 แต่มีแค่ประมาณ 500 คน ซึ่งขอแนะนำให้เด็กตรวจผลสอบผ่านระบบคอลเซ็นเตอร์ 0-2576-5555 หรือ 0-2576-5777
ส่วนเด็กไม่มีคะแนนเนื่องจากหากระดาษคำตอบไม่เจอ ขอให้รีบรายงาน สทศ.ด่วน อย่างล่าสุดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม มีมารายงานจำนวน 200 คน สทศ.ก็ค้นหากระดาษคำตอบให้ทันที ซึ่งเจอทั้งหมดและได้จัดการแก้ไขคะแนนให้แล้ว ปัญหากระดาษหายจึงไม่น่ามี แต่ถ้ามีจริงๆ ก็คงต้องเจรจากับมหาวิทยาลัยเป็นรายกรณี โดยมหาวิทยาลัยจะพิจารณาจากผลการเรียนแทน พิจารณาคณะที่เด็กต้องการด้วยว่าสอดคล้องกันหรือไม่ แต่ทั้งนี้ต้องพิสูจน์แล้วว่าได้มีการเข้าสอบจริง
ศ.(พิเศษ) ดร.ภาวิช กล่าวด้วยว่า สำหรับโอเน็ตวิชาภาษาไทยของเด็กบางส่วนไม่มีคะแนนในรอบนี้ กรณีนี้ได้แก้ไขหมดแล้ว แต่ถ้ายังมีอีกขอให้รวมตัวกันส่งมาเป็นบัญชี พร้อมแจ้งข้อมูลการสอบมายัง สทศ. โดยไม่ต้องเดินทางเข้ามา แล้ว สทศ.จะค้นหาให้ ส่วนปัญหาคะแนนลดลง กรณีนี้พบบ้างแต่ไม่มาก ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุจริงๆ ขอแนะนำให้สอบถาม สทศ. ซึ่งจะตรวจสอบกระดาษคำตอบและตรวจแก้ให้ทันทีหากผิดพลาด แต่กรณีนี้พบว่าไม่มาก
ส่วนกรณีข้อสอบอัตนัยภาษาอังกฤษและภาษาไทย ที่เด็กร้องว่าคะแนนยังเป็นศูนย์ เท่ากับยังไม่ได้ตรวจใหม่นั้น สทศ.ยืนยันแล้วว่าตรวจสอบใหม่แล้วจริงๆ เพียงแต่ผิดพลาดในขั้นตอนกรอกคะแนนลงคอมพิวเตอร์ ซึ่งรับจะไปแก้ไขแล้ว ส่วนที่มีการแก้ไขคะแนนที่ศูนย์ตรวจสอบกระดาษคำตอบ จุฬาฯ นั้น เพื่อความบริสุทธิ์ยุติธรรมเราอนุญาตให้เจ้าหน้าที่แค่ 2 คนเข้าไปตรวจแก้ไขคะแนนได้หากพบข้อผิดพลาด แต่ต้องผ่านมติคณะกรรมการก่อน
ซึ่งขณะนี้ สทศ.ได้ตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวแล้ว จากนั้นให้นำเสนอ สกอ.เพื่อพิจารณาแก้ไขคะแนนบนเวบไซต์ต่อไป จะใช้เวลา 2 วันในการนำคะแนนขึ้นเวบไซต์ ซึ่งจะถือว่าเป็นคะแนนที่ถูกต้อง ส่วนที่เด็กจะฟ้อง สทศ.กับตำรวจเนื่องจากความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้นเป็นสิทธิของเด็ก แต่ในส่วนของ สกอ.เกี่ยวข้องเพียงแค่นำคะแนนโอเน็ตและเอเน็ตมาใช้เท่านั้น ที่ผ่านมาเราเพียงจัดทีมไปช่วยแก้ปัญหาให้ สทศ.
ปัญหาคลี่คลายไปมากจนอยู่ในระดับที่แก้ไขได้ และกระบวนการรับสมัครแอดมิชชั่นส์ก็เดินได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะไม่กระทบการเปิดภาคเรียนของมหาวิทยาลัย โดยจุฬาฯ จะเปิดภาคเรียนในวันที่ 5 มิถุนายน ส่วน มธ.จะเลื่อนเปิดภาคเรียนวันที่ 14 มิถุนายน เนื่องด้วยติดช่วงวันหยุดราชการและพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี แต่ไม่ใช่เพราะแอดมิชชั่นส์ เลขาธิการ กกอ. กล่าว
รศ.ดร.วีระศักดิ์ อุดมกิจเดชา รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ จุฬาฯ กล่าวว่า เท่าที่ได้จับตามองและเข้าไปช่วยเหลือ สกอ.และ สทศ. มีความเชื่อมั่นว่า ในคะแนนรวมถึงกระบวนการการรับนิสิตก็ต้องยึดมั่นความโปร่งใส ยุติธรรม และสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งต้องคำนึงถึงประโยชน์ของเด็กเป็นปัจจัยสำคัญ โดยจุฬาฯ จะเปิดรับนิสิตในระบบรับตรง 1,182 คน คิดเป็น 17% รับในโปรแกรมนานาชาติ 1,010 คน คิดเป็น 15% ส่วนที่เหลือซึ่งเป็นส่วนใหญ่ 68% ยังรับผ่านระบบแอดมิชชั่นส์กลาง
ทั้งนี้ ผู้สมัครระบบรับตรงที่คิดว่ามีคะแนนสูงกว่าคะแนนต่ำสุดที่ผ่านการคัดเลือก สามารถยื่นคำร้องอุทธรณ์ที่สำนักบริหารวิชาการ ชั้น 6 อาคารจามจุรี 5 อย่างไรก็ตาม ถึงเด็กจะมีคะแนนโอเน็ต เอเน็ตสูงขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะผ่านการคัดเลือก เพราะในการรับนิสิตเข้าศึกษาต่อระบบรับตรงนั้น ผลคะแนนโอเน็ต เอเน็ต เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการพิจารณา บางคณะจะมีการสอบวิชาเฉพาะ หรือพิจารณาจากผลการเรียนเฉลี่ยตลอดหลักสูตร GPAX ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สทศ.ยังคงมีนักเรียนและผู้ปกครองเดินทางมาร้องเรียนผลสอบโอเน็ตและเอเน็ตอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่เป็นปัญหาบางวิชาไม่ปรากฏผลคะแนน ซึ่งบางรายเมื่อเจ้าหน้าที่ สทศ.ได้ตรวจสอบฐานข้อมูลก็ปรากฏคะแนน แต่ในรายที่ไม่พบคะแนนก็จะนัดให้นักเรียนและผู้ปกครองเดินทางมาตรวจสอบในภายหลัง โดย ผศ.ธวัชชัย งามสันติวงศ์ อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (สจพ.) ผู้ปกครองที่เดินมาร้องเรียน กล่าวว่า ในการประกาศผลทั้ง 3 ครั้ง ลูกชายได้คะแนนลดลงเกือบทุกรายวิชา บางวิชาจากเดิมได้ 49 คะแนน ลดลงเหลือ 25 คะแนน และโอเน็ต วิชาภาษาอังกฤษครั้งนี้ได้เพียง 20 คะแนน ทั้งๆ ที่ลูกเรียนในโรงเรียนนานาชาติ และการประกาศผลรอบ 2 ยังได้ถึง 70 คะแนน ขณะนี้ลูกชายถอดใจไม่รอผลการตรวจสอบคะแนนแล้ว เพราะผิดหวังมาตลอดจนท้อมาก จึงเตรียมไปสมัครเรียนในมหาวิทยาลัยเอกชนแทน
ผศ.ธวัชชัย กล่าวอีกว่า ในฐานะเป็นอาจารย์สอนคอมพิวเตอร์และมีความรู้ในเรื่องเทคนิคและโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี เป็นห่วงการจัดสอบโอเน็ตและเอเน็ต เพราะหากยังเป็นอย่างนี้ ในปีหน้าคงต้องเกิดปัญหาขึ้นอีกแน่ เมื่อแจ้งไปกับ รศ.ประทีป จันทร์คง รักษาการ ผอ.สทศ.ว่า ขอดูระบบการตรวจข้อสอบโอเน็ตและเอเน็ต ว่ามีการทดลองระบบก่อนที่จะนำมาใช้จริง หรือ "Test Case" หรือไม่ แต่ รศ.ประทีป กลับไม่ชี้แจงและให้ไปคุยกับ นายสมชาย ทยานยง รองประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ ประจำปี 2549 และ รศ.วันชัย ริ้วไพบูลย์ เลขานุการคณะกรรมการแก้ไขปัญหาฯ แทน
ไม่เข้าใจว่า ทำไม รศ.ประทีป จึงไม่กล้ายืนยันว่ามีการทดลองระบบแล้ว ผมจึงต้องการเช็คว่าระบบมีความน่าเชื่อถือแค่ไหน โดยเฉพาะเมื่อเกิดปัญหาผลสอบโอเน็ตและเอเน็ต นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ ระบุว่า เป็นความผิดพลาดทางเทคนิค เมื่อเป็นอย่างนี้ควรเปิดให้ตรวจสอบว่าผิดพลาดจริงหรือไม่ อีกทั้งที่ระบุว่าระบบและโปรแกรมที่เขียนขึ้นมาใช้ในการตรวจข้อสอบใช้งบประมาณกว่า 10 ล้านบาท จึงอยากขอตรวจสอบว่ามีความน่าเชื่อถือเท่าใด หาก สกอ.และ สทศ.ไม่อนุญาต จะร้องต่อศาลปกครองเพื่อให้สามารถเข้าไปตรวจสอบระบบคอมพิวเตอร์ของ สทศ.ได้ ผศ.ธวัชชัย กล่าว
ด้าน รศ.ประทีป กล่าวว่า การที่ผู้ปกครองฟ้องร้องต่อศาลปกครองกรณีที่ สทศ.เลื่อนประกาศผลสอบโอเน็ตและเอเน็ตนั้น รักษาการ ผอ.สทศ. กล่าวว่า เป็นสิทธิที่นักเรียนและผู้ปกครองในฐานะผู้เสียหายสามารถดำเนินการฟ้องร้องได้ ยังไม่ได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว จึงยังไม่สามารถแสดงความเห็นกรณีนี้ได้
ทั้งนี้ เวลา 16.00 น. รักษาการ ผอ.สทศ.ได้สรุปยอดผลการร้องเรียนของนักเรียนที่ต้องการตรวจผลคะแนนสอบจากศูนย์ตรวจสอบคะแนนโอเน็ตและเอเน็ต ว่า ยอดผู้ร้องเรียนเพื่อขอตรวจสอบคะแนนโอเน็ตและเอเน็ต ในวันที่ 3 พฤษภาคม มีจำนวนรวม 2,019 ราย แบ่งเป็นศูนย์จุฬาฯ 1,092 ราย ศูนย์ ม.เกษตรศาสตร์ 328 ราย ที่ สทศ.ซึ่งรวมยอดผู้ร้องเรียนจากส่วนภูมิภาคด้วย รวม 599 ราย ทั้งนี้ แบ่งเป็นปัญหาที่ร้องเรียน ดังนี้ ปัญหานักเรียนไม่มีคะแนน หรือคะแนนเป็นศูนย์ มีจำนวน 211 ราย นักเรียนขอแก้ไขข้อมูลส่วนตัว เช่น แก้เลขประจำตัวประชาชน เลขที่นั่งสอบ เลขประจำตัวนักเรียน มี 84 ราย ขอตรวจคะแนนข้อสอบอัตนัย 251 ราย และขอตรวจสอบคะแนนเพื่อความมั่นใจ 1,473 ราย
สำหรับยอดรวมทั้งหมดตั้งแต่การประกาศผลสอบวันที่ 1 พฤษภาคม เป็นต้นมา มีผู้ร้องเรียนขอตรวจสอบคะแนนรวม 3,680 ราย ทั้งนี้ มากกว่าครึ่งหนึ่งเมื่อนักเรียนเห็นกระดาษคำตอบและนับผลคะแนนแล้ว ก็พอใจและยอมรับ ส่วนที่เหลือจะต้องรอผลการตรวจสอบจาก สทศ.ภายหลัง ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาให้ทุกคนได้ครบถ้วน อย่างไรก็ตาม ในคืนวันที่ 3 พฤษภาคมนี้ สทศ.จะส่งคะแนนที่ได้รับการแก้ไขแล้วของผู้ร้องเรียนให้ สกอ.จำนวน 100 คน เพื่อให้ สกอ.นำข้อมูลขึ้นเวบไซต์ โดย สกอ.ให้ถือคะแนนบนเวบไซต์เป็นคะแนนที่ถูกต้อง ขณะที่ศูนย์มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ตลอดทั้งวันมีประมาณ 150 คน แต่ไม่สามารถตรวจสอบผลคะแนนได้ เพราะทางมหาวิทยาลัยยังไม่ได้รับข้อมูลดังกล่าว
นางจุไรรัตน์ สิริมั่งมูล นักวิชาการศึกษา 6 สำนักทะเบียนและประมวลผล ม.ขอนแก่น บอกว่า ขณะนี้ทางมหาวิทยาลัยได้เดินทางไปรับผลคะแนนจากทางส่วนกลาง เพื่อคัดเลือกนักศึกษาระบบโควตาก่อน หากไม่มีข้อผิดพลาดจะติดประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกระบบโควตาของทุกคณะได้ในวันที่ 11 พฤษภาคม และรายชื่อนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์วันที่ 7 พฤษภาคม แต่หากยังมีปัญหาอาจต้องเลื่อนออกไปอีก ซึ่งขณะนี้ได้เลื่อนการเปิดภาคเรียนของนักศึกษาใหม่ออกไปอีก 1 สัปดาห์ จากเดิมในวันที่ 29 พฤษภาคม เป็นวันที่ 5 มิถุนายน ส่วนนักศึกษาเก่าเปิดภาคเรียนตามปกติ