บายไลน์ ไพศาล รัตนะ/สุพิชฌาย์ จันต๊ะปา ในพื้นที่ภาคใต้ชื่อของ น.พ.เกรียงศักดิ์ หลิวจันทร์พัฒนา อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานคินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ และกรรมการสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ถือว่าโดดเด่นอย่างยิ่ง เพราะการเข้ามามีบทบาท นับตั้งแต่การร่วมคัดค้านโครงการโรงแยกก๊าซไทย-มาเลเซีย ที่ จ.สงขลา นับตั้งแต่เริ่มต้น โดยเฉพาะการร่วมเคลื่อนไหวชนิดเคียงบ่าเคียงไหล่กับแกนนำคนสำคัญ คือ บรรจง นะแส ผู้อำนวยการโครงการการจัดการทรัพยากรชายฝั่งภาคใต้ และประสาท มีแต้ม ประจำคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
ชื่อของ น.พ.เกรียงศักดิ์ ถูกจับตาเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ เมื่อประกาศท่าทีอย่างชัดเจนต่อการที่จะต่อต้านการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 23 เมษายน
และท้ายที่สุดแล้ว น.พ.เกรียงศักดิ์ ก็กลายเป็นผู้ถือธงนำในการฉีกบัตรเลือกตั้ง
"ที่ผ่านมาเราได้พยายามทำทุกขั้นตอน และทุกวิถีทางในการเรียกร้องความเป็นธรรมภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ที่มีกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการแสดงพลังความสามัคคีของภาคประชาชนและขอพึ่งศาลปกครอง ซึ่งเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน ทว่าความพยายามทั้งหมดไม่มีผลใดๆ ที่จะเป็นการตอบรับเลย เป็นความเจ็บปวดจนยากที่จะยอมรับกระบวนการเลือกตั้งที่ไม่มีความโปร่งได้ ดังนั้น การ "ฉีกบัตรเลือกตั้ง" จึงเป็นทางออกภายใต้อารยะขัดขืน ที่พอจะบรรเทาความรู้สึกนี้ได้" น.พ.เกรียงศักดิ์ หลิวจันทร์พัฒนา ทบทวนความเป็นมา อันนำไปสู่การฉีกบัตรลงคะแนน
น.พ.เกรียงศักดิ์ ย้ำว่า การฉีกบัตรเลือกตั้งเป็นการประท้วงการใช้อำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ไม่มีองค์กรและหน่วยงานใดในประเทศไทยสามารถทัดทานอำนาจการบริหารของ กกต.ได้ หลังจากทราบคำวินิจฉัยของศาลปกครองจังหวัดสงขลา ที่ไม่รับคำฟ้องของพันธมิตร โดยอ้างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 52/2546 ลงวันที่ 30 ธันวาคม ว่า การใช้อำนาจของ กกต.ในการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จริงและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหา หรือข้อโต้แย้งที่เกิดขึ้น มิใช่เป็นอำนาจทางบริหารหรือทางปกครอง แต่เป็นการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญอันมีผลให้การวินิจฉัยชี้ขาดของ กกต.กลางถือเป็นยุติ ซึ่งหมายความว่า ศาลปกครองไม่มีอำนาจไปพิจารณาพิพากษาคดีที่เกิดจากการใช้อำนาจหน้าที่ของ กกต. ทั้งนี้เมื่อศาลไม่มีอำนาจ ก็ไม่ปรากฏว่าองค์กรใดๆ อีกที่สามารถหยุดยั้ง หรือถ่วงดุลการใช้อำนาจหน้าที่ของ กกต.ได้อีกแล้ว
"ไม่แปลกใจว่าทำไมที่ผ่านมา พฤติกรรมของ กกต.กลางจึงท้าทายต่อความถูกต้องและความยุติธรรมอย่างไม่เกรงกลัว เพียงเพื่อสนองความต้องการของพรรคการเมืองเท่านั้น ทั้งที่ประชาชนต่อสู้และปฏิเสธต่อการเลือกตั้งครั้งนี้ (23 เมษายน) การเคลื่อนไหวจึงจำเป็นต้องมีความแตกต่างจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 เมษายน เพราะการปฏิเสธด้วยการกากบาทในช่องที่ไม่
ประสงค์ลงคะแนน (โนโหวต) คงไม่สามารถทำให้ กกต.ตระหนักได้"
น.พ.เกรียงศักดิ์ กล่าวอีกว่า การเป็นตัวแทนภาคประชาชนฉีกบัตรเลือกตั้งไม่ได้ต้องการคัดค้านการเลือกตั้ง เพราะเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องเคารพ
แต่การแสดงออกดังกล่าวต้องการที่จะประจานอำนาจของ กกต.ที่มีอำนาจอยู่อย่างเต็มเปี่ยม จนไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปแทรกแซงได้ "การฉีกบัตรที่เกิดขึ้น เป็นการตอบโต้อำนาจ กกต.ภายใต้อารยะขัดขืน เพื่อพิสูจน์ให้สังคมได้มองเห็นความไม่เป็นธรรมร่วมกัน"
น.พ.เกรียงศักดิ์ กล่าวด้วยว่า การแสดงออกครั้งนี้เพื่อประท้วงและประกาศความสิ้นหวังของระบอบการเมืองที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ที่เรียกว่า "ระบอบทักษิณ" ซึ่งเข้าไปแทรกแซงและครอบงำจนมีอิทธิพลปกคลุมไปทั่ว แม้กระทั่งองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และพร้อมที่จะยินดีรับโทษทัณฑ์ทางกฎหมาย เพื่อแลกกับอิสรภาพอันยิ่งใหญ่ของประชาชน